เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สายสีส้ม’ น้ำท่วมที่ดินราคาตก ลุ้นเดินรถปลุกอสังหา-ห้างใหม่
ข่าวหน้า 1 ‘สายสีส้ม’ น้ำท่วมที่ดินราคาตก ลุ้นเดินรถปลุกอสังหา-ห้างใหม่
อุตุฯ เตือน มวลจีนแผ่ปกคลุม ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน กทม.-ภาคใต้ เจอฝนหนัก 60%
News อุตุฯ เตือน มวลจีนแผ่ปกคลุม ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน กทม.-ภาคใต้ เจอฝนหนัก 60%
ม็อบรถบรรทุก บุก ก.พลังงาน อัด ครม. ลดภาษี E20-B20 ‘เกาไม่ถูกที่คัน’ ขู่ปักหลักยาว
Economic ม็อบรถบรรทุก บุก ก.พลังงาน อัด ครม. ลดภาษี E20-B20 ‘เกาไม่ถูกที่คัน’ ขู่ปักหลักยาว
ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
Automotive ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ข่าวหน้า 1 ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ข่าวหน้า 1 ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ข่าวหน้า 1 ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต.เล็งใช้ AI วิเคราะห์รายงานผู้สอบบัญชี ส่องหุ้นที่มีงบการเงินผิดปกติ

09 ธ.ค. 2563 | 14:02น.
เอไอ หุ่นยนต์ เทคโนโลยี
โดยนายธวัชชัย เกียรติกวานกุล
ผู้ช่วยเลขาธิการสายงานกำกับบัญชี
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

รู้หรือไม่… ในแต่ละปี เจ้าหน้าที่สายงานกำกับบัญชี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องใช้เวลาในการอ่านรายงานของผู้สอบบัญชีสำหรับงบการเงินงวดไตรมาสและงวดปีรวมกันมากกว่า 500 ชั่วโมง เพื่อเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการตรวจสอบความผิดปกติของงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กว่า 700 แห่ง

ก.ล.ต. จึงริเริ่มนำเทคโนโลยี RPA หรือ Robotic Process Automation มาช่วยอ่าน “รายงานของผู้สอบบัญชี” เพื่อระบุงบการเงินของบริษัทที่มีเงื่อนไขหรือมีข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชีแทนเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ตั้งแต่กลางปี 2562 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านกำกับบัญชี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของ ก.ล.ต. ที่มุ่งขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ดิจิทัล

RPA เป็นหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ง่าย ๆ ที่สามารถทำงานแทนเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ได้อย่างอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยเริ่มจากใช้ RPA ดาวน์โหลดงบการเงินของของบริษัทจดทะเบียนและเปิดอ่านหน้ารายงานของผู้สอบบัญชี เพื่อเก็บ “ความเห็นของผู้สอบบัญชี” และแจ้งเตือนเมื่อพบข้อมูลในรายงานของผู้สอบบัญชีที่แสดงให้เห็นว่า “งบการเงินอาจมีความผิดปกติ” ซึ่งทำให้สามารถระบุงบการเงินที่อาจผิดปกติได้อย่างตรงเป้าหมายและทันเวลา

กระบวนการทำงานทั้งหมดนี้ของ RPA ใช้เวลาเพียงปีละ 64 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเทียบกับชั่วโมงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้ถึง 500 ชั่วโมงแล้ว RPA ช่วยลดเวลาทำงานได้ถึง 87.5%

แม้ว่าในช่วงแรกจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. กับหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะการสอนหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ให้เรียนรู้ keyword ต่าง ๆ ในรายงานของผู้สอบบัญชี

เพื่อให้ทำหน้าที่ได้ตรงตามความต้องการและมีความแม่นยำ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่า เพราะ RPA ทำหน้าที่เป็น “ตะแกรง” ที่กรองในชั้นแรก ที่นอกจากจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประหยัดเวลาในการอ่านรายงานของผู้สอบบัญชีในเบื้องต้นแล้ว ยังสามารถนำเวลาที่ประหยัดได้ ไปทุ่มเทกับการวิเคราะห์ความผิดปกติของงบการเงินในเชิงลึกอย่างตรงเป้าหมาย

การนำเทคโนโลยี RPA จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไปพร้อมกัน และยังช่วยคนให้คนรุ่นใหม่สนใจงานด้านกำกับบัญชีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทคโนโลยี RPA จะตอบโจทย์การทำงานด้านกำกับบัญชีได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่เพราะการพัฒนาทางเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง ก.ล.ต. จึงมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยขณะนี้สายงานกำกับบัญชีอยู่ระหว่างการนำ AI หรือ Artificial Intelligence และ Big Data Analytic มาใช้ในการวิเคราะห์และตรวจจับงบการเงินที่มีรายการผิดปกติ และการทำรายการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหวังว่าจะได้เห็น “ผลสำเร็จ” ในไม่ช้านี้

*****************************************

ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์