Heal : เมื่อคนป่วยมีสิทธิ เข้าถึงการรักษา แม้ไม่ติดโควิด
คอลัมน์ สตาร์ตอัพ ปัญหาทำเงิน
โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ
สรรพกำลังและทรัพยากรทั้งหมดทุ่มไปที่การรักษาคนติดเชื้อโควิด ผู้ป่วยโรคอื่น หากไม่ใช่เคสคอขาดบาดตาย มักขออยู่บ้านดูแลตัวเองไปก่อน จะได้ไม่เพิ่มภาระให้แพทย์และลดความเสี่ยงการติดเชื้อที่โรงพยาบาล
เมื่อเป็นเช่นนี้ บริการ telemedicine ที่มีหมอให้คำปรึกษาและตรวจดูอาการผ่านหน้าจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ กลายเป็นที่พึ่งของคนไข้จำนวนมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
หนึ่งในผู้ให้บริการที่น่าสนใจ ได้แก่ “Heal” ที่นอกจากจะมีหมอให้คำปรึกษาผ่านวิดีโอคอล (telemedicine) แล้ว ยังมีบริการตรวจอาการถึงบ้านด้วย (house call/home visit) ในยามนี้ การมีหมออีกกลุ่มหนึ่งที่ “ว่าง” และ “พร้อม” มาเยี่ยมดูอาการถึงบ้านแบบที่เราไม่ต้องตะเกียกตะกายลากสังขารไปจึงเหมือนมี “พระมาโปรด”
แต่ house call ก็มีมาตรการในการระวังป้องกันเข้มข้นเป็นพิเศษในช่วงไวรัสอาละวาดเช่นกัน ดังนั้น ก่อนไปเยี่ยมผู้ป่วยจึงต้องซักประวัติและตรวจข้อมูลจนค่อนข้างแน่ใจก่อนว่าคนไข้ไม่ได้ป่วยเพราะโควิด และเมื่อมาถึงบ้าน คุณหมอพร้อมทีมจะสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันเต็มพิกัด เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย
“นิก ดีไซ” ผู้ก่อตั้ง บอกว่า บริการของ Heal เป็นที่ต้องการอย่างล้นหลามมากตั้งแต่ไวรัสระบาด เพราะนอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระของทีมแพทย์และพยาบาลที่กำลังหัวหมุนกับการดูแลผู้ติดเชื้อแล้ว ยังช่วยให้คนไข้อื่น ๆ มี “โอกาส” ในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นตาม “สิทธิ” ที่พึงมีแม้ในยามวิกฤตก็ตาม
“นิก กับภรรยา” ที่เป็นหมอตัดสินใจก่อตั้ง Heal ในปี 2015 เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้คนป่วยทั่วไป เพราะในอเมริกาการไปหาหมอมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียเวลา ไหนจะต้องทำนัดล่วงหน้า ไหนจะต้องเช็กประกันว่าครอบคลุมไหม หากเป็นเคสฉุกเฉินต้องไปนั่งรอที่หน้าห้อง ER คิวยาว
ตัวนิกเองเคยประสบพบเจอปัญหานี้ตอนลูกมีไข้สูงแล้วต้องนั่งรออยู่หน้าห้อง ER กว่า 7 ชั่วโมง เขากับภรรยาเลยคิดว่า บริการ telemedicine และ house call แบบ on-demand น่าจะตอบโจทย์คนไข้รายอื่นที่อาจป่วยแบบเร่งด่วนหรือมีโรคประจำตัวแต่ไม่อยากเสียเวลาทำนัดหรือรอหมอนาน ๆ
การรักษาของ Heal แบ่งเป็น urgent care หรือเร่งด่วนแต่ไม่ฉุกเฉิน (เช่น มือซ้น ข้อเท้าแพลง อาหารเป็นพิษ ติดเชื้อทางเดินหายใจ) การรักษาปฐมภูมิ หรือ primary care (เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด ความดัน-คอเลสเตอรอลสูง) และการป้องกันโรค หรือ preventive care (เช่น ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่) ทั้งยังมีหมอเด็กโดยเฉพาะ
ค่าบริการให้คำปรึกษาผ่านวิดีโอคอลอยู่ที่ครั้งละ 79 เหรียญ house call ครั้งละ 159 เหรียญ ซึ่งใช้ประกันสุขภาพจ่ายได้ หากจำเป็นต้องรับการรักษาเฉพาะทาง หมอจะส่งต่อเคสให้หมอผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นในพื้นที่ต่อไป
วิธีการใช้บริการก็ง่าย ๆ เพียงดาวน์โหลดแอป Heal ลงทะเบียนกรอกประวัตินิดหน่อย จากนั้นก็ทำนัดได้เลย แต่โดยหลักปฏิบัติช่วงนี้ คือ คนไข้ทุกคนจะได้รับการบริการผ่าน telemedicine เป็นหลัก ยกเว้นกรณีที่หมอพิจารณาว่ามีความจำเป็นตรวจอาการถึงบ้านจึงจะจัดให้มี house call
Heal ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-20.00 น. คนไข้จะได้คุยกับหมอใน 2 ชม. หลังทำนัด ปัจจุบัน Heal ระดมทุนได้กว่า 100 ล้านเหรียญ มีหมอในสังกัด 150 คน และให้บริการในวอชิงตัน ดี.ซี. และอีก 7 รัฐใหญ่ที่หลายแห่งกำลังได้รับผลกระทบจากโควิด ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก จอร์เจีย นิวเจอร์ซีย์ แมรี่แลนด์ เวอร์จิเนีย และวอชิงตัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าโควิด-19 คือ มหันตภัยของโลก ความสนใจทั้งหมดมุ่งไปที่การป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อ แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด บริการทางเลือกของ healthtech จึงทวีความสำคัญในช่วงนี้เพราะยังมีคนไข้มากมายที่ต้องการการดูแล และชีวิตของพวกเขาทุกคนก็มีค่าเช่นกัน