จับตาพัฒนาการชุมนุม! หุ้นไทยพลิกยืน 1,400 จุดไม่ได้ โอกาสพักฐานครั้งใหญ่
“บล.ฟิลลิป” คาดหุ้นไทยจะผันผวนในกรอบท่ามกลางความเสี่ยงทางลงระหว่าง 1,370-1,410 จุด หากพลิกกลับมายืน 1,400 จุดไม่ได้ มีโอกาสพักฐานครั้งใหญ่ หลังวันนี้ถูกการเมืองในประเทศกดดัน แม้จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากบรรยากาศลงทุนภายนอกหลังดัชนีดาวโจนส์ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์เหนือ 30,000 จุด “ทรัมป์ยอมถ่ายโอนอำนาจ”-“เจเน็ต เยลเลน” อดีตประธานเฟด จ่อนั่ง รมว.คลังสหรัฐคนใหม่
บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันพุธ (25 พ.ย. 2563) ว่า วานนี้ตลาดหุ้นไทยปิดในแดนลบมากกว่าภูมิภาค คาดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศชะลอการซื้อและทยอยขายทำกำไรหลังดัชนี SET INDEX ปรับตัวขึ้นมาเกือบ 20% นับตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.จากปัจจัยวัคซีน อีกทั้งวันนี้มีปัจจัยการเมืองภายในประเทศเข้ามากดดัน จึงคาดวันนี้ดัชนีจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากบรรยากาศลงทุนภายนอกหลังการพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ของดัชนีดาวโจนส์เหนือ 30,000 จุดได้ไม่เต็มที่
คาดจะผันผวนในกรอบท่ามกลางความเสี่ยงทางลงระหว่าง 1,370-1,410 จุด หากพลิกกลับมายืน 1,400 จุดไม่ได้ มีโอกาสพักฐานครั้งใหญ่ จึงต้องรอดูทิศทางของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในประเทศเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น หรือหากขายทำกำไรแล้ว สามารถรอซื้อได้อีกครั้งเมื่อดัชนีปรับตัวลงมาไม่หลุดแนวรับ 1,370-1,380 จุด
วันนี้กลุ่มมวลชนคณะราษฎรนัดชุมนุมใหญ่บริเวณแยกรัชโยธินในช่วงเวลา 15.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ติดตามการรับมือผู้ชุมนุมของรัฐบาล อีกทั้งยังมีการนัดชุมนุมของมวลชนฝั่งตรงข้ามในจุดต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง จึงต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ทรัมป์ยอมถ่ายโอนอำนาจประธานาธิบดีสหรัฐ โดยได้สั่งให้สำนักงานบริหารงานบริการทั่วไปสหรัฐ (GSA) เริ่มกระบวนการถ่ายโอนอำนาจให้กับ นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐแล้ว พร้อมด้วยงบประมาณกว่า 7 ล้านดอลลาร์ ด้านไบเดนเผยรายชื่อผู้ที่ถูกทาบทามมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคนสำคัญ ได้แก่ นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานเฟด ในตำแหน่ง รมว.คลัง และนายแอนโทนี บลินเคน ในตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ
ขณะที่สถานการณ์โควิด ทางอังกฤษประกาศลดเวลาการกักตัวเหลือ 5 วันจากเดิม 14 วัน เริ่ม 15 ธ.ค.นี้ อีกทั้งมาตรการ Lockdown ทั้งประเทศจะสิ้นสุดลง 2 ธ.ค. แล้วกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มตามเดิม