ชีวิตที่ผูกกับโควิด-19
คอลัมน์สามัญสำนึก พัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์
ไม่ว่าใคร ๆ ก็กังวลกับการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโควิด
ล้อมวงพูดคุยซีอีโอท็อป ๆ หลากหลายวงการ ทุกคนยอมรับกลาย ๆ ไม่ว่ามองโลกแง่ดีสักเพียงไหน ผลกระทบจากโควิด-19 คงลากยาวไปอีกพักใหญ่ ๆ แม้ว่าวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19 เริ่มถูกนำมาใช้บ้างแล้ว แต่จะให้ทั่วถึงทุกคนจริง ๆ คงใช้เวลาอีกนาน
ในจำนวนธุรกิจที่กระทบเต็ม ๆ จากโควิด-19 หนีไม่พ้นท่องเที่ยว และบริการ
ที่ผ่านมาเราคุ้นเคยกับภาพนักท่องเที่ยวมหาศาลหลาย ๆ สิบล้าน หันไปทางไหนเห็นแต่นักท่องเที่ยว ต่างจากตอนนี้ เมืองท่องเที่ยวเงียบเหงา ที่ปิดกิจการไปก็ไม่น้อย มีแต่คนไทยเที่ยวกันเอง
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า ต้องรออีก 2 ปีกว่าที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ แต่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งครั้งนี้บาดเจ็บยิ่งกว่าคนอื่น ๆ อาจต้องใช้เวลานานถึง 4 ปี
อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ผู้นี้อธิบายว่า การท่องเที่ยวจะกลับมาเต็ม capacity เร็วกว่า 4 ปีได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งแน่นอนว่าความทั่วถึงของ “วัคซีน” คือตัวแปรสำคัญ
“จากที่เคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคนต่อปี คาดว่าปี 2564 ตัวเลขต่ำสุดน่าจะอยู่ที่ 8 ล้านคน”
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซีอีโอกลุ่มบริษัทดุสิตธานี ประเมินการฟื้นตัวท่องเที่ยวไทยน่าจะค่อยเป็นค่อยไป และชี้ว่า ผู้ประกอบการน่าจะปรับโฟกัสเป็นเฟส ๆ ไปตามสถานการณ์ น่าจะดีที่สุด
เฟสแรก โฟกัสที่คนไทย คิดและทำโปรดักต์ทุกอย่างเพื่อคนไทย เฟสต่อไป เริ่มเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มบิสซิเนสทริป รวมถึงกลุ่ม travel bubble ที่มีความตกลงร่วมกัน
เฟสสุดท้าย เปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งในความเห็นของซีอีโอดุสิตธานีแนะนำว่า ไทยควรใช้โอกาสนี้รีแบรนด์ประเทศให้เป็น workation ฝังตัวเพื่อทำงาน และท่องเที่ยวไปในเวลาเดียวกัน รวมถึงสร้างจุดขายในเรื่องสุขภาพ
“หลังโควิด แม้ต่างชาติจะกลับมา แต่คงไม่เหมือนเดิม เพราะส่วนใหญ่คุ้นชินกับการไม่ต้องเดินทาง แต่ก็สามารถทำธุรกิจได้”
อีกนัยหนึ่ง บิสซิเนสทริปซึ่งมีกำลังซื้อสูง จะเป็นตลาดหนึ่งที่ถูก “ดิสรัปต์”
พิสูจน์จากช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา การประชุมออนไลน์ช่วยให้ภาคธุรกิจขับเคลื่อนอย่างไร้รอยต่อ ประหยัดทั้งค่าเดินทาง ค่าโรงแรมที่พัก
ไม่ว่าธุรกิจไหน ๆ ก็ต้องเลือกแนวทางนี้
วาสนา รุ่งแสนทอง ลาทูรัส ซีอีโอผู้ก่อตั้งนารายา ซึ่งโดนผลกระทบอย่างจัง และกลับมาตั้งหลักได้ไม่นาน ยอมรับว่า ทุกคนอาจคิดว่าตอนนี้มีวัคซีนแล้ว ปีหน้านักท่องเที่ยวต้องกลับมาแน่ แต่การท่องเที่ยวจะไม่เหมือนเดิม
“เขาจะมาเที่ยว แต่จะไม่ช็อปปิ้งของฝากอีก เพราะสามารถสั่งซื้อออนไลน์จากที่บ้านได้ จากนี้ไปร้าน หรือสาขาของนารายาจะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ”
“สาขาไหนหมดสัญญาก็จะปิด สิ่งที่วางแผนไว้คือ การลดคอสต์ แต่สิ่งหนึ่งที่จะลงทุนมากขึ้นก็คือ มาร์เก็ตติ้งและอีคอมเมิร์ซ เพราะนี่คืออนาคตใหม่ของเรา”
ไม่เฉพาะประเทศไทย ชัดเจนอย่างยิ่งว่า โควิด-19 ได้ดิสรัปต์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกไปอย่างสิ้นเชิง
ที่สำคัญคือ ไม่มีใครรู้ว่าเราจะกำราบโควิดได้อยู่หมัดได้เมื่อไหร่กัน
หนักกว่านั้นคือ ถ้าคิดเอาดีในธุรกิจนี้ต่อไป ต้องปรับตัว
อยู่แบบเดิม ๆ ไม่ได้
เป็นการปรับตัวของ 2 ผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ในห้วงเวลาที่ทุกฝ่ายลุ้นตัวโก่ง กลัวกันว่าจากจุดเริ่มต้นที่แม่สาย-เชียงราย จะขยายวงสู่พื้นที่อื่น