ความสัมพันธ์ “สหรัฐ-จีน” ตึงเครียด ยังช่วยหนุนทองคำ
คอลัมน์ สถานีลงทุน โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ราคาทองคำ spot เดือน พ.ค.ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 7 ปี 7 เดือน ที่ 1,765 ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงในช่วงขาลง ขณะที่เฟดจะไม่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่วุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมาย “Holding Foreign Companies Accountable Act” ซึ่งอาจทำให้บริษัทจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกสถานะพิเศษของฮ่องกงเพื่อตอบโต้จีนที่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง และมีข่าวว่าจีนเริ่มตอบโต้กลับ โดยระงับการซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ รวมทั้งถั่วเหลือง ทำให้อาจกระทบต่อข้อตกลงการค้าเฟสแรกที่สหรัฐและจีนทำไว้เมื่อเดือน ม.ค.
ส่วนเศรษฐกิจทั่วโลกหดตัวลงจากไวรัสโควิด-19 เป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำเช่นกัน ซึ่งจีดีพีไตรมาส 1 ของสหรัฐและจีนที่เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ของโลกหดตัวลง 5.0% และ 6.8% ตามลำดับ สำหรับการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนระงับการกำหนดเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ ครั้งแรกนับตั้งแต่มีการประกาศมา 30 ปี
ประเด็นที่จะมีผลกระทบต่อราคาทองคำในเดือน มิ.ย. ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน การประชุมเฟด การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน การผ่อนคลายล็อกดาวน์ทั่วโลก การระบาดของโควิด-19 รอบ 2 จะเกิดขึ้นหรือไม่ และจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน การพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
ซึ่งคาดว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนจะเป็นปัจจัยที่สำคัญ หลังจากมีรายงานข่าวว่า รัฐบาลจีนได้สั่งการให้บริษัทขนาดใหญ่ของรัฐบาลระงับการซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ รวมทั้งถั่วเหลือง ทำให้อาจกระทบต่อข้อตกลงการค้า เฟสแรกที่สหรัฐและจีนทำไว้เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ส่วนการประชุมเฟดคาดว่าจะไม่มีการออกมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม ทำให้อาจมีผลกระทบต่อราคาทองคำไม่มากนัก ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประธานเฟดยืนยันว่าเฟดจะไม่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ และย้ำว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว
ขณะที่ราคาทองคำมีปัจจัยลบจากทั่วโลกผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้คาดหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวขึ้น และความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดหุ้น และลดความต้องการทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
คาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาทองคำในเดือน มิ.ย. จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,670-1,750 ดอลลาร์ สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทองคำ spot ปรับลงมาที่ 1,670-1,680 ดอลลาร์ และแนะนำขายทำกำไรราคาทองคำ spot ที่ 1,730 ดอลลาร์ และ 1,750 ดอลลาร์
