เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
การเคหะ ช่วยคนไทยมีบ้าน เปิดโปรลดราคาสูงสุด 20% ผ่อนปีแรกดอกเบี้ย 0%
Real Estate การเคหะ ช่วยคนไทยมีบ้าน เปิดโปรลดราคาสูงสุด 20% ผ่อนปีแรกดอกเบี้ย 0%
กมธ.งบฯ 70 บี้สำนักนายกฯ ตั้งคำถาม “ป.ย.ป.” ซ้ำซ้อน ยื่นข้อเสนอยุบเลิก
Politics กมธ.งบฯ 70 บี้สำนักนายกฯ ตั้งคำถาม “ป.ย.ป.” ซ้ำซ้อน ยื่นข้อเสนอยุบเลิก
คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
Politics คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
Business การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
Real Estate อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
Business ‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
News สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
Economic สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
SD SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
ดูทั้งหมด

ไอติม พริษฐ์ เชียร์รับทุกร่างแก้ รธน. อย่ากังวลล้มการปกครอง

18 พ.ย. 2563 | 10:21น.
ไอติมเชียร์รับร่าง

อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพ “ไอติม พริษฐ์” โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องสมาชิกรัฐสภา รับร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ อย่ากังวลล้มการปกครอง-นิรโทษกรรม ให้ห่วงอนาคตบ้านเมือง 

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงสมาชิกรัฐสภา เรียกร้องให้มีมติให้รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ ดังนี้

ถึงสมาชิกรัฐสภา

ตลอด 1 วันที่ผ่านมา ท่านคงได้เห็นแล้วว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถูกจับตามองจากคนทั้งสังคม

มีประชาชนจำนวนมากเฝ้าชมการทำหน้าที่ของพวกท่าน บางส่วนยอมกระทั่งเอาสวัสดิภาพในชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อแลกกับการยืนยันข้อเรียกร้องที่ว่า ร่างของประชาชนต้องได้ไปต่อ

ในฐานะประชาชนธรรมดา ผู้เป็นเพียงหนึ่งในรายชื่อที่สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ iLaw ผมไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะสั่งการให้พวกท่านตัดสินใจไปในทางหนึ่งทางใด

สิ่งเดียวที่ผมมีเช่นเดียวกับประชาชนคนอื่นๆ คือสิทธิในการแสดงออกเพื่อเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาเห็นแก่เจตจำนงของประชาชน และเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ

เพราะการรับทุกร่างเท่านั้น ที่จะคลี่คลายวิกฤติทางการเมืองครั้งนี้ ให้พอมองเห็นทางออก

สำหรับท่านที่ตัดสินใจแล้วว่าจะลงคะแนนให้ร่างของภาคประชาชน ผมขอให้ท่านยืนหยัด มั่นคง และไม่ลังเลไปลังเลมา

สำหรับท่านใดที่ยังไม่แน่ใจถึงข้อดีของร่างของภาคประชาชน ผมขอเชิญชวนให้ท่านตั้งใจฟังการอภิปรายในรัฐสภาของผู้ชี้แจงจาก iLaw เมื่อวานอีกสักครั้ง

แต่สำหรับท่านใดที่กังวลใจกับข้อกล่าวหาต่างๆ ผมขอถือโอกาสนี้ชี้แจงข้อกังวลหลักของหลายท่าน หากจะช่วยลดความหวาดระแวงและทำให้ท่านเปิดใจรับฟังมากขึ้น

  1. “อย่ากังวลเรื่องการล้มล้างการปกครอง”

บางท่านได้แสดงความกังวล ว่าการที่ร่างของภาคประชาชนเป็นร่างเดียวที่เปิดให้ สสร. มีอำนาจพิจารณาทุกหมวดทุกมาตรา (รวมถึงหมวด 1 และ หมวด 2) จะเสี่ยงต่อการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมขออนุญาตคลายความกังวลของท่าน ดังนี้

  1. i) การแก้ไขหมวด 1 และ หมวด 2 ไม่สามารถล้มล้างการปกครองได้

– มาตรา 255 ของรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ชัด ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญใดๆ ก็ตาม ไม่สามารถทำได้หากนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ การเปลี่ยนรูปแบบรัฐจากการเป็นรัฐเดี่ยว

– มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่บางท่านเห็นชอบ ยังเปิดช่องให้แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ตราบใดที่มีการทำประชามติถามประชาชน

  1. ii) หมวด 1 และ หมวด 2 ถูกแก้ไขมาโดยตลอด และไม่ได้นำไปสู่การล้มล้างการปกครอง

– จากรัฐธรรมนูญ 2540 มาสู่ รัฐธรรมนูญ 2550 มีการแก้ไข มาตรา 3 ในหมวด 1 โดยเติมประโยคที่ว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม” – การแก้หมวด 1 ตรงนี้ ไม่ได้นำไปสู่การล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการตอกย้ำความสำคัญของหลักนิติธรรม

– จากรัฐธรรมนูญ 2550 มาสู่รัฐธรรมนูญ 2560 มีการแก้ไขหมวด 2 หลังจากทำประชามติกับประชาชนไปแล้วรวมจำนวน 6 มาตรา รวมไปถึงการแก้มาตรา 16 ให้เขียนว่า พระมหากษัตริย์จะ “ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้” เวลาไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร – การแก้หมวด 2 ตรงนี้ ก็ไม่ได้นำไปสู่การล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด

iii) การเปิดให้พิจารณาหมวด 1 หมวด 2 เป็นวิธีเดียวในการหาฉันทามติจากทุกฝ่าย เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

– ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้กลายมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงกว้างอย่างสาธารณะ และเป็นเนื้อหาที่สำคัญต่อผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย

– การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในรูปแบบของ สสร. ที่เปิดให้มีการพิจารณา หมวด 1 หมวด 2 จึงมีความจำเป็น ต่อการเปิดให้เนื้อหาสาระของทุกข้อเสนอด้านการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ (ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย) ได้ถูกพูดคุยแลกเปลี่ยนและผสมผสานบนพื้นฐานของเหตุและผล เพื่อให้สังคมหาฉันทามติในเรื่องนี้ได้อย่างสันติวิธี ไม่ว่าบทสรุปจะออกมาว่าให้มีการปฏิรูปหรือไม่มีการปฏิรูป และถ้าให้มีการปฎิรูป จะปฏิรูปในรูปแบบใดก็ตาม

– เสรีภาพอย่างหนึ่งที่รัฐไม่มีทางควบคุมได้ คือเสรีภาพในความคิด และในวันที่ผู้คนมากมายมีความคิดที่หลากหลายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ การพยายามบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกันหรือหยุดคิดเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติ และเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

– ในเมื่อความคิดนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ทางออกของรัฐที่มีวุฒิภาวะ จึงไม่ใช่การปิดประตูไล่ให้ทั้งสองฝ่ายไปแสดงความเห็นบนเวทีชุมนุมหรือในพื้นที่ส่วนตัว แต่เป็นการเปิดประตูให้ทุกความใฝ่ฝันและทุกความกังวลได้ถูกพิจารณาในพื้นที่ปลอดภัยในระบบรัฐสภาอย่างเช่น สภาร่างรัฐธรรมนูญ

  1. “อย่ากังวลเรื่องการนิรโทษกรรมคดีทุจริต”

บางท่านได้แสดงความกังวล ว่าการที่ร่าง iLaw มีการยกเลิกกฎหมาย ป.ป.ช. อาจนำไปสู่การตีความเพื่อให้คุณแก่ผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดหรือกำลังถูกดำเนินคดีตามข้อกฎหมายนี้ ที่อาจเปรียบเสมือนการนิรโทษกรรมคนที่ถูกตัดสินว่าผิดในคดีทุจริตที่ผ่านมา ผมขออนุญาตคลี่คลายความกังวลของท่าน ดังนี้

i) ในทางกฎหมาย อาจไม่ตีความเป็นการให้คุณหรือนิรโทษกรรมเสมอไป – จากการปรึกษานักกฎหมายหลายคน มีความเห็นที่หลากหลายว่าการยกเลิกกฎหมายจะนำไปสู่การให้คุณย้อนหลังที่เข้าข่ายนิรโทษกรรมได้จริงหรือไม่

ii) ถึงจะมีความเสี่ยงต่อการตีความให้คุณแก่ผู้กระทำผิดจริง แต่เราสามารถปิดช่องไม่ให้การนิรโทษกรรมเกิดขึ้นได้ ในวาระที่ 2 โดยไม่ต้องปัดตกในวาระที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงการโหวตรับหลักการเกี่ยวกับการแต่งตั้งองค์กรอิสระและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องขึ้นมาใหม่ – เช่น การแปรญัตติประมาณว่า “การยกเลิก พ.ร.ป. ป.ป.ช. ตามข้อเสนอในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อคดีความที่ได้ดำเนินการไปแล้วหรือคดีความที่กำลังดำเนินการอยู่ตามกฎหมายนี้”

iii) iLaw ได้ประกาศชัด ว่าการยื่นข้อเสนอเรื่ององค์กรอิสระ ไม่ได้มีเจตนาในการนิรโทษกรรม แต่เป็นเจตนาของการรีเซ็ตองค์กรอิสระเพื่อให้โครงสร้างและกระบวนการสรรหามีความเป็นกลางมากขึ้น จากปัจจุบันที่ ส.ว. 250 คน มีอำนาจชี้ขาดในการอนุมัติรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ

  1. “โปรดกังวลเรื่องอนาคตของบ้านเมือง”

ผมไม่อาจล่วงรู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะช่วยให้ท่านคลายกังวลต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ได้มากแค่ไหน แต่สิ่งสุดท้ายที่อยากวิงวอน คือขอให้ท่านโปรดกังวลต่ออนาคตของบ้านเมือง

ในวันที่ประชาชนถามหา “ความจริงใจ” ของรัฐบาลและรัฐสภาในการพิจารณาข้อเสนออันเรียบง่ายของพวกเขา ผมอยากเรียกร้องให้ท่านโหวตรับหลักการร่างของภาคประชาชนในวาระที่ 1 เพื่อให้ไปสู่การพิจารณาต่อในส่วนของรายละเอียดเนื้อหาในวาระที่ 2

ถึงแม้ร่างนี้อาจมีรายละเอียดบางส่วนที่ท่านไม่เห็นด้วย หรือถึงแม้ร่างนี้อาจมีบางข้อความที่ยังไม่รัดกุมเท่าที่ควรในแง่เทคนิคกฎหมาย แต่ผมไม่อยากให้ท่านนำตรงนั้นมาเป็นเหตุผลในการไม่รับหลักการของร่าง เพราะข้อกังวลทั้งหมดนี้สามารถถูกพูดคุยและคลี่คลายได้ในวาระที่ 2

หากตัดสินใจปัดตกร่างของภาคประชาชน ท่านอาจถูกประชาชนมองว่าท่านไม่มีความจริงใจที่จะคลี่คลายสถานการณ์ ไม่พิจารณาข้อเสนอของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม และไม่พร้อมที่จะประนีประนอม

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ตัวท่านเองแล้ว รัฐสภาที่ควรเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน จะถูกทำลายความเชื่อมั่น และการกระทำของท่านอาจเร่งให้อุณหภูมิของบ้านเมืองที่กำลังคุกรุ่นจากการใช้ความรุนแรงเกินเหตุของรัฐเมื่อวานนี้ พุ่งสูงขึ้นจนถึงจุดเดือด จนมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การสูญเสีย ซึ่งไม่ว่าท่านหรือผม ล้วนไม่อยากเห็น

หากการรับฟังคำอธิบายของคนที่ท่านไม่รู้จักอย่างผม จะเป็นเรื่องลำบากหรือห่างไกลตัวท่านเกินไป ผมขอให้ท่านนึกถึงอนาคตของลูกหลานท่านเอง

ถ้าท่านอ่านมาถึงข้อความนี้ ก่อนจะลงมือโหวต ผมขอความกรุณาท่านหยิบมือถือขึ้นมาและโทรถามพวกเขาสักหน่อย ว่าพวกเขาอยากเติบโตขึ้นมาในอนาคตแบบไหน

อนาคตที่เสียงของเขาไม่สำคัญ หรือ อนาคตที่เขามี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากันกับทุกคนในประเทศ

อนาคตที่เต็มไปด้วยการทุจริตและการโกง หรือ อนาคตที่ทุกองค์กรของภาครัฐถูกตรวจสอบได้

อนาคตที่รัฐปฏิบัติกับเขาด้วยมาตรฐานที่ต่างจากผู้มีอำนาจ หรือ อนาคตที่กฎหมายทุกฉบับถูกบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

อนาคตที่เขากำหนดไม่ได้ หรือ อนาคตที่เขาเป็นเจ้าของ

โปรดเลือกอนาคตให้ลูกหลานในแบบที่พวกเขาปรารถนาเถอะครับ

ด้วยความเคารพ

พริษฐ์ วัชรสินธุ

#1ในแสนเสียงแก้รัฐธรรมนูญ #รับทุกร่างคือทางออก

ไอติมเชียร์รับทุกร่างคือทางออก