เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
Economic ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
Finance บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
GBS แนะกันเงินสด 30% รอช้อนหุ้น ชู 9 หุ้นเด่น ‘BDMS-GULF’ นำทีม
Finance GBS แนะกันเงินสด 30% รอช้อนหุ้น ชู 9 หุ้นเด่น ‘BDMS-GULF’ นำทีม
EVAT ขานรับขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% เสนอลงทุนจริงแลกโควตา ปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
Economic EVAT ขานรับขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% เสนอลงทุนจริงแลกโควตา ปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
Economic ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
Politics ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
Economic รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
ดูทั้งหมด

THRE ดึงเทคโนโลยี e-KYC จากจีน บริการคู่ค้าธุรกิจประกัน

29 ส.ค. 2563 | 10:00น.

“ไทยรับประกันภัยต่อ” ส่งบริษัทลูก “ไทยรีอินโนเวชั่น” นำเทคโนโลยียืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์( E-KYC) จากประเทศจีน บริการคู่ค้าธุรกิจประกัน คาดเฟสแรกนำร่องธุรกิจประกันชีวิตในปี 2564

ไทยรับประกันภัยต่อ
นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทลูกอย่าง “ไทยรีอินโนเวชั่น” เตรียมนำเทคโนโลยียืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์( E-KYC) จากประเทศจีนมาให้บริการลูกค้าบริษัทประกัน ทั้งในรูปแบบการให้บริการทั่วไปหรือผนวกเข้ากับผลิตภัณฑ์ประกัน เพื่อเพิ่มรายได้จากการเก็บค่าบริการให้กับบริษัท ซึ่งจะเป็นธุรกิจหนึ่งที่ช่วยสร้างกำไรที่ดีในระยะยาว

โดยบริษัทอยู่ระหว่างการตกลงกับบริษัทคู่ค้า คาดว่าจะเริ่มเฟสแรกได้ในปี 2564 โดยเป็นการนำเทคโนโลยียืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ และนำ AI มาให้บริการสำหรับการเก็บบันทึกข้อมูลเป็นวิดีโอการรับประกันภัย เพื่อยืนยันการขายประกันและการเคลมสินไหมได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยลดข้อพิพาทและการฉ้อฉลประกันภัยในอนาคต รวมถึงตอบสนองความต้องการของคนที่ยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงโควิด-19 ได้

“เทคโนโลยีนี้เราไม่ได้ลงทุนเยอะ เพราะเป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูป และเท่าที่คุยกับลูกค้าบริษัทประกันต่างสนใจ มีความต้องการใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มกับบริษัทประกันชีวิตได้ก่อน และบริการนี้ยังเหมาะบริษัทประกันขนาดกลางและเล็ก ด้วยอัตราค่าบริการที่คุ้มค่ามากกว่าต้องลงทุนเอง เราจึงมั่นใจว่า ธุรกิจใหม่นี้จะช่วยสร้างรายได้หลักและกำไรในระยะยาวให้กับเราได้” นายโอฬารกล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังกำลังพิจารณาซื้อไลเซนส์จากบริษัทต่างประเทศ และให้บริษัทลูก “ไทยรีแอคชัวเรียล” นำมาพัฒนาระบบและให้บริการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย สำหรับลูกค้าบริษัทประกันภัยที่จะต้องเตรียมตัวรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 ที่คาดว่าเริ่มใช้ในปี 2566

สำหรับแผนธุรกิจ 3 ปี (63-65) บริษัทยังคงเป้าหมายผลักดันผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) จะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องแตะระดับกว่า 10% ไปพร้อมกับการเติบโตของเบี้ยประกันภัยธุรกิจหลักเติบโต 10% นอกจากนี้ 4 ธุรกิจในบริษัทย่อย (ไทยรีเซอร์วิสเซส, ไทยรีแอคชัวเรียล คอนซัลติ้ง, อีเอ็มซีเอสไทย, ไทยรีอินโนเวชั่น) รายได้เติบโต 15% ต่อปี รวมทั้งน่าจะยังรักษาเป้าหมายมีกำไรได้ตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก บริษัทยังสามารถทำได้ตามเป้าหมาย มี ROE อยู่ที่ 5-7% ธุรกิจหลักมีเบี้ยประกันภัยราว 2 พันล้านบาท เติบโต 10% และมีกำไรสุทธิ 87 ล้านบาท เติบโต 313% มาจากการขยายตลาดประกันสุขภาพ มีกำไร 27 ล้านบาท และกำไรที่เหลือมาจากการลงทุน รวมถึงบริษัทในเครือ อีกทั้งค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันระยะยาวลดลงไปแล้วกว่า 70 ล้านบาท และอีก 80 ล้านบาทจะทยอยหมดภายในสิ้นปีนี้ จึงมั่นใจว่าทั้งปีนี้บริษัทจะเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ โดยเป้าธุรกิจหลักจะมีเบี้ยประกันภัยกว่า 4,000 ล้านบาทเติบโต 10% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

พยายามรักษาผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 4.5% เน้นลงทุนในหุ้น 30% พันธบัตร เงินฝาก และกองรีท 30% และที่เหลืออื่นๆ

ส่วนแผนการขยายตลาดประกัยภัยในต่างประเทศ คาดว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ยังล่าช้าออกไปเป็นปีหน้า จากผลกระทบโควิด-19 ที่ไม่สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ แต่ยังติดต่อพูดคุยตามปกติ ส่วนรายได้จากการขยายในตลาด CLMV ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รายได้ไม่ได้เพิ่มเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หรือมีเบี้ยประกันอยู่ที่ 20 ล้านบาท