หักเงินเดือน-รับร้องทุกข์-แจกหน้ากาก CSR นักการเมืองในมรสุม “โควิด”
การเมืองพักรบชั่วคราว เพราะสถานการณ์โควิด-19 ระบาดแม้แต่การยื่นญัตติเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อให้ “นักการเมือง” มาหารือเรื่องแก้ปัญหาไวรัสระบาด ที่เป็น “ไอเดีย” ของ 6 พรรคฝ่ายค้าน ยังต้องถอดถอนวาระแทบไม่ทัน
แม้ว่าการตีรันฟันแทงทางการเมืองจะหยุดหมุน แต่เมื่อสแกนดู action ระดับของความเป็นพรรคต่อสถานการณ์โควิด-19 พบว่ามีอยู่ 3 พรรคที่ปฏิบัติการขอแบ่ง “ซีน” การเมืองในสถานการณ์โควิด
30 มี.ค. “พรรคประชาธิปัตย์” เปิดศูนย์บริการกฎหมายสู้ภัยโควิด-19 ทั้งนี้ “ราเมศ รัตนะเชวง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุเหตุผลเปิดศูนย์ดังกล่าวว่า
“ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องกฎหมายก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก บางคนต้องถูกเลิกจ้างถูกพักงานเนื่องจากกิจการได้ปิดลงชั่วคราว”
“หรือถึงขั้นถูกฟ้องคดีเพราะมีปัญหาหนี้สิน รวมถึงการมีปัญหาในการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ของรัฐที่ประชาชนพึงมีพึงได้ หรือบางรายมีหนี้สิน เมื่อไม่มีรายได้ก็ต้องการประนอมหนี้หรือชะลอคดีไว้ก่อน รวมถึงปัญหาข้อร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ”
เช่นเดียวกับ “เพื่อไทย” ก็เปิด “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและติดตามการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019” ตามคำบัญชาของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พร้อมตั้ง “นพ.ทศพร เสรีรักษ์” เป็นประธานศูนย์
เพื่อไทย action มากกว่าศูนย์รับร้องเรียนโควิด เมื่องัดคอนเน็กชั่นที่มีอยู่กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน กับพรรคการเมืองต่าง ๆ กว่า 240 พรรคการเมือง กว่า 100 ประเทศทั่วโลก หยุดการเมืองสู้โควิด
เจ้าแม่ กทม. “คุณหญิงสุดารัตน์” เซ็นชื่อในจดหมายเปิดผนึก 1 ในข้อเรียกร้อง คือ “ขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ในประเด็นต่าง ๆ เช่น มาตรการป้องกันและต้นตอของไวรัส เราคัดค้านการนำประเด็นสาธารณสุขไปเป็นประเด็นทางการเมืองและการประณามประเทศอื่น ๆ โดยใช้โควิด-19 เป็นข้ออ้าง เรายืนหยัดต่อต้านการแสดงความคิดเห็นและการเลือกปฏิบัติอย่างเด็ดขาดต่อประเทศ ต่อภูมิภาค หรือกลุ่มชาติพันธุ์ใด ๆ
“และเรียกร้องให้รัฐบาลของทุกประเทศใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของชาวต่างชาติและนักเรียนที่พำนักในประเทศนั้น”
ด้านพรรคก้าวไกล ที่มี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นหัวหน้าพรรค ส.ส.กรุงเทพมหานครของพรรค ร่วมกันเปิดแคมเปญ “ปันเจลปันใจ : ถึงตัวห่างไกลแต่เราแบ่งปัน” #ปจปจ รณรงค์การแบ่งปันเจลล้างมือและอุปกรณ์ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ กทม. นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บางแค, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บางขุนเทียน
ขณะที่โควิด-19 กำลังระบาดไปทั่วทุกภาค กลับมีเหตุดราม่าเรื่อง “หักเงินเดือน” นักการเมืองช่วยเหลือโควิด
เมื่อ “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ออกมาเรียกร้องให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกคำสั่ง “ตัดเงินเดือน” ข้าราชการการเมืองทั้งหมด นำเงินไปใช้แก้ปัญหาโควิด-19
ที่สุด องค์กร “วุฒิสภา” แอ็กชั่นโดยพลัน “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานวุฒิสภา ขอความร่วมมือ ส.ว.เฉพาะกาล 250 คน แสดงสปิริตสละเงินเดือนที่ได้ เดือนละ 71,230 บาท เงินเพิ่ม 42,330 บาท รวม 113,560 บาท
ร่วมบริจาคคนละ 5 หมื่น ช่วยโควิด-19 เป็นกองทุนบรรเทาทุกข์ของประชาชนในนามของวุฒิสภา โดยจะหักเงินบริจาคจำนวนดังกล่าวจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 นี้
กระทั่งมีเสียงทักท้วงจาก ส.ว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ แต่ที่สุดแล้วก็ยอมจำนนต่อความร่วมมือโดยดี
ฟากฝั่ง ส.ส.-ผู้แทนราษฎร มีความกังวลว่าจะมีหนังสือเวียนให้แสดงสปิริตสละเงินเดือน 113,560 บาทหรือไม่ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกว่า…
“วันนี้มีการส่งข้อความแจ้งมาว่า มีความกังวลเรื่องข่าวที่ไปกำหนดให้หักเงินเดือน ดังนั้น ผมเลยถือว่าไม่มีความคิดนี้ เพราะทราบดีว่า ส.ส.ดูแลประชาชนอยู่แล้ว อยากบอกว่าเงินเดือนส.ส.เมื่อหักภาษี และหักเงินเข้าพรรคแล้ว สำหรับบางพรรค เหลือเงินไม่ถึงแสนบาท มีประมาณ 8 หมื่นบาท สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อหักเงินเข้าพรรคแล้ว ก็เหลือประมาณ 6 หมื่นบาท ไม่ได้เป็นแสนอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ”
“ส.ส.แต่ละคนฐานะก็แตกต่างกัน คนที่มีความพร้อม มีฐานะดี ก็มีส่วนร่วมในการช่วยส่วนรวมก็เป็นเรื่องดี ควรชื่นชม แต่โดยส่วนตัวไม่บังคับ และไม่ให้หักเงินเดือน ส.ส. เพราะรู้ว่าเขาให้ขณะนี้ก็มากกว่าเงินเดือนที่หักอยู่แล้ว”
เป็น CSR ภาคการเมือง