เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
Economic สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

‘ความจริง-ความหวัง’

20 พ.ย. 2563 | 18:09น.
คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ
อำนาจ ประชาชาติฯ

ข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่มีการแถลงผลการพัฒนาที่ออกมาในเชิงบวก ถือได้ว่าเป็นการ “จุดประกายความหวัง” ให้แก่มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้

แม้จะยังใช้งานจริงไม่ได้ แต่ก็เป็น “จุดเริ่มต้น”

ซึ่งเมื่อมี “จุดเริ่มต้น” ต่อไป ก็มีโอกาสที่จะเห็น “จุดสิ้นสุด” นั่นก็คือ สามารถควบคุม “ไวรัสวายร้าย” นี้ได้นั่นเอง

ช่วงที่ผ่านมา เราจึงได้เห็นตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับข่าวดีนี้กันอย่างคึกคัก

ตลาดหุ้นไทยก็เช่นเดียวกัน หลังจากรับข่าวดีในอีกซีกโลกหนึ่งตอนค่ำวันที่ 9 พฤศจิกายน พอเปิดตลาดซื้อขายเช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน ก็บวกทันที 45.02 จุด โดยดัชนีขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1,331 จุด และตกเย็นปิดตลาดที่ 1,341.24 จุด สรุปภาพรวมบวกเพิ่มขึ้นถึง 55.36 จุดในวันเดียว

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยคงจะพึงพอใจอยู่แค่นี้ไม่ได้ เพราะหากดูข้อมูลของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ในช่วงที่ต้องเผชิญกับวิกฤตโควิดพบว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2563 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงถึง 24.4% แย่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากตลาดหุ้นสิงคโปร์ ที่ปรับตัวลง 24.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ถามว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น…

มีข้อมูลที่น่าสนใจจากบทวิเคราะห์ของ “KKP Research” โดยกลุ่มการเงิน “เกียรตินาคินภัทร” ที่ชี้ว่า บริษัทส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาคเศรษฐกิจดั้งเดิม (old economy) ที่อาศัย “อำนาจตลาด” เป็นจุดแข็ง และยังมีสัดส่วนบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีและสารสนเทศไม่ถึง 3% ของมูลค่าตลาด จึงฟื้นตัวหลังโควิดช้ากว่าตลาดต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน

ซึ่งเห็นได้จากการฟื้นตัวของการส่งออกหลังโควิด ที่สินค้าเทคโนโลยีเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน รวมทั้งเวียดนาม เริ่มเห็นการส่งออกกลับมาขยายตัวแล้วตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่การส่งออกของไทยยังคงหดตัวเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน

โดยอัตราการเติบโตของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจากระดับเลข 2 หลัก ลงมาที่ระดับต่ำกว่า 5% ตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม มีการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเติบโตโดยเฉลี่ยกว่า 20% ต่อปี ตลอดช่วง
2 ทศวรรษ

ที่สำคัญคือ สัดส่วนการส่งออกสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (high-tech manufacturing products) ของไทย ยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ราว 23%

ส่วนเวียดนามแซงหน้าไปไกลแล้ว ปัจจุบันอยู่ที่ 40% ของการส่งออกทั้งหมด

นับเป็นเรื่องน่ากังวล ซึ่งเรื่องนี้ภาคธุรกิจและผู้มีอำนาจต้องอยู่กับความจริง โดยต้องเร่งช่วยกันขบคิดหาทางแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

เพราะทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องต้อง “คิดใหม่-ทำใหม่” ทั้งสิ้น

โดยทาง “KKP Research” เสนอแนะว่า หนึ่งในทางออกเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจไทย คือ การลดอำนาจตลาดหรือทลายอำนาจผูกขาดของผู้เล่นรายใหญ่ และผ่อนคลายกฎระเบียบที่เอื้อให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการแข่งขันด้านนวัตกรรมในวงกว้าง

เพราะพบว่า 3 อุปสรรคสำคัญต่อการยกระดับทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทย คือ การขาด (1) Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะด้านความรู้และบุคลากร (2) Investment หรือการลงทุน และ (3) Incentives หรือระบบแรงจูงใจตามกลไกตลาด

สำหรับข่าวดีเรื่องวัคซีน อาจจะเป็น “sentiment เชิงบวก” ที่ทำให้บรรยากาศต่าง ๆ ดูดีขึ้น

เพราะทำให้ผู้คนมีความหวัง… หวังว่า จะสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้เหมือนปกติ ไม่ต้องกังวลว่าจะติดไวรัส ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกักตัว

ธุรกิจก็หวังว่า เมื่อสามารถเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยได้ ก็จะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ทำให้มีรายได้เข้ามา มีเงินไปชำระหนี้ ไม่ต้องเลิกจ้าง ไม่ต้องปิดกิจการ ทรัพย์สินไม่ต้องหลุดมือไปอยู่กับคนอื่น

หวังไปเถอะ… เพราะทุกชีวิตมีสิทธิ์หวัง แต่ก็ต้องอยู่กับ “ความจริง” ที่ยังต้องเผชิญตรงหน้าด้วย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจอ “คุณผยง ศรีวณิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในงานสัมมนาซีเอสอาร์ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ก็ได้ให้มุมมองเรื่องนี้ว่า ถึงแม้จะมีข่าวเรื่องวัคซีนต้านไวรัสโควิดออกมาแล้ว แต่กว่าวัคซีนจะมาถึงคนไทยต้องใช้เวลา

อย่างไรก็ดี ต้องถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างบรรยากาศต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ทว่าในแง่การวางแผนดำเนินงานในระยะข้างหน้าก็ต้อง “เผื่อ” ไว้รับมือวิกฤตที่ยังมีโอกาสลากยาวต่อไปได้

โดยต้องเตรียมตัวให้พร้อม และต้องตระหนักว่า…

ถึงแม้จะมีวัคซีนแล้ว แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็อาจจะไม่ได้กลับไปเหมือนเดิมอีกต่อไป