เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
Politics รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
Economic ‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจภูมิภาค ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจใต้ Q3 โตต่อ ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุดปี 70
เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจใต้ Q3 โตต่อ ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุดปี 70
ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
News ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
World Mr. Veto บุรุษนักตีตกร่างกฎหมาย
DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
Business DONKI สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
World ‘อับดุล เอล-ซาเยด’ มุสลิมคนแรก นั่งวุฒิสภาสหรัฐ
KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
Finance KAsset จับตา Blue Sweep เขย่าหุ้นเทคสหรัฐ ชี้คานอำนาจทรัมป์อาจหนุนตลาด
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะตลาดกังวลปัญหาจีน-สหรัฐ

09 ก.ย. 2563 | 17:41น.
เงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 9 กันยายน 2563

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/9) ที่ระดับ 31.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (8/9) ที่ระดับ 31.41/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอย่างทรงตัวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเทียบค่าเงินสกุลหลัก ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่วานนี้ (8/9) นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวว่า เขาจะลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีนลง พร้อมทั้งเปรยถึงมาตรการลงโทษบริษัทสัญชาติสหรัฐที่ไปสร้างฐานการผลิตในต่างประเทศ และมาตรการกีดกันบริษัทที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีนไม่ให้ได้รับสัญญาทางธุรกิจกับรัฐบาลกลางสหรัฐ

โดยนายทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลจะผลักดันให้บริษัทสัญชาติสหรัฐ ผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการผลิตภายในประเทศเอง โดยรัฐบาลจะให้ผลประโยชน์ทางภาษีแก่สินค้าที่ผลิตในสหรัฐ (Made in America) และนายทรัมป์ยังเสริมว่านโยบายดังกล่าวจะนำไปสู่การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ

นอกจากนั้น รัฐบาลจะเรียกเก็บภาษีกับบริษัทสัญชาติสหรัฐ ที่ออกไปสร้างฐานการผลิตในจีนและในประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.37-31.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/9) ที่ระดับ 1.1772/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (8/9) ที่ระดับ 1.1811/14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงแม้สหภาพยุโรปเปิดเผยดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในกลุ่มประเทศสมาชิก (GDP) ของไตรมาสที่ 2/2563 ออกมาที่หดตัวร้อยละ 14.7 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และหดตัวร้อยละ 11.8 เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่หดตัวร้อยละ 15.0 และ 12.1 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของค่าเงินยูโรนั้นมีทิศทางสอดคล้องกับของค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงของสหราชอาณาจักร โดยค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 1.07 ภายในข้ามคืน จากระดับปิดตลาดเย็นวานนี้ (8/9) ที่ 1.1306/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ปอนด์สเตอร์ลิง สู่ระดับเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/9) ที่ 1.2959/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ปอนด์สเตอร์ลิง หลังจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรยื่นคำขาดว่า สหราชอาณาจักรพร้อมที่จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตลง (no-deal Brexit) ถ้าหากสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้ภายในกำหนดการณ์เดิมคือวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1755-1.1787 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1760/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/9) ที่ระดับ 105.92/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (8/9) ที่ระดับ 106.30/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการค้าและการลงทุนของตลาดโลก ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.76-106.03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.00/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตำแหน่งว่างงานเปิดใหม่จาก JOLTs ของสหรัฐเดือนกรกฎาคม (9/9), อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหภาพยุโรป (10/9), ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) และดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (PPI) ของสหรัฐเดือนสิงหาคม (10/9), จำนวนคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Innitial Jobless Claims) ของสหรัฐ (10/9), ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) และดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (PPI) ของญี่ปุ่น เดือนสิงหาคม (10/9), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักร ไตรมาสที่ 2/2563 (11/9),

ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมมวลรวม (Industrial Production) ของสหราชอาณาจักร เดือนกรกฎาคม (11/9), ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing Production) ของสหราชอาณาจักร เดือนกรกฎาคม (11/9), ดุลการค้า (Trade Balance) ของสหราชอาณาจักร เดือนกรกฎาคม (11/9), อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของเยอรมนี เดือนสิงหาคม (11/9), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) และดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของสหรัฐเดือสิงหาคม (10/9), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักร ไตรมาสที่ 2/2563 (11/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.25/0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 5.15/7.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ