เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
Finance ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
Economic คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
Business ‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
Politics ‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
World บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
Biz Movement เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
SET วันนี้ (13 ก.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด สงครามยังกดดัน
Finance SET วันนี้ (13 ก.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด สงครามยังกดดัน
ดูทั้งหมด

มติเอกฉันท์ รับหลักการรีเซ็ตศาลรธน. เพิ่มอำนาจ ให้สั่งจำคุกคนหมิ่นศาลได้

28 ก.ย. 2560 | 12:36น.

สนช.มติเอกฉันท์ รับรีเซ็ตศาลรธน. เพิ่มอำนาจศาลสั่งจำคุกกรณีหมิ่นศาลไม่สุจริต “มีชัย” ยันต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ในวาระที่ 1 ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอ โดยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ป.ฉบับนี้ คือ กำหนดให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 9 คน แบ่งเป็น 1.ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี ซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวน 3 คน 2.ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจำนวน 2 คน 3.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ จำนวน 1 คน 4.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ จำนวน 1 คน และ 5.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวน 2 คน

ขณะเดียวกัน มาตรา 38 กำหนดให้ศาลมีอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยของการพิจารณาคดีหรือในกรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลอาจมีคำสั่งให้บุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการเพื่อให้การพิจารณาคดีดำเนินไปโดยสงบเรียบร้อยและรวดเร็ว นอกจากนี้ การวิจารณ์คำวินิจฉัยคดีที่กระทำโดยสุจริตและไม่ได้ใช้ถ้อยคำหรือมีความหมายหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้ายไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล มาตรา 39 บัญญัติว่า ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งหรือระเบียบตามมาตรา 38 ให้ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลและให้ศาลมีอำนาจดังต่อไปนี้ 1.ตักเตือน 2.ไล่ออกจากบริเวณศาล 3.ลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน มาตรา 76 กำหนดให้ประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับและมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวว่า ร่าง พ.ร.ป.ฉบับนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการให้มีกลไกการทำงานเพิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องความคงอยู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน ทาง กรธ.ได้กำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกองค์กร คือ การให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้เฉพาะบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น จะมีเพียงเฉพาะกรณีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เท่านั้นที่ กรธ.บัญญัติให้แตกต่างออกไปด้วยการให้พ้นจากตำแหน่งทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้ กสม.มีกระบวนการสรรหาสอดคล้องกับนานาชาติ และหากในชั้นคณะกรรมาธิการของสนช.จะมีการแก้ไขหรือมีความเห็นอย่างไรก็เป็นอำนาจหน้าที่ของ สนช.

จากนั้นที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 198 คะแนน งดออกเสียง 3 รับหลักการร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 จากนั้น ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 22 คน พร้อมกับกำหนดเวลาการทำงานต้องให้แล้วเสร็จภายใน 50 วัน ก่อนส่งกลับมาให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาลงมติในวาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป

 

ที่มา : มติชนออนไลน์