Skip to content

เอส แอนด์ พี ทำธุรกิจบนหลัก SDGs ผุดโปรเจกต์ใหม่ หนุนสวัสดิภาพสัตว์

07 ต.ค. 2563 | 15:08น.
เอส แอนด์ พี ทำธุรกิจบนหลัก SDGs ผุดโปรเจกต์ใหม่ หนุนสวัสดิภาพสัตว์

S&P ใช้เป้าหมาย SD ของสหประชาชาติ เป็นแนวทางดำเนินธุรกิจ และปีนี้เพิ่มโครงการสวัสดิภาพสัตว์ ใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงไก่ที่ไม่กักขังในกรง พร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการลดใช้พลาสติก

จากการเติบโตและขยายสาขาจำนวนมากของ S&P ที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 500 สาขา เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าบริษัทมีความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง ซึ่งความสำเร็จเกิดจากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และการทำธุรกิจบนพื้นฐานความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยปีนี้บริษัทดำเนินการด้านความยั่งยืนตามคำมั่นสัญญาของบริษัทที่ว่า Healthier Family, Happier World

“มณีสุดา ศิลาอ่อน” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด หรือ S&P กล่าวว่า เพื่อให้ผู้บริโภค คู่ค้า พันธมิตรได้มาซึ่งสุขภาพดีและมีความสุขไปพร้อมกัน จึงได้มีการพัฒนาวิจัยสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งคำนึงถึงคุณค่าและความปลอดภัยของอาหาร ด้วยการจัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง อย่างโปร่งใสจากแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นและเกษตรกรผู้มีคุณธรรมโดยตรง เพื่อพัฒนาวัตถุดิบและเรียนรู้ร่วมกัน นำมาซึ่งการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา S&P ได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับนานาชาติ Sustainable Development Goals ที่จัดทำโดยองค์กรสหประชาชาติ (United Nations) หรือ SDGs มาเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้มีความยั่งยืนที่ชัดเจนขึ้น โดยเริ่มจากการตั้งหน่วยงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนในปี 2561 จากนั้นพูดคุยกับผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กร เพื่อโหวตเลือก SDGs 5 ข้อ จาก 17 ข้อ ที่ตรงกับจุดแข็งของบริษัทและความต้องการในสังคม ได้ดังนี้

เป้าหมายที่ 2 ขจัดความหิวโหย เป้าหมายที่ 3 มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมายที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

จากเป้าหมายความยั่งยืนทั้ง 5 ข้อ เราได้ดำเนินงานและแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม โดยด้านเศรษฐกิจ เรามุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีจากเกษตรกรไทย การกระจายรายได้สู่ชุมชน

ส่วนด้านสังคม มีการฝึกอบรมพัฒนาแก่บุคลากรในองค์กรผ่านศูนย์การเรียนเอส แอนด์ พี, ส่งเสริมให้พนักงานมีจิตใจที่ดีมีคุณธรรม ผ่านการร่วมปฏิบัติธรรมที่สถานปฏิบัติธรรมบ้านไรวา อ.บางพระ จ.ชลบุรี, โครงการ S&P Kitchen for Kids ที่ดำเนินการมาแล้ว 12 ปี และได้รับการยอมรับระดับเอเชีย, โครงการอบรมวิชาชีพแก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และโครงการ S&P Cake A Wish Make A Wish

และด้านสิ่งแวดล้อม มีโครงการปรับลดพลาสติกที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ และเปลี่ยนใช้วัสดุทดแทนที่ย่อยสลายได้ง่าย โครงการใช้พลังงานสะอาด solar roof ในการผลิตเบเกอรี่ที่โรงงานบางพลี กม 23.5, S&P ได้รับการรับรอง CFP และ CFO ซึ่งเป็นเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ติดบนสินค้า เป็นการแสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ S&P ตั้งแต่กระบวนการหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดเมื่อกลายเป็นของเสีย มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจชื้อของผู้บริโภค และเราได้รับรางวัล 3Rs Award รางวัล Zero Waste to Landfill Achievement Award และรางวัล 3Rs+ Awards ระดับเหรียญทอง ในโครงการพัฒนาศักยภาพการใช้ประโยชน์กากของเสีย ประจำปีงบประมาณ 2562 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และแคมเปญปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้พลาสติกแก่ผู้บริโภค และรณรงค์ให้นำถุงผ้ากลับมาใช้ซ้ำ เป็นต้น

“เราพยายามอย่างมากที่จะลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ด้วยการใช้กระดาษแข็งคุณภาพขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหาร แต่ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า โลกของเราไม่สามารถปราศจากพลาสติกได้ 100% เพราะอาหารบางอย่างไม่สามารถบรรจุด้วยกระดาษได้ เช่น ขนมปัง ที่ถ้าใช้กล่องกระดาษบรรจุเป็นเวลานานจะแข็ง”

อย่างไรก็ตามความมุ่งมั่นของเราทำให้สามารถลดการใช้พลาสติกไปได้มาก โดยในปี 2561 ลดไป 100 ตัน ปี 2562 ลดไป 82 ตัน และจากปีต้น 2563 ถึงสิ้นสุดไตรมาศที่ 3 ลดไป 103 ตัน

“มณีสุดา” อธิบายต่อว่า ในปี 2563 จะมุ่งเน้นการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนใน 6 ด้าน ดังนี้ หนึ่ง เดินหน้าปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม สอง ขับเคลื่อนนโยบายลด และเลิกใช้ single-use plastic สาม มุ่งมั่นพัฒนาเมนูสุขภาพ สี่ การจัดการเบเกอรี่เหลือทิ้ง ห้า มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า หก ให้คู่ค้าธุรกิจหลักยอมรับในจรรยาบรรณแห่งพันธมิตรทางธุรกิจ (S&P code of conduct)

“ที่สำคัญปีนี้เราจะเริ่มโครงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์อย่างชัดเจน โดยจะใช้ไข่ไก่จากฟาร์มที่มีการเลี้ยงไก่ที่ไม่ถูกกักขังอยู่กรง เป็นไก่อารมณ์ดี ถึงแม้จะมีราคาที่สูงกว่าเกษตรกรต้องใช้พื้นที่เยอะกว่าในการเลี้ยงไก่ แต่เราอยากจะเป็นกระบอกเสียให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเราจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งที่ไม่ทรมารสัตว์ ซึ่งจะเริ่ม 1 พ.ย. นี้”