เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
Economic นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
Economic ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
Real Estate เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
SC ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ทำเล รับดีมานด์คลังสินค้าพุ่ง 90% สู่เป้า 1 ล้านตร.ม. ในปี’72
Real Estate SC ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ทำเล รับดีมานด์คลังสินค้าพุ่ง 90% สู่เป้า 1 ล้านตร.ม. ในปี’72
เปิดเส้นทางเวนคืนตัดถนนสายใหม่ 2.5 หมื่นล้าน เชื่อมอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
Economic เปิดเส้นทางเวนคืนตัดถนนสายใหม่ 2.5 หมื่นล้าน เชื่อมอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
Interview คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
Finance ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
ดูทั้งหมด

“เศรษฐา” เชียร์ไทยผลิตวัคซีนโควิดใช้เอง หนุนระดมทุนคิดค้น

25 พ.ย. 2563 | 16:23น.
เศรษฐาหนุนคิดค้นวัคซีนเอง

“เศรษฐา ทวีสิน” ผู้บริหารแสนสิริ ชี้ อย่ามัวแต่รอวัคซีนโควิด-19 จากต่างชาติ ควรหนุนคนไทยผลิตใช้เองด้วย

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ ว่า ไม่ควรรอแต่การผลิตจากต่างชาติเท่านั้น แต่ควรสนับสนุนการผลิตวัคซีนโควิดของไทยควบคู่ไปด้วย

นายเศรษฐา ระบุว่า ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ข่าวหนึ่งที่พอจะสร้างความหวังให้คนอย่างเราๆ ในช่วงเวลายากลำบากนี้ ก็คือเรื่องของวัคซีนโควิดจากบริษัทยายักษ์ใหญ่ 2-3 แห่ง ที่เริ่มทำการทดลองกับสัตว์และได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง และมีอีกหลายรายที่ว่ากันว่าอยู่ในกระบวนการทดลองและปรับสูตร

แต่ข่าวดีนี้ก็ตามมาด้วยข่าวดับฝันที่บอกว่า ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐหรืออังกฤษ ได้ทำการจองซื้อวัคซีนที่กำลังพัฒนาใกล้เสร็จ 6,400 ล้านโดสแรกเรียบร้อยกันไปแล้ว เรียกว่าจองกันก่อนที่ยาจริงจะออกมาเสียอีก รวมทั้งอีกกว่า 3,200 ล้านโดส ที่กำลังจะตามมา แต่ก็ให้สิทธิ์กับคนที่ซื้อล็อตแรกจองได้ก่อนคนอื่น

เราลองคำณวนดูเล่นๆ นะครับ จากตัวเลขคาดการณ์ผลิตที่ทาง Pfizer เค้าบอกว่าน่าจะผลิตวัคซีนได้ 50 ล้านโดสในปลายปีนี้และปีหน้าได้อีก 1,300 ล้านโดส โดยต้องฉีด 2 โดสต่อคนเพื่อให้ป้องกันโรคนี้ได้ เทียบกับตัวเลข 9,600 ล้านโดสที่ถูกจองล่วงหน้าไปแล้ว ลองบวกลบคูณหารกันเองแล้วกันครับว่าประเทศอื่นๆ อย่างไทยเราคงต้องรอกันไม่รู้ว่ากี่ปีกว่าจะได้วัคซีนนี้มา แม้รัฐบาลจะกันเงินเอาไว้ 6 พันล้านเพื่อเตรียมซื้อวัคซีนก็ไม่รู้ว่าจะมีเหลือขายให้เราหรือเปล่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้

“วิกฤตโควิด19 ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความเหลี่อมล้ำในระดับโลก ซึ่งเรื่องนี้เองแม้กระทั่งองค์กรที่ดูแลเรื่องสาธารณสุขระดับโลกอย่าง WHO ยังทำอะไรไม่ได้ ซึ่งถ้าผลกระทบของโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจมันรุนแรง ประเทศไทยเราเองจะรอวัคซีนได้หรือ นโยบายต่างๆ ที่ทางรัฐบาลงัดมากระตุ้นก็ได้ผลไม่เต็มที่ มีการชักเข้าชักออกยกตัวอย่าง travel bubble ที่ไม่ชัดเจนบ้าง แจกเงินบ้าง แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ผลเท่าไหร่ วัคซีนที่ต่างชาติผลิตได้เค้าไม่มองเราเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่จะให้ซื้อและเข้าถึงได้หรอก ดังนั้นทางเลือกเดียวที่ประเทศไทยเราจะได้มีโอกาสใช้วัคซีนนี้ในเร็ววัน ก็คือต้องไม่รอยืมจมูกคนอื่นหายใจ เราต้องพยายามผลิตเองด้วยให้ได้เป็นทางเลือก”

วัคซีนโควิดถ้าสามารถผลิตในไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยไม่ต้องพึ่งพิงต่างชาติก็น่าจะเป็นหลักประกันทางสุขภาพให้กับประเทศเราได้ ยิ่งผมเชื่อว่านักวิจัย แพทย์ นักวิทยาศาสตร์บ้านเราของสถาบันวิจัยหรือมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ของเราไม่ว่าจะเป็นจุฬา มหิดล ฯลฯ เก่งไม่แพ้ชาติอื่นนะครับ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือก็พร้อม และเรามีงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จเป็นคนแรกๆ ของโลกไม่น้อย

เหตุผลที่ผมบอกว่าเราควรฝากความหวังกับวัคซีนที่เราผลิตเอง เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกครับว่าเจ้าโควิด-19 นี้มันจะกลายพันธ์เป็นสายพันธ์ 20 หรือ 21 หรือ 22 ได้หรือไม่ได้เมื่อไหร่ ถ้าเกิดแบบนั้นขึ้นมารับรองได้ว่าการยืมจมูกคนอื่นหายใจต่อไปเรื่อยๆ รับมือไม่ทันแน่นอน แต่ถ้าเรามีศูนย์ผลิตวัคซีนของเราเองที่ประสบความสำเร็จในสูตรแรก เชื่อได้ว่าเวลาในการพัฒนาวัคซีนสู้กับการกลายพันธุ์ก็จะถูกย่นลงเยอะ

“ดังนั้นสำหรับเรื่องของวัคซีน ผมอยากสนับสนุนให้คนไทยคิดวัคซีนเองได้ เราทุกคนควรช่วยกันสนับสนุน โดยปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญก็คือเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะใช้ในการวิจัย ผมไม่รู้ว่าเงินที่ภาครัฐสนับสนุนหรือแต่ละสถาบันมีมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้ามีตัวช่วยอย่างการระดมทุนเพิ่มเติม ผมว่าจะเป็นเรื่องดีมากๆ”

ส่วนอีกเรื่องที่อยากชี้ให้เห็นก็คือ แม้เราจะสามารถระดมทุนและผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด 19 หรือ 20 หรือ 21 ได้แล้วก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่เราจะสามารถบอกผลกระทบทางสุขภาพระยะยาวของวัคซีนเพราะระยะเวลาในการทดสอบทดลองก็สั้นมาก ทุกคนทุกค่ายต่างก็เร่งกันค้นคว้าและผลิตออกมา

ผลของวัคซีนล็อตแรกที่บอกว่าได้ผลที่ 95% ก็ยังไม่เป็นอะไรที่การันตีว่าจะขจัดไวรัสตัวนี้ได้หมด เพราะขึ้นอยู่กับโครโมโซมของผู้รับวัคซีนแต่ละคนอีก อีกทั้งเชื้อตัวแรกนี้ยังป้องกันไม่ได้ 100% เกิดกลายพันธุ์ขึ้นมาเป็นสายพันธุ์ใหม่อาจเหลือได้ผลแค่ 60% ก็ได้ใครจะรู้ ผมว่าก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ดังนั้นสำหรับรัฐบาลแล้ว วัคซีน อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่มองหา

การปรับตัว ปรับมาตรการต่างๆ แบบควบคุมความเสี่ยงต่างหากที่รัฐบาลควรรีบลงมือครับ อย่างการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้ามา ถกเถียงกันไปมาแต่ไม่ลงมือทำ ผมว่าเราทำได้แบบมีการเซ็ตตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจน เช่นสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้ามากับจำนวนคนติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง และต้องมาพร้อมกับมาตรการจัดการที่เป็นรูปธรรม เช่นมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1 แสนคน ในระยะเวลา 1 เดือนหากตัวเลขคนติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 100 คนมีมาตรการบางอย่างในการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อควบคุม หรือถ้าตัวเลขคนติดเชื้อเกินไปเป็น 300 คนก็ปิดประเทศใหม่พร้อมจัดการลดจำนวนคนติดเชื้อลงให้ได้ก่อนก็ค่อยเปิดใหม่ ต้องลองอย่างรัดกุมครับ

ส่วนตัวเองผมเชื่อว่าสถานการณ์ของโควิดนี้เป็นอะไรที่เราต้องอยู่กับมันไปอีกนาน แม้เรามีวัคซีนเป็นของตัวเองก็ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม วิเคราะห์ผลกระทบระยะยาว ปรับปรุงสูตร อันนี้ก็ต้องช่วยกันลุ้นให้เกิดขึ้นให้ได้ เป็นเหมือนการเดินระยะยาว

ดังนั้นภาครัฐนั้นมีหน้าที่ที่จะบริหารประเทศ และหานโยบายที่จะเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์แบบนี้ไปพร้อมๆ กัน อย่านิ่งเฉยหวังวัคซีนมากู้โลก มันเป็นไปได้ยากครับ เพราะผมเชื่อว่าธรรมชาติยังมีอะไรที่ทำให้เราแปลกใจได้อีกเยอะ