ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ก.ค. เพิ่มเกินคาด
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 3 กันยายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/9) ที่ระดับ 31.22/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อน ค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (2/9) ที่ระดับ 31.26/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า เทียบกับสกุลเงินหลักหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 6.4% ในเดือน ก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 6.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 6.4% ในเดือน มิ.ย. การดีดตัวของคำสั่งซื้อภาคโรงงานได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังคงได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 56.0 ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 54.2 ในเดือน ก.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.5
ผลสำรวจของ ISM สอดคล้องกับไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งได้เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.1 ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ปีที่แล้ว จากระดับ 50.9 ในเดือน ก.ค.
ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.28-31.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.37/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/9) ที่ระดับ 1.1828/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (2/9) ที่ระดับ 1.1873/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ในวันนี้ค่าเงินยูโรทยอยปรับตัวอ่อนค่าตลอดทั้งวันหลังค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ ค่าเงินยูโรยังได้รับแรงกดดันจากรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศในแถบยูโรโซนออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจนัก โดยมีรายงานยอดค้าปลีกของเยอรมนีปรับตัวติดล 0.9% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 0.5% อีกทั้ง อัตราการว่างงานของยูโรโซนดีดตัวขึ้นแตะ 7.9% ในเดือนกรกฎาคม หลังรัฐบาลประกาศใช้มาตรการ Lock Down เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1789-1.1854 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1830/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/9) ที่ระดับ 106.23/25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (2/9) ที่ระดับ 106.10/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด ส่งผลให้นักลงทุนลการถือครองสกุลเงินปลอดภัยอย่างเยนลง และเพิ่มการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.14-106.34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.28/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ส.ค. จากมาร์กิต (3/8), ดัชนีภาคบริการเดือน ส.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (3/8), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (3/8), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. (4/8)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.15/+0.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +5.95/+7.96 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ