เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

เกาหลีเหนือ-ทะเลจีนใต้-ทรัมป์ “ภัยคุกคาม” ศก.เอเชีย-

02 ต.ค. 2560 | 07:00น.

เป็นเวลาหลายสิบปีที่เอเชียคือปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของโลก ด้วยอัตราการเติบโตที่โดดเด่น สาเหตุหลักก็มาจากการที่ภูมิภาคนี้ปราศจากความขัดแย้งใหญ่ ๆ ในระดับที่ต้องใช้กำลังทางทหารนับจากสิ้นสุดสงครามเวียดนามในทศวรรษ 1970 ซึ่งต่างจากยุโรปหรือละตินอเมริกา

แต่ทว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นในห้วงไม่นานมานี้ อาจเป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชีย

“ริชาร์ด ฮาส” ประธานสภาความสัมพันธ์ต่างประเทศ ระบุว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ว่านั้น ได้แก่ 1.กรณีที่จีนมีท่าทีแข็งกร้าวในการอ้างเขตแดนของตนในทะเลจีนใต้ รวมทั้งการพิพาทเขตแดนกับอินเดีย 2.เกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง 3.ความโกลาหลทางนโยบาย เอาแน่เอานอนไม่ได้ของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ที่ผ่านมาแม้จะมีปัญหาการอ้างเขตแดนอยู่บ่อย ๆ นับตั้งแต่ข้อพิพาทเรื่องเกาะระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ที่จีนและหลายประเทศต่างอ้างกรรมสิทธิ์ แต่ก็ไม่เคยขยายไปสู่สงคราม เพราะไม่มีประเทศไหนอยากทำร้ายการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคประเทศข้างเคียง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เอเชียค่อนข้างมีเสถียรภาพ เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการที่สหรัฐอเมริกาคงกำลังทหารไว้ในเอเชียเป็นเวลาหลายสิบปีจนฝังรากแน่น ช่วยให้ประเทศในเอเชียไม่อยากแสวงหาอาวุธมากไปกว่าที่มีอยู่เดิม

แต่ดังที่กล่าวข้างต้น พัฒนาการล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งกรณีที่จีนยืนยันแข็งกร้าวเรื่องสิทธิในทะเลจีนใต้ อาจทำให้ประเทศเอเชียอื่น ๆ เกิดแรงจูงใจที่จะเพิ่มกำลังทางทหารและยุทโธปกรณ์ หากเป็นเช่นนั้นก็มีแนวโน้มที่ความไม่ลงรอยจะยกระดับเป็นความขัดแย้ง

ขณะเดียวกันการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) การตำหนิการใช้จ่ายด้านการทหารของชาติพันธมิตร และนโยบายต่างประเทศของสหรัฐที่ยากจะคาดเดาอาจทำให้ระบบการป้องปรามอ่อนแอลง ซึ่งนั่นจะทำให้ชาติพันธมิตรสหรัฐในเอเชียจำเป็นต้องหาทางป้องกันประเทศด้วยตัวเอง

สงครามทางคำพูดที่เผ็ดร้อนระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา จนทำให้เกาหลีเหนือขู่จะยิงถล่มเกาะกวมซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐในแปซิฟิก รวมทั้งขู่จะเล่นงานพันธมิตรสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้และญี่ปุ่น อาจทำให้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพิ่มการใช้จ่ายทางทหาร เมื่อถึงจุดนั้นก็หมายความว่าเสถียรภาพในเอเชียที่เคยเป็นปัจจัยฟูมฟักการเติบโตทางเศรษฐกิจเริ่มมีปัญหา

สำหรับความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับอเมริกานั้น เกี่ยวพันกับจีนอย่างมาก เพราะอเมริกาหวังพึ่งพาความร่วมมือจากจีนเป็นหลักในการหยุดยั้งเกาหลีเหนือไม่ให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยอเมริกามองว่าจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือไม่ได้ให้ความร่วมมือเพียงพอ ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าสหรัฐอาจยกระดับกดดันจีนด้วยการแซงก์ชั่นแบงก์ขนาดใหญ่ของจีน 4 แห่งที่เป็นบ่อน้ำเลี้ยงให้กับเกาหลีเหนือ

กระทั่งล่าสุดนี้มีกระแสข่าวว่าธนาคารกลางจีนได้สั่งให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ดังกล่าวเลิกทำธุรกรรมกับโสมแดงแล้ว ซึ่งเหตุที่จีนยอมก็อาจเป็นเพราะแบงก์ขนาดใหญ่ 4 แห่งดังกล่าวมีสินทรัพย์รวมกันมากที่สุดในโลก หรือเป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่ที่สุดของโลก

ขณะเดียวกันก็ไปลงทุนในสหรัฐมากทั้งในรูปการปล่อยสินเชื่อ การออกพันธบัตรและสนับสนุนกิจการค้าต่าง ๆ หากถูกสหรัฐแซงก์ชั่นก็จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและตลาดโลก ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อจีนเช่นกัน