เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“ไทยเบฟ” กางแผนปลุกตลาด ขึ้นผู้นำ “น้ำเมา-เครื่องดื่ม-ร้านอาหาร”

05 ต.ค. 2563 | 14:08น.

“ฐาปน สิริวัฒนภักดี” แม่ทัพใหญ่ไทยเบฟฯ ประกาศแผน 3 ยุทธศาสตร์ “สร้างโอกาสธุรกิจใหม่-สร้างความแข็งแกร่ง-ต่อยอดธุรกิจ” ตั้งเป้าก้าวขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจอลกอฮอล์-น็อนแอลกอฮอล์-ธุรกิจอาหาร ใน 5 ปี เผยอาศัยความหลากหลายของพอร์ตเหล้า แก้ปมโควิด-19 ทุบตลาดร่วง ทุ่ม 500 ล้าน เพิ่มกำลังการผลิตรุกตลาดบรั่นดี-ส่งออกเหล้ารัมพรีเมี่ยมตีตลาดยุโรป พร้อมทยอยส่งเบียร์ใหม่เสิร์ฟตลาดไทย-เวียดนาม ด้านธุรกิจร้านอาหารประกาศเทพันล้านลุยหนัก เดินหน้าพัฒนาสินค้าสุขภาพรับกระแสเฮลตี้

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในการแถลงแผนการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจไทยเบฟฯ ประจำปี 2563 ว่า ทิศทางการเติบโตของบริษัทในอนาคต จะก้าวสู่ PASSION 2025 ที่เป็นการต่อยอดมาจาก VISION 2020 เพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง และต้องยอมรับว่าช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ส่งผลให้ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจไทยเบฟฯได้รับผลกระทบกว่า 14% เนื่องจากช่วงนั้นมีการเวิร์กฟรอมโฮม รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำให้มีผลต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปยุทธศาสตร์การดำเนินงานของไทยเบฟฯ จะเน้นไปที่ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ BUILD การสร้างโอกาสของธุรกิจใหม่ ๆ ตามด้วย STRENGTHEN เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน และ UNLOCK นำศักยภาพของไทยเบฟฯที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมกันนี้ นายฐาปนยังกล่าวต่อถึงภาพรวมธุรกิจใน VISION 2020 ที่ผ่านมาว่า สามารถทำให้ยอดขายและกำไรเติบโตขึ้นต่อเนื่อง และจากนี้เมื่อได้ก้าวสู่ PASSION 2025 จะทำให้ไทยเบฟฯ มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำทั้งในกลุ่มธุรกิจแอลกอฮอล์ น็อนแอลกอฮอล์ และธุรกิจอาหาร

ปลุกตลาดบรั่นดี-รัมพรีเมี่ยม

นายประภากร ทองเทพไพโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจสุรา และผู้บริหารสูงสุดกลุ่มบริหารช่องทางการจำหน่าย บริษัท ไทยเบฟฯ ฉายภาพว่า ปีนี้ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้าทายมาก และช่วงโค้งท้ายยังน่าห่วง เนื่องจากช่องทางจำหน่ายหลักทั้งค้าปลีก และร้านอาหารผับบาร์ต้องปิดบริการในช่วงล็อกดาวน์จึงเสียโอกาสขายไประยะหนึ่ง และแม้ปัจจุบันกำลังซื้อยังคงไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอซื้อสินค้า หรือเปลี่ยนมาบริโภคสินค้าราคาต่ำลง โดยเฉพาะในกลุ่มสุรานำเข้าที่มีราคาสูง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ทำให้เซ็กเมนต์บรั่นดีมีการเติบโตสวนทางตลาด ตามพฤติกรรมที่ดื่มน้อยลง แต่ดื่มสินค้าที่มีราคาต่อหน่วยสูงขึ้นแทน ขณะเดียวกัน นักดื่มที่เคยนิยมสุรานำเข้า หันมาดื่มสุราที่ราคาถูกลงมากขึ้น ทำให้เซ็กเมนต์ขนาดประมาณ 2 ล้านลัง และเติบโตต่อเนื่องประมาณปีละ 5% และเป็นเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพ แม้จะมีราคาเฉลี่ยค่อนข้างสูงระดับกลมละ 450-500 บาท ซึ่งบริษัทใช้จังหวะนี้นำบรั่นดีแบรนด์เมอริเดียน ซึ่งมีราคาจับต้องง่ายกว่าเพราะผลิตในประเทศ มารับดีมานด์ช่วยให้ยอดขายบรั่นดี 9 เดือน (ต.ค. 2562-มิ.ย. 2563) เติบโตถึง 50% และมีส่วนแบ่งตลาด 8% ด้วยยอดขาย 1 แสนลัง

ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจสุรา ไทยเบฟฯ ย้ำว่า นอกจากนี้ บริษัทยังได้เริ่มลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตเพิ่มอีก 50% หลังโรงงานปัจจุบันใช้กำลังผลิตระดับสูงสุดแล้ว โดยมีกำหนดแล้วเสร็จเดือนมีนาคมปี 2564 พร้อมกันนี้ได้ขยายไลน์อัพสินค้ากลุ่มเหล้ารัมเพื่อรุกตลาดยุโรป ซึ่งนิยมเครื่องดื่มประเภทนี้ ด้วยสินค้าใหม่ “พระยา เอเลเม็นตส์” (Phraya Elements) จากแบรนด์พระยา เหล้ารัมพรีเมี่ยม

ขณะเดียวกันใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอสินค้าสุราตั้งแต่ระดับแมสราคาประมาณร้อยบาท จนถึงระดับพันบาท มารับมือกับสภาพกำลังซื้อ โดยผลักดันสุราที่มีราคาระดับแมสสอดคล้องกับกำลังซื้อผู้บริโภค พร้อมกับทำตลาดแบรนด์อื่น ๆ เน้นโอกาสการดื่มที่บ้าน

“การปรับตัวเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสุราไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาด และยังมีผลการดำเนินงานตามที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เช่น แสงโสมสามารถเติบโตกว่า 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เบลนด์ 285 ซิกเนเจอร์ เติบโต 37% เป็นต้น” นายประภากรกล่าว

ระดมเบียร์ใหม่ปลุกดีมานด์

นายโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟฯ กล่าวว่า ตลาดเบียร์ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน เพราะนอกจากการปิดร้านอาหาร-ผับบาร์ในช่วงล็อกดาวน์แล้ว กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นหนึ่งในลูกค้าหลักยังคงไม่กลับมา ส่วนช่องทางร้านค้าฟื้นตัวกลับมาประมาณ 70-80% ของช่วงปกติเท่านั้น จึงเชื่อว่าตลาดเบียร์ในไทยจะหดตัวประมาณ 10% ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทเพิ่มความเข้มข้นของการทำตลาดด้านการสร้างประสบการณ์ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ อีเวนต์คอนเสิร์ต ซึ่งเพิ่มรูปแบบทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อขยายฐานลูกค้า พร้อมกับลอนช์แพ็กเกจจิ้ง และสินค้าใหม่มาสร้างการรับรู้ เช่น โคล บรูว แพ็กเกจใหม่ และคราฟต์เบียร์ตัวใหม่ของ แบล็คดราก้อน ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ เป็นต้น

ไปในทิศทางเดียวกับธุรกิจเบียร์ในต่างประเทศ ซึ่งนายไมเคิล ไชน์ ฮิน ฟา ผู้บริหารกลุ่มสินค้าเบียร์ในต่างประเทศ บริษัท ไทยเบฟฯ กล่าวว่า ตลาดเบียร์ในเวียดนามเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน แม้จะมีการระบาดระลอกใหม่ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งบริษัทได้ปรับตัวรับการระบาดและสภาพตลาดด้วยการปรับองค์กรเป็น ซาเบโค 4.0 โดยนำเทคโนโลยีเข้ามารัดเข็มขัดต้นทุนด้านต่าง ๆ เพื่อรักษาสัดส่วนกำไร อาทิ นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงาน วางระบบจัดจำหน่ายที่มีข้อมูลแบบเรียลไทม์

พร้อมอาศัยโมเมนตัมนี้ลอนช์สินค้าใหม่ในเวียดนาม อาทิ เบียร์แบรนด์ใหม่ เบียร์เวียด (Bia Viet) ที่เปิดตัวในโอกาสครบรอบ 145 ปี ซาเบโค เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมทำการตลาดเน้นให้เกิดการบริโภคในบ้านแทนร้านอาหาร-ผับบาร์ รับมือสถานการณ์การระบาด

ทุ่มพันล้านลุยธุรกิจร้านอาหาร

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจอาหาร บริษัท ไทยเบฟฯ เปิดเผยว่า มาตรการล็อกดาวน์ส่งผลกระทบในส่วนของธุรกิจร้านอาหารของโออิชิกรุ๊ป ต้องปิดให้บริการในส่วนของพื้นที่นั่งทาน และเปลี่ยนมาให้บริการในช่องทางซื้อกลับบ้านและดีลิเวอรี่ ในช่วงนั้นพฤติกรรมผู้บริโภคหันมานิยมสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางดีลิเวอรี่มากขึ้น และเมื่อหลังจากทุกอย่างเริ่มปลดล็อก พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้บริการในร้านประมาณ 60-80%

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในครึ่งปีหลังเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะลดลง และอาจจะใช้จ่ายน้อยลง สำหรับกลยุทธ์และทิศทางการเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร ได้เตรียมงบประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การลงทุนขยายสาขาและรีโนเวตสาขา โดยการเปิดสาขาจะโฟกัสไปยังร้านอาหารทั้งเคเอฟซี และร้านอาหารในเครือโออิชิ กรุ๊ป ในโมเดลร้านไซซ์เล็ก เพื่อลดต้นทุน และควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ส่วนการรีโนเวตปรับปรุงสาขาร้านอาหารในเครือได้วางแผนทำมาทุก ๆ ปี เพื่อให้ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ รวมถึงจะเพิ่มน้ำหนักไปใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อยกระดับการบริการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ามากขึ้น

ส่วนผลประกอบการ 9 เดือน (ต.ค. 2562-มิ.ย. 2563) ส่วนธุรกิจอาหารมียอดขาย 9,935 ล้านบาท ลดลง 14.7% เนื่องจากผลกระทบของมาตรการห้ามทานอาหารในร้านช่วงเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ทำให้โอกาสขายลดลง แม้ส่วนบริการดีลิเวอรี่ของบริษัทจะเติบโต แต่ไม่สามารถชดเชยกับค่าใช้จ่ายคงที่ในธุรกิจอาหารอย่างค่าเช่าพื้นที่ และค่าแรงพนักงานได้

รุกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

นายเลสเตอร์ ตัน กรรมการผู้อำนวยการ ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งในส่วนของแบรนด์น้ำดื่มคริสตัล, ชาพร้อมดื่มโออิชิ และเครื่องดื่มเอส โคล่า ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากช่องทางขายซูเปอร์มาร์เก็ตยังมีอัตราการซื้อและมียอดขายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับกลยุทธ์ที่หนุนการขาย ได้แก่ เครื่องดื่มเอส โคล่า แบบคืนขวด ที่เน้นช่องทางจำหน่ายร้านค้าทั่วไปและร้านอาหารก็ได้รับผลตอบรับดีขึ้น

ทิศทางจากนี้ไปจะเน้นกลยุทธ์พัฒนาสินค้าใหม่ ๆ มุ่งไปยังกลุ่มสินค้าสุขภาพ และมีสัดส่วนกำไรสูง เพื่อรับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมสร้างรายได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เปิดตัวเครื่องดื่มวิตามินวีบูส (V-Boost) วางราคา 15 บาท เจาะช่องทางร้านสะดวกซื้อ ตลอดจนการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับรายได้จากการขายช่วงครึ่งปีแรก (ระหว่างเดือนตุลาคม 2562-มิถุนายน 2563) อยู่ที่ 12,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนยอดขายเชิงปริมาณลดลง 3.8% โดยบริษัทยังคงบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ และหันไปลดค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาและโปรโมชั่นเพื่อสร้างกำไร