เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

จับตาปรากฏการณ์ใหม่หุ้นไทย “Sell in June” หลังโกงตายเดือน พ.ค.

01 มิ.ย. 2563 | 18:30น.

ตลาดหุ้นไทยรอดพ้นจากอาถรรพ์ “Sell in May” มาได้ โดยดัชนี SET index บวกทะลุแนวต้าน 1,300 จุด แถมผลตอบแทนยังบวกขึ้นประมาณ 2.22% ซึ่งจะด้วยผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เกิด “ความปกติใหม่” (new normal) อย่างที่กำลังเป็นกระแสที่ทุกคนพูดถึงกันหรือไม่ก็ตาม ล่าสุดก็มีเสียงเตือนจากบรรดานักวิเคราะห์ว่า ปรากฏการณ์เดิมอาจจะ “เลื่อน” ไปผุดในเดือนใหม่ นั่นก็คือปี 2563 นี้ มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิด “Sell in June” (เทขายหุ้นในเดือน มิ.ย.) แทนนั่นเอง

“ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเกิด”Sell in June” เนื่องจากเริ่มไร้ปัจจัยบวกใหม่ที่จะเข้าหนุนดัชนีให้ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปัจจัยบวกในประเทศจากการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ดี ภาครัฐทยอยผ่อนคลายล็อกดาวน์ต่อเนื่อง

“เดือน พ.ค.ปีนี้ ไม่มี Sell in May อารมณ์เหมือนโกงความตายมาแล้ว คือจริง ๆ ควรจะลง แต่ดันไม่ลง เพราะฉะนั้นอาจจะยกยอดจากเดือน พ.ค.ที่ปกติเกิด Sell in May ประมาณ 3-5% หรือประมาณ 40-50 จุด มาเกิดในช่วงเดือน มิ.ย. โดยมีโอกาสที่ SET index จะปรับลดลงมาอยู่ที่บริเวณ 1,260-1,280 จุด จากตอนนี้อยู่บริเวณใกล้ ๆ 1,350 จุด” นายณัฐพลกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยในประเทศมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งการเมืองที่มีความเสี่ยงปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบฯ และพระราชกำหนด 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งจะมีแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ มูลค่า 4 แสนล้านบาทอยู่ด้วย

ส่วนปัจจัยต่างประเทศก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องการระบาดของไวรัสระลอก 2 รวมถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่เริ่มปะทุอีกครั้ง จะเป็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจต่างประเทศ (global play) โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด

นอกจากนี้ ในเดือน มิ.ย.จะเป็นเดือนสุดท้ายที่จะสามารถซื้อกองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ (SSFX) เพื่อลดหย่อนภาษี โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นอีกราว 3,000-4,000 ล้านบาท และคาดว่าเม็ดเงินในส่วนนี้จะเป็นตัวช่วยพยุงตลาดหุ้นไม่ให้ปรับลงหลุดแนวรับที่ประเมินเอาไว้

“กลยุทธ์การลงทุน เราอยากให้รอดูก่อน เพราะตลาดเพิ่งปรับฐาน ถ้าปรับลงมาเยอะ ก็แนะนำให้นักลงทุนกลาง-ยาวเข้าสะสมอีกรอบได้ ส่วนคนที่เล่นเก็งกำไรสั้น ๆ อยากให้รอตลาดนิ่งกว่านี้ แล้วค่อยเล่นเก็งกำไร แต่ตอนนี้กลุ่มที่พอจะเก็งกำไรได้ในมุมมองเรา ก็มีกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มอุตสาหกรรม”

ขณะที่ “ชาญชัย พันทาธนากิจ” ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า SET index ในเดือน พ.ค.ปรับขึ้น 2.22% ตอบรับประเด็นบวกต่าง ๆ ได้แก่ การค้นพบวัคซีนป้องกันโควิด-19 การคลายล็อกธุรกิจ มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ฯลฯ แต่ต่างชาติยังคงขายสุทธิราว 3.6 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนที่ต่างชาติขายสุทธิ 7.84 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ พบว่านักลงทุนในประเทศ ได้แก่ รายย่อยซื้อสุทธิ 1.82 หมื่นล้านบาท สถาบันซื้อสุทธิ 1.71 หมื่นล้านบาท และ บัญชี บล.ซื้อสุทธิ 1,000 ล้านบาท

“การที่รายย่อยซื้อสุทธิสูง อาจเป็นพฤติกรรมแสวงหากำไร (Search for Yield) ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ อีกทั้งแรงซื้อยังเข้ามาในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กค่อนข้างมาก ซึ่งต้องระวัง สะท้อนว่าตลาดมีการซื้อเก็งกำไรค่อนข้างมาก” นายชาญชัยกล่าว

ขณะที่แนวโน้มของตลาดหุ้นในเดือน มิ.ย. ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่แนวต้านบริเวณ 1,360-1,390 จุด และแนวรับ 1,250 จุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ อาจกดดันให้ SET index ปรับขึ้นได้จำกัด ได้แก่ 1.มูลค่าตลาดหุ้นไทย (valuation) ที่เริ่มตึงตัว โดยล่าสุดหุ้นไทยซื้อขายด้วยอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) 20 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่อยู่ระหว่าง 11-17.5 เท่า 2.ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน และ 3.ความเสี่ยงไวรัสแพร่ระบาดระลอก 2

“ชาญชัย” ก็มองว่า เดือน มิ.ย.ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดแรงขาย หรือ “Sell in June” จากที่ตลาดหุ้นไทยตอบรับปัจจัยบวกไปค่อนข้างมากแล้วในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจาก 3 ปัจจัยที่มากดดันดัชนีอีกด้วย ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม จึงแนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มปลอดภัย (defensive play)และกลุ่มที่ปรับขึ้นช้ากว่าดัชนี (laggard play) อย่าง บมจ.ทีทีดับบลิว(TTW) บมจ.บีซีพีจี (BCPG) และบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)

“คาดว่าเม็ดเงินจาก SSFX จะไหลเข้าตลาดหุ้นเดือน มิ.ย.ราว 3,000-4,000 ล้านบาท สูงกว่าช่วง 2 เดือนแรกที่เปิดขาย ที่มีเงินไหลเข้ารวมกันราว 5,000 ล้านบาท หรือตกเดือนละ 2,500 ล้านบาท เนื่องจาก มิ.ย.เป็นเดือนสุดท้ายที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีพิเศษได้ อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินระดับดังกล่าวไม่สามารถขับเคลื่อนดัชนีได้มากนัก” นายชาญชัยกล่าว

ด้วยความที่ปีนี้เป็นปีที่ไม่ปกติ ดังนั้นตลาดหุ้นไทยจึงมีโอกาสจะเกิดปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ ส่วนจะเป็นตอนไหนนั้น คงยากจะคาดเดา ดังนั้น นักลงทุนก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และลงทุนด้วยความระมัดระวัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไทย