Skip to content

“สยามโมเอโกะ”คัมแบ็กผลิตน้ำมัน ประเมินแหล่งบูรพาคุ้มสู้ราคาตลาดได้

06 ต.ค. 2560 | 15:35น.
“สยามโมเอโกะ”คัมแบ็กผลิตน้ำมัน ประเมินแหล่งบูรพาคุ้มสู้ราคาตลาดได้

แหล่งบูรพาเริ่มทดสอบระบบผลิตปิโตรเลียมหลังหยุดซ่อมไป 3 เดือน พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผลิต หวังลดต้นทุนสู้กับราคาน้ำมันที่ยังต่ำไม่เกิน 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล คาดกลับมาผลิตเต็ม 100% ได้ในช่วงต้นปี”61 บริษัท สยามโมเอโกะยันไม่ขายแหล่งทิ้ง

ก่อนหน้านี้บริษัท สยามโมเอโกะ จำกัด ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม “แหล่งบูรพา” บนพื้นที่จังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ ได้แจ้งอย่างเป็นทางการว่าอุปกรณ์ในหลุมผลิตขัดข้อง และมีความจำเป็นที่จะต้องหยุดผลิตเพื่อซ่อมบำรุง พร้อมกับปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิตรวม 3 เดือนคือ มิถุนายน-สิงหาคม ล่าสุดได้แจ้งความคืบหน้ามายังกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่าจะเริ่มทดสอบระบบและจะกลับมาผลิตเร็ว ๆ นี้

ดร.ภูมี ศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักเทคโนโลยีประกอบกิจการปิโตรเลียม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท สยามโมเอโกะ จำกัด ผู้รับสัมปทานในแหล่งบูรพา ได้แจ้งว่า จะเริ่มทดสอบระบบทั้งหมดให้แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ หลังจากที่ต้องหยุดเดินเครื่องผลิตจากปัญหาอุปกรณ์การผลิตขัดข้อง รวมถึงจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีราคาต่ำที่ประมาณ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งในช่วงเริ่มทดสอบจะมีการศึกษาเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากปรับปรุงและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยนั้นจะสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้หรือไม่ จากเดิมที่ศักยภาพการผลิตอยู่ที่ 400 บาร์เรล/วันเท่านั้น โดยคาดว่าในช่วงต้นปี 2561 จะสามารถกลับมาผลิตได้เต็มที่

นอกจากนี้ยังได้รับการยืนยันจากบริษัท สยามโมเอโกะด้วยว่า จะยังคงเดินหน้าผลิตปิโตรเลียมในแหล่งบูรพาต่อไป จากที่ก่อนหน้านี้มีแนวความคิดที่จะโอนสัมปทานแหล่งดังกล่าวให้กับเอกชนรายอื่นที่มีความสนใจเข้ามาพัฒนาต่อ แต่เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าจะคงยืนราคาที่ค่อนข้างต่ำไปอีกนานนั้น ทำให้ไม่มีเอกชนรายอื่น ๆ ให้ความสนใจในแหล่งปิโตรเลียมดังกล่าว

“ราคาน้ำมันค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อประเมินแล้วก็พบว่า แหล่งบูรพายังสามารถเดินหน้าผลิตและเลี้ยงตัวเองได้ และไม่ขาดทุน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรวย สถานการณ์มันทรง ๆ ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก เขาบอกยังสู้ต่อ แม้ว่าแหล่งบูรพาจะค่อนข้างเล็กก็ตาม”

ดร.ภูมีกล่าวถึงแหล่งปิโตรเลียมอื่น ๆ เพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้รับสัมปทานรายอื่น ๆ ทั้งพื้นที่บนบกและในพื้นที่อ่าวไทย แจ้งขอหยุดการผลิตเพิ่มเติมแต่อย่างใด สำหรับกรณีของแหล่งสงขลา ที่มีบริษัท ซีอีซี อินเตอร์เนชันแนล จำกัด เป็นผู้รับสัมปทานนั้น ยังคงหยุดผลิตไปเพียง 3 แท่น จากที่มีอยู่ 5 แท่น โดยให้เหตุผลว่า แม้ว่าปริมาณสำรองยังอยู่ในระดับที่ดี แต่เนื่องจากต้นทุนการผลิตในบางหลุมยังสูงเกินไป และบางหลุมผลิตถือว่าติดลบด้วยซ้ำ จึงยังคงมีการผลิตเพียง 2 แท่นเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้บริษัท สยามโมเอโกะ ได้หารือกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไว้ 3 แนวทาง ภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ต่ำมากและไม่คุ้มค่าลงทุน คือ 1) ขอหยุดการผลิตชั่วคราว ในกรณีที่ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้ลดลงต่ำกว่า 400 บาร์เรล/วัน 2) คืนสัมปทานแหล่งดังกล่าวให้รัฐ และ 3) ให้บริษัทอื่นที่สนใจเข้ามารับช่วงการผลิตต่อไป ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่าบริษัท สยามโมเอโกะ ยังคงเดินหน้าผลิตปิโตรเลียมแหล่งบูรพาต่อไป

ทั้งนี้ตามการรายงานของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ระบุถึงราคาน้ำมันดิบ จากแหล่งปิโตรเลียมบนบก (ราคา ณ ปากหลุม) ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เช่น แหล่งวิเชียรบุรี ศรีเทพ มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 43.88 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แหล่งบึงหญ้า หนองสา ราคา 46 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และแหล่งสิริกิติ์อยู่ที่ 44 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ฯลฯ

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท โอเฟียร์ ไทยแลนด์ (บัวหลวง) จำกัด ในฐานะผู้รับสัมปทานแปลง G4/50 ได้คืนแปลงสำรวจดังกล่าว หลังจากครบเวลาในช่วงสำรวจแล้วเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2559 และไม่พบปริมาณปิโตรเลียม นอกเหนือจากแหล่งดังกล่าวแล้ว บริษัท โอเฟียร์ฯ ยังเป็นผู้รับสัมปทานในแปลง B8/38 ซึ่งอยู่ในระหว่างผลิตปิโตรเลียมด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปิโตรเลียม