“ธรรมนัส” ไล่เช็คที่ ส.ป.ก.ผิดกฎหมายทั่วประเทศ ก่อนพรีเซ้นต์โปเจคแก้แล้ง-โควิด 19 กว่า 2.4 พันล้าน
วันที่ 13 มกราคม 2563 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่า ส.ป.ก. เห็นถึงความสําคัญของโครงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคเกษตร จากวิกฤติ โควิด-19 จึงเสนอ 3 โครงการ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ส.ป.ก. ดังนี้ 1.โครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทานในเขตปฏิรูปที่ดิน 2.โครงการขุดบ่อบาดาลโซล่าเซลล์ในเขต ปฏิรูปที่ดิน และ 3.โครงการฝายชะลอน้ําสําหรับการเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน
ทั้งนี้ ก่อนที่จะดำเนินโครงการ ส.ป.ก. ต้องรีบมีการตรวจสอบการถือครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อนําที่ดินมาจัดสรรให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด และต้องการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ต้องส่งเสริมการตลาดนําการผลิต และการเชื่อมโยงตลาดให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรให้มีอาชีพ โดยการลดภาระหนี้สินและการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
รายงานข่าวระบุ จากการทำแผนเพื่อเสนอของบประมาณเงินกู้ ของกระทรวงการคลัง ล่าสุด ส.ป.ก.เสนอของบประมาณการป้องกันและแก้ปัญหาผลกระทบจากภัยแล้ง และ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจภาคการเกษตรจากวิกฤตโควิด-19 วงเงิน 2,446.62 ล้านบาท แบ่งเป็นงบภัยแล้ง 240.6 ล้านบาท และงบฝ่าวิกฤตโควิด-19 วงเงิน 2,205.95 ล้านบาท
สำหรับ รายละเอียดของโครงการ ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมกํารผลิตพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดินตํามแนวทางเศรษฐกจิพอเพียง โดยการ ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว พืชสมุนไพร โดยสนับสนุนปัจจัยการผลิต พันธุ์พืชพันธุ์ผัก 1,100,000 ครัวเรือนวงเงิน 2,205.95 ล้านบาท โครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทํานในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยการ ก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก ระบบส่งน้ำ กระจายน้ำ ขุดสระน้ำ เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำทำการเกษตร และรองรับ สถานกาณ์ภัยแล้งจำนวน 100 แห่ง ใช้งบประมาณ 108.72 ล้านบาท
โครงการขุดบ่อบาดาลโซล่าเซลในเขตปฎิรูปที่ดิน โดยการขุดบ่อบาดาล เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำทำการเกษตร และรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง 80 แห่ง ใช้งบประมาณ 122.76 ล้านบาท และโครงการฝายชะลอน้ำ สำหรับกํารเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยการ สร้างฝายโดยการให้ชุนชนมีส่วนร่วมจำนวน 200 แห่ง ใช้งบประมาณ 9.17 ล้านบาท