เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
Biz Movement หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
Biz Movement BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
Uncategorized ‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
Business พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
Economic โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
การศึกษา AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
ดูทั้งหมด

โรงพยาบาลเอกชนกุมขมับ รายได้ร่วง-ยกเลิกโอที-หมอพาร์ตไทม์

08 มิ.ย. 2563 | 09:34น.

พิษไวรัสโควิด-19 ลามไม่หยุด โรงพยาบาลเอกชนกุมขมับ เผยยอด “คนไข้นอก-คนไข้ใน-ต่างประเทศ” ร่วงต่อเนื่อง ปิดคลินิก “ทันตกรรม-ความงาม-ผ่าตัด” ลดความเสี่ยงการระบาด ทำรายได้ร่วง คาดไตรมาส 2 สถานการณ์ยังหนัก เดินหน้าลดต้นทุน คุมเข้ม-ลดรายจ่าย ประกาศเลิกจ้าง “แพทย์-พยาบาล” พาร์ตไทม์ ควบคู่หั่นค่า “โอที” เกลี้ยง

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากจำนวนคนไข้ ทั้งคนไข้นอกและคนไข้ใน อย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของไตรมาสแรกที่ผ่านมา ล้วนมีตัวเลขที่ลดลง เนื่องจากคนไข้หรือผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีความกังวลและหลีกเลี่ยงการเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยง และส่งผลกระทบกับรายได้โดยตรง ล่าสุดโรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งต้องหันมาใช้นโยบายรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย เพื่อประคับประคองสถานการณ์ในวันข้างหน้าที่ยังไม่สามารถคาดการณ์แนวโน้มและระยะเวลาของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้

คาดไตรมาส 2 ยังหนัก

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการโรงพยาบาลเอกชนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโดยรวมของโควิด-19 ในประเทศอาจจะดูคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ที่แต่ละวันมีจำนวนไม่มากนัก แต่สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนยังคงได้รับผลกระทบในแง่ของจำนวนผู้ใช้บริการหรือคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาที่ลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30-40% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ประกอบกับที่ผ่านมา โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งได้หยุดให้บริการคลินิกต่าง ๆ ลงจำนวนหนึ่ง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาด เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกความงาม คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง รวมถึงการผ่าตัดแทบทุกประเภท โดยทั้ง 2 ปัจจัยหลักนี้ส่งผลให้โรงพยาบาลเอกชนมีรายได้ลดลง

“จากจำนวนอุบัติเหตุที่ลดลงค่อนข้างมากในช่วงที่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมีการประกาศเคอร์ฟิว ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งมีรายได้ที่ลดลง จากก่อนหน้านี้ที่ทุกครั้งที่มีอุบัติเหตุ หรือมีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต โรงพยาบาลที่รับเคสก็จะมีรายได้จากยูเซป (UCEP&Universal Coverage for Emergency Patients) จากกองทุนประกันหลักสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และสิทธิข้าราชการ แล้วแต่กรณี”

แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า จากการได้พูดคุยกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนหลาย ๆ แห่ง ทุกคนต่างคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลในช่วงไตรมาสที่ 2 จะหนักกว่าไตรมาสแรก เพราะช่วงไตรมาสที่ 2 นี้ โรงพยาบาลจะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ตลอดทั้งไตรมาส ขณะที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้รับผลกระทบเฉพาะช่วงครึ่งหลังของไตรมาส แต่ช่วงเดือนมกราคมถึงกลางกุมภาพันธ์ เหตุการณ์ยังปกติ

ซีโร่โอที-ลดหมอพาร์ตไทม์

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า จากแนวโน้มรายได้ที่ลดลงดังกล่าว ทำให้ตอนนี้โรงพยาบาลแทบทุกแห่งหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยสิ่งที่เริ่มทยอยทำมาระยะหนึ่งก็คือ การลดการทำงานล่วงเวลาหรือโอทีของทุกแผนก รวมทั้งกรณีของแพทย์และพยาบาล โดยหลายแห่งประกาศใช้นโยบาย “ซีโร่โอที” นอกจากนี้ยังมีการประกาศงบฯการจ้างแพทย์พาร์ตไทม์ และพยาบาลพาร์ตไทม์ เพื่อลดต้นทุนอีกทางหนึ่ง เนื่องจากค่าจ้างแพทย์และพยาบาลนั้นถือเป็นต้นทุนในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง หรือคิดเป็นประมาณ 40-60% ของต้นทุนทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่ามีการซื้อตัวมาแพงมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกันก็ใช้แพทย์-พยาบาลฟูลไทม์ที่มีอยู่อย่างเต็มที่

“ที่อาจจะหนักหน่อยหลัก ๆ จะเป็นกลุ่มโรงพยาบาลที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ เพราะนอกจากคนไข้ในประเทศที่ยังวิตกกังวลและไม่อยากเข้าไปใช้บริการแล้ว คนไข้ใหม่จากต่างประเทศก็ไม่มีเข้ามาเพิ่มเพราะหลายแห่งยังปิดประเทศ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอาจจะยาวไปจนถึงช่วงไตรมาสที่ 3 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแต่ละประเทศด้วย”

ขณะที่ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการมอนิเตอร์การใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนในภาพรวมพบว่า ขณะนี้แม้ว่าประชาชนหรือคนไข้จำนวนหนึ่งอาจจะลดความกังวลที่จะไปโรงพยาบาลลงบ้าง แต่ปัจจัยในเรื่องเศรษฐกิจและกำลังซื้อจากปัญหาการปิดกิจการ การเลิกจ้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่จำนวนคนไข้ของโรงพยาบาลเอกชนยังมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาวะเช่นนี้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งเป็นเหมือนกันหมด มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป และทำให้ทุกค่ายต้องปรับตัวกันอย่างหนัก

ไตรมาส 1 รายได้ลดถ้วนหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 ของธุรกิจโรงพยาบาลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯพบว่า ส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานหรือมีรายได้ที่ลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงครึ่งหลังของไตรมาส 1/2563 ที่ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกมีตัวเลขที่ลดลง รวมถึงการปิดประเทศ การห้ามเดินทางระหว่างประเทศเพื่อลดการแพร่ระบาด ทำให้โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งมีจำนวนคนไข้ชาวต่างประเทศลดลงเช่น บริษัท โรงพยาบาลสมิติเวช จำกัด (มหาชน) รายได้ลด 6% หรือ 2,949 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมามีรายได้ 3,132 ล้านบาท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ มีรายได้ลดลง 4% หรือ 20,003 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมามีรายได้ 20,770 ล้านบาท

เช่นเดียวกับบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) รายได้ลดลง 11.7% หรือ 4,179 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมามีรายได้ 4,733 ล้านบาท ขณะที่บริษัท บางกอก เชน ฮอสพิทอล จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ มีรายได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง หรือเพิ่มขึ้น 4% เป็น 2,196 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมามีรายได้ 2,105 ล้านบาท