เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

ดนุชา : เสนาธิการ ศก.คนที่ 17 ภารกิจ 2 ขา ‘กู้วิกฤต-รีวิวแผนชาติ’

11 ต.ค. 2563 | 10:50น.
ดนุชากู้วิกฤต รีวิวแผนชาติ

เศรษฐกิจติดลบ-สังคมครัวเรือนเต็มไปด้วยภาวะหนี้ คนทั้งประเทศตั้งรับกับวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

สำนักงานฝ่ายเสนาธิการด้านเศรษฐกิจ-สังคมของรัฐบาล ถึงยุคเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง

“ดนุชา พิชยนันท์” ขึ้นกุมบังเหียนเป็น เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คนที่ 17

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “ดนุชา” ยุคที่สภาพัฒน์ต้องขับเคลื่อนสองขา ทั้งพันธะแห่งการจัดทำแผนพัฒนา-กลไกเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และภาระแห่งการตอบสนองการจัดการเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ร่วมกับทีม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกขา

“ดนุชา” รายงานภาวะเศรษฐกิจล่าสุดว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ตัวเลขหลายตัวปรับดีขึ้นค่อนข้างมาก เช่น การลงทุนภาคเอกชนที่เคยหดตัว -7.5% ในเดือน ก.ค. พอเดือน ส.ค. ก็ติดลบน้อยลงเหลือ -4.6% ดัชนีปริมาณการส่งออกก็ดีขึ้น ติดลบน้อยลง ส่วนตัวที่บวกขึ้นมาแรง ๆ คือ ดัชนีราคาสินค้าเกษตร เดือน ส.ค.ขยายตัว 7.7% จากเดือน ก.ค.ขยายตัว 2.0% รายได้เกษตรกร เดือน ก.ค.ขยายตัว 3.0% เดือน ส.ค.เพิ่มเป็น 9.1% และอัตราการใช้กำลังการผลิต เดือน ส.ค.ก็ขึ้นมาอยู่ที่ 60% ใกล้เคียงช่วงก่อนที่จะมีโควิด-19

ส่วนด้านแรงงาน ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานให้ตัวเลขมาถึงเดือน ก.ย.พบว่า ผู้ใช้สิทธิตามมาตรา 75 เดิมอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนคน ลดลงเหลือแค่ 7.9 หมื่นคน แสดงให้เห็นว่าคนเริ่มมีงานทำ ขณะที่ตัวเลขการปิดกิจการก็น้อยลง เดิมตอนเดือน มิ.ย.ปิดกิจการเพิ่ม 5.7% พอเดือน ก.ค.ติดลบ -20.9% และเดือน ส.ค. -23.9% ซึ่งยิ่งลบมากแสดงว่าดีขึ้น

“แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะว่ายังมีปัญหาเรื่องภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มาตรการพักหนี้จะหมดลง ซึ่งในที่ประชุม ศบศ.จะต้องหาทางออกร่วมกันกับภาคเอกชน ธนาคารพาณิชย์”

รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยที่ ศบศ.เพิ่งเห็นชอบไป ก็มีทั้ง “ช้อปดีมีคืน” การปรับปรุง “เราเที่ยวด้วยกัน” นอกจากนี้ยังมีมาตรการ “workation” (เที่ยวไป ทำงานไป) สำหรับบริษัทที่จะออกไปจัดกิจกรรมนอกสถานที่ ซึ่งล่าสุดมีการจองเข้ามา วงเงินกว่า 18 ล้านบาทแล้ว

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการให้บริษัทที่มีการจัดประชุมสัมมนาพนักงานในต่างจังหวัด สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งเป็นมาตรการเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือน ธ.ค. 2563 ได้ขยายออกไปจนถึงเดือนมีนาคม 2564

มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาแล้ว ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน, กำลังใจ, เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการ, คนละครึ่ง, workation และช้อปดีมีคืน ก็น่าจะกระตุ้นการบริโภคได้ในระดับหนึ่ง อย่างมาตรการคนละครึ่ง คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.2% ของจีดีพี เนื่องจากมีเม็ดเงินไหลเข้าระบบรวม 6 หมื่นล้านบาท

“มาตรการเหล่านี้คงต้องมาประเมินกันทุกเดือน ซึ่งหากจำเป็นต้องปรับก็ต้องปรับ อย่างเช่น เราเที่ยวด้วยกัน ที่มีคนใช้สิทธิไป 1 ล้านคืน เหลืออีก 4 ล้านคืน ก็ขยายเวลาไปถึงเดือน ม.ค. 2564 และปรับให้ใช้สิทธิในจังหวัดตัวเองได้”

สเต็ปต่อไป กระตุ้นยอดขาย “รถยนต์-บ้าน”

“ดนุชา” บอกว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจยังต้องทำอีกหลายอย่าง เพราะจากตัวเลข “สินค้าคงทน” ที่ยังไม่ค่อยดี ไม่มีออร์เดอร์ ก็ต้องหามาตรการเข้ามาช่วย อาทิ รถยนต์ บ้าน ซึ่งหากจะช่วยอุตสาหกรรมรถยนต์ ก็อาจจะต้องดูว่าควรมีมาตรการที่จะทำให้คนรู้สึกว่า ถ้าเปลี่ยนรถที่ใช้มา 10 ปีขึ้นไป ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายลดลงในแง่ภาษีประมาณ 1 แสนบาท เป็นต้น ส่วนจะออกมาเมื่อใดก็คงต้องดูข้อมูลชัด ๆ ก่อน

“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน หากจะออกมาตรการจะเป็นรูปแบบใด”

ถมเงินสารพัดบัญชี ลงทุนท้องถิ่น

มาตรการด้านเศรษฐกิจลำดับถัดไปที่ต้องผลักดันก็คือ การกระตุ้นการลงทุน หลังจากที่ผ่านมารัฐเป็นกลุ่มเดียวที่ลงทุน ขณะที่ในระยะข้างหน้าก็จะต้องผลักดันทั้งงบประมาณที่ออกมา ทั้งเงินกู้ ที่จะต้องเน้นกระตุ้นการลงทุนมากขึ้น เช่น ลงทุนแหล่งน้ำ ถนน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในท้องถิ่น เป็นต้น

“สเต็ปต่อไป เราอยากไปโฟกัสเรื่องกระตุ้นการลงทุน งบฯลงทุนปี’64 มีส่วนใดบ้างที่สามารถดึงมาลงทุน เพื่อให้เกิดผลในทางเศรษฐกิจ ก็จะมีเงินกู้ที่มีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท จากวงเงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมา เกิดการระบาด
รอบ 2 ก็จะต้องมีเงินก้อนนี้สำรองไว้ ส่วนเงินกู้ในหมวดเยียวยาและบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ยังเหลืออยู่ราว 2.5 แสนล้านบาท และหมวดด้านสาธารณสุขอีก 4 หมื่นล้านบาท ส่วนนี้รวมถึงโปรเจ็กต์ปรับปรุงโรงพยาบาลด้วย”

ดันรัฐวิสาหกิจเบิกจ่าย 3 แสนล้านบาท

ขณะที่รัฐวิสาหกิจก็ต้องเร่งเบิกจ่ายงบฯลงทุน โดยวงเงินที่ ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มีประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 95% และต้องเร่งให้เกิดการลงทุนในโครงการที่มีความจำเป็น แต่ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นก็ให้ตัดไปก่อน เพื่อให้รัฐวิสาหกิจมีสภาพคล่องเอาไว้ เพื่อรองรับกรณีหากรัฐบาลจะมีมาตรการให้ช่วยอีก โดยก่อนหน้านี้ตอนที่มีการให้รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานช่วยประชาชนเรื่องมาตรการลดค่าไฟฟ้า ไม่ได้เตรียมเงินไว้จึงกระทบสภาพคล่องพอสมควร แต่ก็ผ่านมาได้

“งบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ถ้าเร่งเบิกจ่ายเต็มที่ก็จะกระตุ้นจีดีพีได้ 0.7-0.8%”

จัดทีมรับวิกฤต-เป็นพันธมิตรเอกชน รุกทำแผน 13

ขณะภารกิจหลักของสภาพัฒน์นั้น “ดนุชา” บอกว่า เป็นเรื่องการขับเคลื่อนระยะกลาง-ระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศ การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) แต่เมื่อมีปัญหาเฉพาะหน้าก็ต้องมีการแบ่งทีมกันทำ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่สภาพัฒน์ทุกคนทำงานหนักกันหมด โดยสภาพัฒน์เป็นเลขานุการของคณะกรรมการระดับชาติหลายชุด อย่างชุด ศบศ. แล้วก็มีอนุกรรมการระยะกลาง ระยะสั้น, อนุกรรมการขับเคลื่อนมาตรการ และมาตรการรายสาขา

“ตอนนี้ต้องใช้วิธีสนธิกำลังกันในสำนักงาน จัดทีมเอาไว้ ซึ่งทุกอย่างก็สามารถบริหารจัดการได้ โดยเราก็ดึงทีมจากส่วนอื่น ๆ เข้ามาช่วยด้วย อย่างเรื่องยกระดับฝีมือแรงงาน รักษาการจ้างงาน ยกระดับการเกษตร ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม”

“ดนุชา” บอกว่า การทำงานของสภาพัฒน์ยุคนี้ต้องปรับวิธีการทำงาน ต้องไปคุยกับภาคเอกชนมากขึ้น ดำเนินการให้เร็ว ซึ่งคนที่ขับเคลื่อนประเทศจริง ๆ ไม่ใช่ภาครัฐ แต่เป็นภาคเอกชนก็ต้องคุยกัน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน เดินไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ในการก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ในยุคนี้ สิ่งที่ต้องโฟกัสช่วง 1-2 ปีข้างหน้านี้ก็คือ การแก้ปัญหาวิกฤต ส่วนต่อมาก็เป็นเรื่องการวางทิศทางในระยะถัดไปของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13

“แผนสภาพัฒน์ฉบับถัดไปต้องโฟกัส และชี้นำ มีความชัดเจนให้มากขึ้น ว่าอะไรคือความสำคัญของประเทศที่จะต้องเดินในช่วง 5 ปีข้างหน้า บนทิศทางที่ถูกกำหนดไว้บนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท จะต้องกำหนดอะไรออกมาให้ชัดและจับต้องได้”

 รีวิวแผนพัฒนาฉบับ 12 แก้พิษ “โควิด”

เลขาธิการสภาพัฒน์ยอมรับว่า โควิด-19 ทำให้แผนพัฒนาฯ 12 สะดุดจากเป้าหมายไปบ้าง เพราะเป็นปัจจัยที่ไม่ได้คาดมาก่อนในแง่ผลกระทบที่จะรุนแรงขนาดนี้

“เราต้องมาดูว่าที่เราตั้งเป้าไว้ในช่วงแผนพัฒนาฯ 12 มีอะไรที่สะดุดและเดินไม่ได้ หรือเดินได้แค่ครึ่งเดียว ต้องกลับมารีวิวก่อนว่า ที่เราวางไว้แล้วสะดุดยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ ที่จะต้องเดินไปข้างหน้า บางเรื่องอาจจะไม่เข้ากับระยะข้างหน้า เช่น เรื่องท่องเที่ยว ในระยะข้างหน้าอาจจะต้องเปลี่ยน คงไม่ใช่เน้นจำนวนนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม ไม่มีการทำลายสถิติคนเข้ามาเที่ยว 30 ล้านคน 40 ล้านคน แบบนี้แล้ว เพราะรูปแบบการเดินทางระหว่างประเทศเปลี่ยนไป ระยะข้างหน้าแม้จะมีวัคซีน แต่การกระจายวัคซีนคงทำได้ไม่เร็ว ฉะนั้นอาจจะประมาณปี 2567 ไปแล้ว กว่าที่การเดินทางระหว่างประเทศจะกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนที่มีโควิด-19”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สภาพัฒน์