เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

10 หน่วยงานรัฐใช้ยางวืดเป้า หลังดีมานด์พุ่ง ดันราคาทะลุ 80 บ./กก.

05 พ.ย. 2563 | 08:30น.

ส่องแผนใช้ยางหน่วยงานรัฐหลัง ราคายางพุ่งได้แค่ 3.2 หมื่นตัน ห่างเป้าหมาย 7.3 หมื่นตัน “สาธารณสุข” มาแรง ดึงน้ำยางแปรรูปถุงมือยางมากที่สุด 2 หมื่นตัน ชาวสวนยางชี้โอกาสทองยกระดับวิจัย-พัฒนาถุงมือยางสังเคราะห์ป้อนตลาดโลก จี้บีโอไอเร่งดูดลงทุน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ความร้อนแรงของสถานการณ์ราคายางพาราที่เริ่มปรับราคาขึ้นตั้งแต่ 12 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาจะทะลุไปที่ กก.ละ 85 บาท และแม้ว่าล่าสุดราคา ณ ตลาดกลางยางพารา (2 ต.ค.) เพิ่งปรับตัวลดลงจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเหลือ กก.ละ 78 บาท

ส่งผลให้น้ำยางสดเฉลี่ยที่ กก.ละ 68.50 บาท แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งผลจากราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจจะกระทบต่อ “เป้าหมาย” การดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของหน่วยงานภาครัฐในปีงบประมาณ 2563

ล่าสุดจากการตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำยางสดของหน่วยงานภาครัฐ 10 หน่วยงานของการยางแห่งประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2563 พบว่า หน่วยงานรัฐมีการใช้น้ำยางไปเพียง 38,203 ตัน จากเป้าหมาย 73,466 ตัน (ตามกราฟิก)

โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่ใช้ยางมากที่สุด 20,384 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นถุงมือยาง สายยาง หมอน ที่นอน หุ่นช่วยชีวิตพื้นฐานรองลงมา คือ กระทรวงมหาดไทย 9,832 ตัน เพื่อนำไปใช้สร้างถนนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 6,396 ตัน เพื่อนำไปใช้สร้างถนน แต่ในส่วนของกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะมีการใช้ยางประมาณ 52,368.04 ตัน เพื่อนำไปใช้ในการทำถนน และงานอำนวยความปลอดภัย

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นผลักดันให้หน่วยงานในประเทศเพิ่มการใช้ยาง เพื่อสร้างเสถียรภาพราคายาง ถึงแม้ว่าขณะนี้ปัจจัยด้านอุปสงค์อุปทานและมาตรการส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ส่งผลทำให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการยางเพื่อนำไปผลิตสินค้ายุทธภัณฑ์ ถุงมือยาง ยางยืด ที่เพิ่มมากขึ้น จากตลาดจีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ายางที่มากที่สุด

อย่างไรก็ดี วิกฤตโควิด-19 เป็นโอกาสพัฒนานวัตกรรมแปรรูปสินค้าลดการพึ่งพาการส่งออก และเพิ่มรายได้เกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) กรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคายางสูงขึ้นขณะนี้มาจากความต้องการนำไปแปรรูปถุงมือยางเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะถุงมือยางสังเคราะห์ (ไนไตรล์) ยังขาดแคลนอย่างมาก แต่ตลาดมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอก 2 ซึ่งปริมาณยางธรรมชาติวัตถุดิบยังมีน้อย

“ขอให้รัฐเร่งใช้วิกฤตเป็นโอกาส การวิจัยลดปริมาณโปรตีนที่ละลายน้ำในถุงมือยางธรรมชาติให้ได้ต่ำ เพื่อให้การผลิตถุงมือยางของไทยปลอดภัย และสามารถส่งออกไปทั่วโลกได้ และควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เครื่องจักร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดให้ทัดเทียมคู่แข่ง

และมีการกำหนดมาตรฐานรับรองที่ชัดเจน รวมถึงหน่วยงานผู้รับผิดชอบกำหนดมาตรฐาน เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เร่งเพิ่มสิทธิประโยชน์บีโอไอ เพราะที่ผ่านมามีเฉพาะร่วมบูรณาการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีถุงมือยางของหลายภาคส่วน เช่น กยท. MTEC กรมวิทยาศาสตร์บริการ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า”

“ราคายางเพิ่ม ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม แต่สิ่งสำคัญคือความยั่งยืน เพราะหลายปีก่อนเราเคยได้รับราคายางที่สูงมากกว่า 140 บาทต่อ กก. แต่ที่สุดก็วนกลับมาราคาเดิม เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่ที่ว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไรให้ราคามีเสถียรภาพ ผมมองว่าเราควรใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสการวิจัยยางไนไตรล์ และกระตุ้นการลงทุน ซึ่งขณะนี้มียุโรปเข้ามาติดต่อลงทุนถุงมือยางจำนวนมากแต่ติดปัญหากฎระเบียบ เงื่อนไข”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางพารา