เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’  ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
World ‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’ ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
Politics อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
SLD ถอดรหัส ‘ความหรู’ ยุคใหม่ เมื่อดีไซน์ต้องให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
Business SLD ถอดรหัส ‘ความหรู’ ยุคใหม่ เมื่อดีไซน์ต้องให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
รัฐบาลแจงสหรัฐปรับภาษีสินค้าไทยเป็น 12.5% ได้เท่าคู่แข่ง ไม่กระทบการแข่งขัน
Economic รัฐบาลแจงสหรัฐปรับภาษีสินค้าไทยเป็น 12.5% ได้เท่าคู่แข่ง ไม่กระทบการแข่งขัน
ส.ค.ชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-แจ้งผลฟังเสียง ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ก่อนลุยปรับเงินเดือน
Politics ส.ค.ชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-แจ้งผลฟังเสียง ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ก่อนลุยปรับเงินเดือน
ชัยชนะ จี้ รบ.พัฒนาระบบราง-ท่าเรือใต้ ดัน ‘ทุ่งสง’ ศูนย์กระจายสินค้า หลังพับแลนด์บริดจ์
Politics ชัยชนะ จี้ รบ.พัฒนาระบบราง-ท่าเรือใต้ ดัน ‘ทุ่งสง’ ศูนย์กระจายสินค้า หลังพับแลนด์บริดจ์
3 เดือน อนุทินฝ่ามรสุมการเมือง รุกรับฮั้ว สว.-สอบท้องถิ่น แก้เกมบัตรคนจน
Politics 3 เดือน อนุทินฝ่ามรสุมการเมือง รุกรับฮั้ว สว.-สอบท้องถิ่น แก้เกมบัตรคนจน
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 65,600 บาท
ค่ายรถชิงกำลังซื้อรับตลาดฟื้น “ฮอนด้า” ส่ง Super ONE EV ท้าชนรถจีน
Automotive ค่ายรถชิงกำลังซื้อรับตลาดฟื้น “ฮอนด้า” ส่ง Super ONE EV ท้าชนรถจีน
ดูทั้งหมด

ซีไอเอ็มบี ไทย เชื่อ กนง. ยังไม่รีบลดดอกเบี้ย แม้เฟดหั่นแรง 0.50%

19 ก.ย. 2567 | 11:06น.
CIMBT

“ดร.อมรเทพ ซีไอเอ็มบี ไทย” ชี้เฟดลดดอกเบี้ย 0.50% ลดแรงเพื่อดับความกังวล เชื่อ กนง.ไม่รีบลดดอกเบี้ยตามทันที รอดูข้อมูลเศรษฐกิจก่อน

วันที่ 19 กันยายน 2567 ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% สู่ระดับ 5.00% และฉายภาพทิศทางดอกเบี้ยปลายปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 4.50% และปลายปีหน้าที่ระดับ 3.50% ซึ่งต่ำกว่าการให้มุมมองในรอบการประชุมในเดือนมิถุนายนที่มองอัตราดอกเบี้ยปีนี้ที่ 5.25% และปลายปีหน้าที่ 4.25%

ทั้งนี้ เฟดยังให้มุมมองการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐไว้ที่ 2.0% ใกล้เคียงกับรอบก่อนที่ 2.1% ขณะที่อัตราว่างงานน่าจะอยู่ที่ระดับ 4.4% สูงกว่าที่มองรอบก่อนที่ 4.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อ หรือ PCE น่าจะอยู่ที่ระดับ 2.3% ต่ำลงกว่าที่เคยประมาณการไว้รอบก่อนที่ 2.6%

“ผมมองว่าการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยแรงในรอบแรกที่ระดับ 0.50% แทนที่จะเป็นระดับปกติที่ 0.25% เนื่องจากสองปัจจัย หนึ่งเพื่อช่วยให้ตลาดคลายความกังวลว่าเฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยแรงในครั้งถัดไปหรือไม่ ซึ่งการปรับลดแรงในรอบแรกก็อาจไม่จำเป็นต้องปรับลดแรงเช่นนี้ในรอบการประชุมเดือนพฤศจิกายน

และสองคือการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่าเฟดพร้อมดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย มองต่อไป ผมเชื่อว่าเฟดน่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกสองครั้ง ครั้งละ 0.25% แต่อาจปรับลดมากกว่านี้ หากตัวเลขอัตราว่างงานสูงขึ้นหรืออัตราเงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าคาด

ซึ่งเชื่อว่าตลาดรับรู้ข่าวนี้มากแล้ว และไม่น่ากังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยเช่นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐได้ปรับตัวย่อลงมารับข่าวนี้แล้ว และไม่น่าลดลงได้มากไปอีกจนทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว”

ส่วนทิศทางดอกเบี้ยของไทยนั้น ดร.อมรเทพกล่าวว่า เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือนตุลาคม โดยไทยยังไม่น่าลดอัตราดอกเบี้ยในทันที รอปัจจัยชี้นำในเดือนพฤศจิกายน 3 ด้าน หนึ่ง เพื่อรอทิศทางการฟื้นของเศรษฐกิจไทย หรือ GDP ไตรมาส 3 ซึ่งน่าจะชะลอกว่าที่แบงก์ชาติคาดจากปัญหาน้ำท่วมกระทบกำลังซื้อของครัวเรือนและภาคเกษตร

สอง เพื่อติดตามผลการลดดอกเบี้ยของสหรัฐตลาดที่จะลดดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป และตลาดไม่น่าแตกตื่น

และสาม เพื่อรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งหากกรณีผู้นำใหม่ที่มีนโยบายกีดกันทางการค้าได้ชัยชนะก็อาจมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องดูด้วยว่าพรรคผู้นำจะได้เสียงข้างมากในสภาสูงและสภาล่างด้วยหรือไม่ ซึ่งจะทำให้การดำเนินนโยบายราบรื่นขึ้น หรือจะเกิดความเสี่ยงด้าน Government Shutdown

“อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่า กนง.น่าลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หลังมีความชัดเจนในตลาดเงินตลาดทุนและมาตรการแจกเงินน่าจะมีความชัดเจนว่าไม่น่าทำให้เงินเฟ้อ ซึ่ง กนง.น่าลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือระดับ 2.25% อย่างไรก็ดี แบงก์ชาติอาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากสองส่วน หนึ่งคือกังวลอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูง ทั้งจากมาตรการแจกเงินเฟสสองและการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หรือหากคลังปรับลด FIDF ก่อน ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลดลงตามโดยไม่ต้องลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ซึ่งหาก กนง.ไม่ลดดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า คลังจะลด FIDF 0.23% ซึ่งน่าช่วยให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินปรับลดลงได้ โดยไม่กระทบเสถียรภาพตลาดเงินตลาดทุน หรือคลังอาจเลือกจัดเก็บ FIDF มาตั้งกองทุนใหม่เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากหนี้สูง โดยไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยลดลง แต่ดูแลผู้มีปัญหาเฉพาะจุด ซึ่งทั้งสองส่วนน่าพอช่วยให้เศรษฐกิจไทยลดความเสี่ยงการชะลอตัวได้”