เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

CIMBT เล็งตัดขายหนี้เสีย 3 พันล้าน กด NPLs เหลือ 5%

02 พ.ย. 2563 | 17:27น.
สุธีร์ โล้วโสภณกุล

ซีไอเอ็มบี ไทย จ่อตัดขายหนี้เสียทิ้ง 3 พันล้านบาท กดหนี้อ็นพีแอลเหลือ 5% ย้ำเงินกองทุนยังแกร่ง 20% รับความเสี่ยงโควิด-19 เพียงพอ ประกาศโฟกัสธุรกิจรายย่อย-ธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่สู่อาเซียน เล็งขยับพอร์ตเป็น 40% จาก 30% หรือ 7.5 หมื่นล้านบาทจากพอร์ตสินเชื่อรวม 2.3 แสนล้านบาท พร้อมโกยลูกค้าใช้โมบายแบงกิ้งเพิ่มจาก 30% หรือ 1.5 แสนบัญชี หวังต่อยอดธุรกิจ

นายสุธีร์ โล้วโสภณกุล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่กว่า 5% โดยธนาคารจะมีการตัดขายหนี้เสียออกประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้หนี้เสียปรับลดลงเหลือ 5%

อย่างไรก็ดี ธนาคารต้องติดตามหลังมาตรการพักชำระหนี้ (Debt Holiday) ว่าลูกค้าจะเป็นอย่างไร ซึ่งดูสัญญาณลูกค้าเข้าโครงการ 70-80% พบว่าลูกค้ากลับมาชำระหนี้ได้เป็นปกติ ขณะที่การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญก็เป็นไปตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 20% ส่งผลให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ของธนาคารอยู่ในระดับที่เพียงพอเกือบ 20%

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ธนาคารจึงต้องปรับกลยุทธ์สอดคล้องกับ CIMB Group โดยต้องการให้ธนาคารเป็นธนาคารชั้นนำที่ทำธุรกิจโฟกัสการเติบโต โดยเครือ CIMB Group มีจุดแข็งแตกต่างกัน เช่น มาเลเซีย ต้องการเป็น Universal Banking

“ในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมาเราเกิดช็อกครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครรู้มาก่อน และเกิดขึ้นทั่วโลก โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะติดลบ ซึ่งหลายคนคาดการณ์ว่าจะติดลบ 10% แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวส่งผลให้การติดลบน้อยลงเหลือ 7-8% และคาดการณ์ว่าเศษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวอีกทีไตรมาสที่ 3 ของปีหน้าที่คาดว่าจะโตได้ราว 3-4% ได้”

โดยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จุดแข็งการเติบโตจะเป็น ธุรกิจรายใหญ่ (Wholesale) โดยเฉพาะการเติบโตในอาเซียนที่ใช้จุดแข็งเครือข่ายที่มีอยู่ และธุรกิจรายย่อย (Consumer Finance) ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และธุรกิจบริหารเงิน (Treasury) โดยการนำดิจิทัลมาปรับใช้ให้มากขึ้น โดยการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในการวิเคราะห์ลูกค้า และขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น จากปัจจุบันเปิดบัญชีเงินฝาก ซื้อขายหุ้นกู้ และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ผ่านตลาด THOR และการบริหารความเสี่ยง และซื้อขายกองทุน-ประกัน

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าที่ใช้ “CIMB THAI Digital Banking” มีประมาณ 30% หรือราว 1.5 แสนบัญชีของฐานลูกค้ารวมที่มีการใช้งานสม่ำเสมอ (Active) อยู่ที่ราว 6-7 แสนราย ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีลูกค้าสมัครใช้ดิจิทัลแบงกกิ้งราว 4-5 พันรายต่อเดือน ซึ่งคาดว่าในระยะข้างหน้าจะเติบโตได้ก้าวกระโดด เนื่องจากโควิด-19 ทำให้คนหันมาใช้ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สำหรับในส่วนของธุรกิจรายใหญ่ ธนาคารยังคงจุดยืนในการเป็นธนาคารเพื่ออาเซียน เน้นธุรกิจ CLMV (ไทย,ลาว,เมียนมา,เวียดนาม) ด้วยการสร้าง ASEAN Platform โดยการใช้จุดแข็งทางด้านเครือข่ายสาขาที่มีอยู่ในการสนับสนุนลูกค้าให้ขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ประกอบกับในจังหวะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าถือเป็นโอกาสในการเติบโตของลูกค้า โดยธนาคารคาดว่าจากการผลักดันการเติบโตจะทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างธุรกิจรายใหญ่ขยับเพิ่มขึ้นจาก 30% หรือ 7.5 หมื่นล้านบาทของฐานสินเชื่อรวมที่มีอยู่ประมาณ 2.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 40% ได้ในปี 2564 โดยไทยถือเป็นประเทศที่สร้างรายได้จากธุรกิจข้ามประเทศในสัดส่วนที่มากที่สุดให้กับ CIMB Group

ขณะที่สินเชื่อรายย่อยปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณกว่า 50% หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท จากยอดคงค้างรวม 2.3 แสนล้านบาท นอกจากการเติบโตสินเชื่อรายย่อยภายในธนาคารแล้ว ธนาคารจะมุ่งเน้นขยายการเติบโตในส่วนของสินเชื่อบริษัทในเครือผ่านการให้สินเชื่อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อรถยนต์มือสองที่มีแนวโน้มเติบค่อนข้างดี และเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยที่สาขาอาจจะมีการปรับเปลี่ยนและโยกย้ายเพื่อให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และขยาย Wealth Center เพิ่มเติม ส่วนเอทีเอ็มอาจจะต้องทยอยปรับลดลงและให้ลูกค้าสามารถปใช้ร่วมกับธนาคารอื่นได้

“จากนี้ 3-4 ปีจะเป็นธนาคารที่นำดิจิทัลมาทำธุรกิจรายใหญ่ที่จะเข้าถึงภูมิภาคนี้ หลังจากในปี 61-62 เราทำ Fast Forward และหลังจากนี้เราถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่เราลงทุนไปแล้ว โดยการนำดิจิทัลมาใช้ ควบคู่กับการลดต้นทุนต่อรายได้ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสามารถลดลงมาได้ 13.2% จากระดับ 63.2% มาอยู่ที่ 50% มาอยู่ใกล้เคียงกับเพื่อนๆ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย