ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ นักลงทุนจับตาเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/11) ที่ระดับ 31.17/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (30/10) ที่ระดับ 31.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยนักลงทุนยังคงจับตาช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งส่วนใหญ่มองว่านายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต มีโอกาสคว้าชัยเหนือนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ คนปัจจุบันจากพรรครีพับลิกัน สะท้อนจากการปรับตัวลดลงของราคาในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
สอดคล้องกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่วิเคราะห์ท่าทีแนวทางการบริหารของนายโจ ไบเดน ว่าจะเป็นผลลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ตามแผนการปรับขึ้นภาษีและมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น อย่า’ไรก็ตาม ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคเอเชียที่อาจสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว จากท่าทีประนีประนอมเปิดโอกาสความร่วมมือกับประเทศแถบเอเชีย เพื่อคานอำนาจกับจีน แทนที่จะใช้นโยบายภาษีที่เป็นชนวนสงครามการค้าดังเช่นในยุคสมัยของนายโดนัลด์ ทรัมป์
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญ มีการเปิดเผยดัชนีราคาราจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคค (Personal Consumption Expenditure Price Index) ซึ่งเป็นการวัดอัตราเงินเฟ้ออีกวิธีหนึ่ง นอกเหนือจากดัชนีราคาผู้บริโภค ขยายตัว 1.5% แบบเทียบรายปีในเดือนกันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากในเดือนสิงหาคมที่ขยายตัว 1.4% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีดังกล่าวจะขยายตัวได้ 1.7%
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังเป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากนักลงทุนยังคงรอติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นทั้งในยุโรปและสหรัฐ ความไม่แน่นอนในช่วงใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมทั้งปัจจัยทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.28-31.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.27/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/11) ที่ระดับ 1.1643/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (30/10) ที่ระดับ 1.1674/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังจากที่ที่ประชุมธนาคารยุโรป (อีซีบี) ส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโควิด-19 และภาวะถดถอยของเศรษฐกิจในภูมิภาค
แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากการเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีที่ขยายตัว 8.2% ในไตรมาสที่สาม จากที่หดตัว 9.8% ในไตรมาสก่อนหน้าเช่นเดียวกับจีดีพีของยูโรโซนไตรมาสสามซึ่งขยายตัว 12.7% จากไตรมาสก่อนหน้าที่หดตัว 11.8%
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.184-1.1859 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1810/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/10) ที่ระดับ 104.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตาดในวันศุกร์ (30/10) ที่ระดับ 104.42/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการที่นักลงทุนกลับเข้าช้อนซื้อดัชนีนิกเกอิหลังจากร่วงลง 354.81 จุด หรือ 1.52% ในวันศุกร์ที่ผ่านมาอันเป็นผลจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทญี่ปุ่นรายใหญ่ และความไม่แน่นอนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยุ่ในกรอบระหว่าง 104.63-104.97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 104.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในวัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐและยูโรโซน (2/11) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการของสหรัฐและยูโร (4/11) ยอดค้าปลีกของยูโรโซน และจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ของสหรัฐ (5/11) ตัวเลขการการจ้างงานนอกภาคการเกษตร, อัตราการว่างงานและค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมของสหรัฐ (6/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอย่ที่ 0.60/0.80 สตางค์/ดอลลาร์สหัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 1.50/2.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ