อีซี่ มันนี่ วอนรัฐขยับตั๋วตึ๊ง 2-3 ล้าน หนุนสภาพคล่องธุรกิจ ชี้ ทองแพงคนแห่ไถ่ถอน
“อีซี่ มันนี่” จ่อเสนอรัฐขยายวงเงินหน้าตั๋วจำนำเพิ่มเป็น 2-3 ล้านบาท จาก 1 แสนบาท หวังเสริมสภาพคล่องลูกค้า ชี้กำเงินหมุนเวียน 2 พันล้านบาทไม่ได้ใช้ เหตุราคาทองพุ่งคนแห่ไถ่ถอน ยันเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวทรัพย์หลุดทรงตัว 6% ทุ่มงบ 20 ล้านบาท ผุดแอปฯ “Easy Smart” ต่อดอกออนไลน์
นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ผู้ให้บริการโรงรับจำนำ “อีซี่ มันนี่” เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 บริษัทอยากเสนอภาครัฐ โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำกับดูแลโรงรับจำนำในการขอขยายวงเงินหน้าตั๋วจากเดิมที่กฎหมายกำหนดอยู่ที่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อใบ ขยับวงเงินเป็น 2-3 ล้านบาทต่อใบ เนื่องจากปัจจุบันราคาสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งการขยายวงเงินดังกล่าวจะช่วยเหลือผู้ประกอบการมีสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้น และธุรกิจโรงรับจำนำจะช่วยหล่อลื่นระบบเศรษฐกิจ

สำหรับปริมาณธุรกรรมการรับจำนำภายหลังเดือนมิถุนายนส่งสัญญาณกลับมาเป็นปกติ หลังจากก่อนหน้านี้ปริมาณธุรกรรมจำนำลดลง 20-30% สะท้อนว่าภาวะเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเป็นภาวะปกติมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ราคาทองคำปรับสูงขึ้น จะเห็นการไถ่ถอนทรัพย์เพื่อนำไปขายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้วงเงินที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจปีนี้ที่เตรียมไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท จึงยังไม่ได้ใช้มากนัก โดยทั้งปีคาดว่าธุรกิจจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงปีก่อน
ขณะที่ทรัพย์หลุดเพิ่มขึ้นจาก 5% มาเป็น 6% เนื่องจากกลุ่มที่มีรายได้ประจำ หรือรายได้ลดลงจากผลกระทบโควิด-19 ต้องการสภาพคล่องหมุนเวียนใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ดี ทรัพย์หลุดเริ่มปรับดีขึ้นต่อเนื่อง แต่จากยอดไถ่ถอนทองคำที่เพิ่มขึ้นตามราคาปรับสูงขึ้นไปแตะระดับ 3 หมื่นบาท ส่งผลให้รายได้จากดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้จากการขายทรัพย์หลุดจำนำ แต่โดยหลักของธุรกิจโรงรับจำนำรายได้หลักยังคงมาจากอัตราดอกเบี้ย
“ในช่วงเดือนเมษายนราคาทองคำลดลง ทำให้ทรัพย์ทองคำหลุดเยอะ แต่หลังจากราคาทองคำพุ่งไปแตะ 3 หมื่นบาท คนก็มาไถ่ถอนไปขาย ซึ่งเราเองก็มีกลยุทธ์หากลูกค้าต้องการเพิ่มเงินก็สามารถทำได้ เราก็จะปรับตามภาวะตลาดราคาทองคำให้ลูกค้า โดยทรัพย์หลุดส่วนใหญ่ยังคงเป็นทองคำ เพชร และนาฬิกา แต่ช่วงหลังทองคำน้อยลงจากราคาที่สูงขึ้น”

นายสิทธิวิชญ์ กล่าวว่า เมื่อต้นปี 2563 บริษัทใช้งบประมาณราว 20 ล้านบาท พัฒนา application Easy Smart เพื่อรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 โดยเป็นโรงรับจำนำรายแรกของประเทศไทยที่นำระบบเทคโนโลยีมาช่วยทำธุรกิจ ซึ่งเบื้องต้นแอปพลิเคชั่นลูกค้าสามารถส่งดอกเบี้ยออนไลน์ เรียกดูรายละเอียดของตั๋วจำนำ และกำหนดการเตือนก่อนถึงวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นแล้วจำนวน 6 หมื่นราย
ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าหากในแง่เม็ดเงิน จะเป็นลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 25% เพิ่มจากปี 2561 ที่อยู่ 23% และลูกค้ารายย่อย 75% ลดลงจาก 77% ในปี 2561 โดยปัจจุบันลูกค้ารายย่อยจะใช้วงเงินเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2 หมื่นบาท และลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะใช้วงเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนบาท
อย่างไรก็ดี ลูกค้าประมาณ 95% จะเป็นฐานลูกค้าเก่าที่เข้ามาใช้บริการซ้ำกับบริษัท โดยปัจจุบันมีสาขาจำนวน 54 แห่ง คาดว่าภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 56 แห่ง ใน 31 จังหวัด และร้าน Easy Money Shop ร้านขายสินค้ามือสองจำนวน 2 ร้าน ปัจจุบันนี้อีซี่มันนี่ดำเนินกิจการมาครบ 15 ปี