เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
News พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
Business ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
Tech กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
World เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
News อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
Automotive BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
Automotive โตโยต้า ให้โควตา Corolla อเมริกาแค่ 2,500 คัน
ปลดล็อกตลาดหุ้นไทยดึง IPO ลดเงื่อนไข-เปิดช่องพิเศษ 10 อุตฯใหม่
Finance ปลดล็อกตลาดหุ้นไทยดึง IPO ลดเงื่อนไข-เปิดช่องพิเศษ 10 อุตฯใหม่
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดแนวรับสำคัญ หลังเฟดยืนยันจะเข้าซื้อพันธบัตร

18 ธ.ค. 2563 | 19:18น.
ธนาคารแห่ง

ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดแนวรับสำคัญ หลังเฟดยืนยันจะเข้าซื้อพันธบัตร จนเศรษฐกิจจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (14/12) ที่ระดับ 30.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธก่อนหน้า (9/12) ที่ระดับ 30.08/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังเคลื่อนไหวในกรอบ โดยแกว่งตัวในเชิงอ่อนค่าเล็กน้อย โดยนักลงทุนเลือกที่จะขายสกุลเงินปลอดภัยและเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความคืบหน้าของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยมีรายงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ระบุว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นามีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย และเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการอนุมติเป็นกรณีฉุกเฉิน

รายงานดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณว่า FDA จะให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อวัคซีนต้านโควิด-19 ของโมเดอร์นาในเร็ววัน

นอกจากนี้นักลงทุนยังขายดอลลาร์เนื่องจากว่ามีความหวังว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในไม่ช้า โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตได้เห็นพ้องที่จะแยกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์ออกเป็นร่างกฎหมาย 2 ฉบับเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส โดยฉบับแรกจะมีวงเงิน 7.48 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเยียวยาผู้ที่ตกงานและธุรกิจขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่อีกฉบับหนึ่งจะมีวงเงิน 1.60 แสนล้านดอลลาร์เพื่อให้ความช่วยเหลือมลรัฐต่าง ๆ

นอกจากนี้ในคืนวันพุธ (16/12) ดอลลาร์สหรัฐได้อ่อนค่าลงอีกหนึ่งระดับ โดยถือเป็นระดับอ่อนค่าสุดระดับใหม่ในรอบ 2 ปีครึ่งหลัง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% พร้อมระบุว่าเฟดจะยังคงใช้เครื่องมือทุกอย่างในการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพื่อให้มีการจ้างงานเต็มศักยภาพ และเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นเหนือระดับเป้าหมาย 2%

ทั้งนี้เฟดให้คำมั่นว่าจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงินรวม 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่มีการประกาศออกมาในช่วงสัปดาห์นี้ ยังแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะซบเซา โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย.ร่วงลง 1.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ส่วนทางด้านไอเอชเอส มาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือน ธ.ค.ของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 56.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือน ธ.ค.ร่วงลงสู่ระดับ 55.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

Advertisement

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้ ยังเคลื่อนไหวตามเงินสกุลหลักอื่น ๆ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบในกรอบระหว่าง 30.00-30.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเพิ่มเติม แม้ว่านักลงทุนจะเฝ้าจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่การแพร่ระบาดที่ภาคเหนือของไทยนั้นเริ่มแพร่กระจายสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

อย่างไรก็ตามจำนวนการติดเชื้อยังบ่งชี้ว่า ยังไม่ได้มีการแพร่ระบาดที่ลุกลาม หรือต้องเฝ้าระวังจนถึงจะมีการปิดประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในคืนวันพุธ (16/12) หลังการประกาศถึงแนวทางการอัดฉีดเงินของเฟด ในวันพฤหัสบดี (17/12) ค่าเงินบาทได้แข็งค่าหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 30.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐลงมาถือเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดนับแต่วันสิ้นปี 2562

ทั้งนี้นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด และการที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน Monitoring List ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ไม่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจที่มีการค้าการลงทุนกับสหรัฐ ซึ่งภาคธุรกิจไทยและสหรัฐ ยังคงดำเนินธุรกิจกันได้ตามปกติ

และการประเมินดังกล่าวไม่กระทบต่อการดำเนินนโยบายของ ธปท.เพื่อดูแลเสถียรภาพทเศรษฐกิจการเงินภายในประเทศ รวมถึงการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ของธนาคารกลางและความจำเป็นของสถานการณ์ ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.76-30.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (18/12) ที่ระดับ 29.77/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (14/12) ที่ระดับ 1.2119/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธก่อนหน้า (9/12) ที่ระดับ 1.2126/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในช่วงสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรยังมีแนวโน้มแข็งค่าตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ค่าเงินยูโรยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์การเจรจาการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่ล่าสุด นายมิเชล บาร์นิเยร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่าย EU ว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (ฺฺฺBrexit) เปิดเผยว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษ และสหภาพยุโรป ยังคงมีความเป็นไปได้

พร้อมระบุว่า การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินไปในขณะนี้ เพื่อประสานความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นการประมง และกฎระเบียบที่จะนำมาใช้ต่อบริษัทต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้นักลงทุนยังมีหวังว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในยุโรปจะสิ้นสุดลงหลังเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า EU อาจอนุมัติวัคซีน โควิดของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ หลังจากสหรัฐและอังกฤษเริ่มฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับประชาชนแล้ว

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของประเทศในกลุ่มทั้งภาคผลิตและภาคบริการปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.2112-1.2273 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (18/12) ที่ระดับ 1.2256/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (14/12) ที่ระดับ 104.03/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/12) ที่ระดับ 104.06/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยปรับตัวแข็งค่าสุดหลังการประกาศของเฟดในคืนวันพุธ (16/12) ต่อเนื่องมายังวันพฤหัสบดี (17/12) ที่ระดับ 102.90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในวันศุกร์ (18/12)

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษในการประชุม ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดย BOJ ยืนยันจะใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาภาวะชะงักงานด้านการระดมทุน ซึ่งรวมถึงการจัดหาเงินกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ในอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อให้ธนาคารเหล่านี้สามารถปล่อยกู้ให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ

รวมถึงยังได้ขยายโครงการเพื่อสนับสนุนการระดมเงินทุนให้กับภาคเอกชนออกไปอีก 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. ปีหน้า เนื่องจากโรคโควิด-19 ที่กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งนั้น ทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอน ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 102.90-104.15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (18/12) ที่ระดับ 103.44/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท