500 บริษัทจัดหางานปิดตัว จี้รัฐเร่งสกัดนายหน้าเถื่อน
แรงงานอ่วมพิษโควิด อัพเดต 10 เดือนแรกปี 2563 บริษัทจัดหางานแห่ปิดเพิ่ม 62 แห่ง สถิติ 5 ปี ยอดสะสมทะลุ 500 แห่ง จับตาบริษัทเถื่อนเกลื่อนเมือง จี้รัฐบาลสกัดก่อนบานลายกระทบคนตกงาน 7 แสน “สุชาติ ชมกลิ่น” สั่งแรงงานจังหวัดเข้ม แนะผู้หางานตรวจสอบบริษัทมีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ
แห่ปิดกิจการเกิน 500 แห่ง
นางสาวอรัญญา สกุลโกศล นายกสมาคมการจัดหาแรงงานไทยไปต่างประเทศ และกรรมการผู้จัดการบริษัท จัดหางาน บอสส์ดีไลท์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์โควิด ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบริษัทจัดหางานในประเทศและต่างประเทศอย่างรุนแรงในปัจจุบัน เนื่องจากมีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องในช่วง 5 ปีผ่านมา (2559-2563) ประกอบกับปีนี้เผชิญปัญหาโรคระบาดโควิด-19 จากการประเมินพบว่าผลกระทบที่ได้รับทำให้มีการปิดกิจการแล้วไม่ต่ำกว่า 500 แห่ง
โฟกัสปี 2563 พบว่าช่วง 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม 2563) มีบริษัทจัดหางานทยอยปิดกิจการเพิ่มอีก 62 แห่ง ในรูปแบบที่แตกต่างกัน คือ 1.สิ้นสภาพตามกฎหมาย หรือการไม่ขอต่อใบอนุญาต 2.ผู้ประกอบการขอยกเลิกใบอนุญาต 3.การพักใช้ใบอนุญาตเนื่องจากทำผิดกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2537 และ 4.มีการเพิกถอนใบอนุญาต
“สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยผ่านสถานการณ์วิกฤตทางการเมืองหลายครั้ง ผ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 แต่ก็ไม่พบว่าจะมีบริษัทจัดหางานปิดกิจการจำนวนมากขนาดนี้ ต้องบอกว่าได้รับผลกระทบถ้วนหน้าทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เคยต้องการแรงงานเป็นจำนวนมากเจอผลกระทบช่วงโควิดก็ต้องปิดกิจการทั้งแบบชั่วคราวและปิดถาวรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ สิ่งทอ เป็นต้น”
หวั่นวงจรอุบาทว์ “บริษัทเถื่อน”
นางสาวอรัญญากล่าวต่อว่า ผลกระทบที่เป็นลูกโซ่จากภาวะการปิดกิจการจำนวนมากของบริษัทจัดหางาน ทำให้ผู้ประกอบการในวงการมีข้อกังวลว่าอาจนำไปสู่ปัญหาใหม่ คือทำให้มีปัญหาบริษัทจัดหางานเถื่อนสูงผิดปกติ สาเหตุมาจาก 1.บริษัทเถื่อนอาจเคยเป็นบริษัทจัดหางานที่ถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน เคยรับจัดหาแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ ต่อมาในยุคโควิดไม่สามารถอยู่รอดได้จึงปิดกิจการลง แต่ยังรับจัดหางานเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในระบบกฎหมายแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มบริษัทจัดหาแรงงานไปต่างประเทศพบว่ามีจำนวนน้อยรายที่จะทิ้งใบอนุญาต เนื่องจากขั้นตอนการสมัครต้องวางเงินการันตีหรือเงินค้ำประกัน 5 ล้านบาท แต่ก็มีช่องโหว่เพราะมีบริษัทจัดหางานบางแห่งวางเงินการันตีต่ำมากเพียง 2 แสนบาท จึงมองว่าอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เลือกจะทิ้งใบอนุญาตแล้วผันตัวเองมาเป็นบริษัทเถื่อนแทน
2.บริษัทเถื่อนที่ไม่ได้จดทะเบียนเข้ามาอยู่ในระบบกฎหมาย ซึ่งมีอยู่จำนวนมากและกระจายทั่วประเทศ ในขณะที่บุคลากรภาครัฐที่จะเข้าไปตรวจสอบมีไม่เพียงพอ สิ่งที่ทำได้คือจะจัดสรรกำลังคนเข้าไปตรวจสอบก็ต่อเมื่อมีข้อร้องเรียนจากแรงงานว่าเป็นบริษัทเถื่อน
ทั้ง 2 กรณีเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาบริษัทจัดหางานผิดกฎหมาย ทางสมาคมการจัดหาแรงงานไทยไปต่างประเทศจึงมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานรับทราบปัญหา และเร่งหามาตรการสกัดกั้นเพื่อไม่ให้ปัญหาบริษัทเถื่อนลุกลามบานปลายเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปกว่านี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือยุคโควิด ทำให้มีคนตกงานสูงถึง 7 แสนคน ซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อของบริษัทเถื่อนเหล่านี้ได้
ทวงสัญญาจัดสรรโควตา
นางสาวอรัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากประเด็นโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจจัดหางานแล้ว การส่งออกแรงงานโดยภาครัฐถือเป็นการทำลายวงจรธุรกิจจัดหางานด้วย ทั้งที่มีกฎหมายคือพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถดำเนินการทางธุรกิจที่แข่งขันกับภาคเอกชนได้
ก่อนหน้านี้ สมาคมการจัดหาแรงงานไทยไปต่างประเทศได้เข้าหารือกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าควรจะมีการจัดสรรโควตาส่งออกแรงงานไปต่างประเทศให้กับบริษัทจัดหางานภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการส่งออก ปัจจุบันเรื่องนี้ยังค้างดำเนินการและไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด
“สุชาติ” สั่งแรงงานจังหวัดเข้ม
เรื่องเดียวกันนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในส่วนของบริษัทจัดหางานที่ทยอยปิดกิจการจากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 นั้น ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจัดหาแรงงานไทยไปต่างประเทศ เนื่องจากประเทศปลายทางมีการล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้ไม่สามารถส่งออกแรงงานไทยได้ ดังนั้นถือว่าเป็นไปตามกลไกของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคระบาด สิ่งที่ทำได้คือรอให้ภาวะเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว จากนั้นบริษัทจัดหางานสามารถยื่นขอจดทะเบียนใหม่เพื่อดำเนินการจัดหาแรงงานส่งออกได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาบริษัทจัดหางานเถื่อน โดยได้สั่งการไปยังสำนักงานแรงงานจังหวัดให้ตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าบุคลากรกระทรวงแรงงานมีจำนวนค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบในภาคสนาม
“ข้อแนะนำสำหรับพี่น้องแรงงานในการตัดสินใจเลือกใช้บริษัทจัดหางานรายใดนั้น ขอให้ผู้หางานตรวจสอบว่าบริษัทมีใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรืออาจตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานแรงงานจังหวัดในแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง” นายสุชาติกล่าว
