เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
Tech Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
ดูทั้งหมด

MTC ขายหุ้นกู้ 5 พันล้านบาท เกลี้ยง! มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า +20-25%

26 พ.ย. 2563 | 13:27น.
ภาพประกอบข่าว MTC

MTC ฮอต! นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นกู้ครบวงเงิน 5 พันล้านบาท ด้านแนวโน้มผลดำเนินงานช่วงโค้งสุดท้ายยังสดใส หนุนผลงานปีนี้เข้าเป้า +20-25% เผยความพร้อมตั้งสำรองคุมหนี้เสียไม่เกิน 2%

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่า 5 พันล้านบาท แบ่งเป็น 2 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 11 เดือน 7 วัน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2565 อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี  ขณะที่ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 11 เดือน 19 วัน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2566 อัตราดอกเบี้ย 3.40% ต่อปี โดยได้เสนอขายเมื่อวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2563 ทั้งนี้ ผลปรากฏว่า นักลงทุนให้การตอบรับอย่างคึกคัก สามารถขายได้ครบทั้งจำนวน ตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย ทั้งนี้ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรอยู่ที่ BBB+ และหุ้นกู้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB+

“ผลตอบรับจากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อ MTC เป็นอย่างมาก ซึ่งบริษัทฯจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้ชุดเดิมในต้นปีหน้า และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ตามภายหลังการเสนอขายส่งผลให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น สามารถผลักดันการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง” นายปริทัศน์ กล่าว

นายปริทัศน์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ยังคงมีทิศทางที่ดี และจะช่วยสนับสนุนให้ผลงานในปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ระดับ 20-25%  โดยบริษัทฯ ยังคงเน้นกลยุทธ์ไปที่ 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การจัดการต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะช่วยรักษาส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) ให้คงที่ โดยเงินทุนใหม่ของบริษัทฯ บางส่วนมาจากเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และบางส่วนมาจากการออกหุ้นกู้มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าหุ้นกู้เดิม

ทั้งนี้ คาดว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ภายหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ จะไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนของตลาดพันธบัตรที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากความต้องการในการลงทุนในบริษัทฯที่มีเรทติ้งระดับ BBB+ ในประเทศจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ คาดหวังว่า ต้นทุนทางการเงินในช่วงปลายปีนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว

ขณะที่การคุมคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชีฉบับที่ 9 (TFRS9) ให้เหมาะสม และเพียงพอต่อความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ โดยจะคุมหนี้เสียไว้ไม่เกินระดับ 2% ตามเป้าที่วางไว้ก่อนหน้านี้  ตลอดจนการเร่งผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) เพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวและเพื่อสร้างการได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Edge) เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ ที่สำคัญ

อนึ่ง ผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 3/2563 มีกำไรสุทธิ 1,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.07 % จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,080 ล้านบาท และยังคงทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง 66,995 ล้านบาท เพิ่มขึ้น คิดเป็น 16.22% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 57,647 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อเติบโตได้ดีเนื่องจากความต้องการฟื้นตัวหลังเข้าสู่การเปิดเทอมใหม่ และฤดูเก็บเกี่ยวของเกษตรกร

ขณะที่คุมต้นทุนการเงินได้ดี เดินหน้าเพิ่มสาขาเป็น 4,798 สาขา ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯมีรายได้สุทธิอยู่ที่ 10,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.43% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้สุทธิเท่ากับ 9,233 ล้านบาท