เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
ดูทั้งหมด

‘เทคสตาร์ตอัพ’ กับการปราบปราม ชาวอุยกูร์

29 ธ.ค. 2563 | 08:58น.
AI-CHINA-SECURITY
คอลัมน์ Tech Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

รายงานของ The New York Times กลาง ธ.ค.ที่ผ่านมาระบุว่า เว็บไซต์ cloud computing ของอาลีบาบา อธิบายวิธีใช้ซอฟต์แวร์ของบริษัทในการตรวจจับใบหน้าชนกลุ่มน้อย ทั้งจากภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวบนอินเทอร์เน็ต โดยฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์ที่อาลีบาบาพัฒนาขึ้นเพื่อให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของเว็บแพลตฟอร์มต่าง ๆ มีส่วนช่วยรัฐ “สอดส่อง” ดิจิทัลคอนเทนต์ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ

การเปิดโปงครั้งนี้อาจทำให้ “อาลีบาบา” โดนประณามจากนานาชาติ เรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะจากอเมริกาที่แสดงจุดยืนต่อต้านการปราบปรามชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมของจีนมาโดยตลอด

The New York Times รายงานว่า สอบถามไปยังอาลีบาบาได้คำตอบเพียงว่า เป็นแค่การทดสอบภายใน และไม่มีการอธิบายเพิ่มเติม เมื่อถามต่อว่าทำไมนำข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้ขึ้นเว็บไซต์ และทำไมต้องพัฒนาฟีเจอร์ดักจับใบหน้าชนกลุ่มน้อย ไม่นานข้อมูลดังกล่าวก็อันตรธานหายไปจากหน้าเว็บอาลีบาบา

สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเป็นข่าว เว็บไซต์ อาลีบาบา ระบุว่า เครื่องมือและซอฟต์แวร์ตรวจจับใบหน้าชาวอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของ “content security” โดยระบบจะแจ้งเตือนทันทีที่พบใบหน้าชาวอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ในคอนเทนต์ที่มีการอัพโหลดขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ

ทั้งบอกด้วยว่าในยามที่รัฐบาลมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดมากขึ้น บรรดาเจ้าของแพลตฟอร์มและเว็บไซต์มี “หน้าที่” ในการตรวจสอบคอนเทนต์อย่างจริงจังและเร่งด่วน

ที่น่าสังเกตคือ เอกสารเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันแต่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกลับไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อย ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าฟีเจอร์พิเศษนี้มีไว้ใช้เฉพาะในประเทศเท่านั้น

นอกจาก อาลีบาบาแล้ว The Washington Post รายงานว่า หัวเว่ย ก็มีการทดสอบซอฟต์แวร์ที่ส่งสัญญาณ เตือนเจ้าหน้าที่แบบอัตโนมัติทันทีที่กล้องตรวจจับใบหน้าชาวอุยกูร์ได้โดยพบข้อมูลในหน้าเว็บของหัวเว่ยเอง

จากรายงานชิ้นนี้ทำให้ “อ็องตวน กรีซมาน” นักฟุตบอลชื่อดังชาวฝรั่งเศสตัดสัมพันธ์กับหัวเว่ย ในฐานะ brand ambassador แต่เมื่อสอบถามไปยังหัวเว่ยได้คำตอบเพียงว่า เป็นแค่ “การทดสอบ”

Advertisement

Kingsoft Cloud บริษัทที่ให้บริการ cloud computing เป็นอีกรายที่มีการระบุในเว็บไซต์ถึงเทคโนโลยีที่สามารถจำแนกภาพชาวอุยกูร์เช่นกัน แต่บริษัทบอกว่าไม่เคยขายซอฟต์แวร์ให้ลูกค้า และยืนยันว่าไม่สามารถจำแนกใบหน้าชาวอุยกูร์ได้ ทั้งย้ำว่าการแยกแยะผู้คนตามเชื้อชาติเป็นสิ่งที่ “ไม่เหมาะสม” และขัดนโยบาย และคุณค่าที่บริษัทยึดถือ สินค้าของบริษัทจึงจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด หลังจากนั้นข้อมูลเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยบนเว็บไซต์ก็มลายหายไปในพริบตา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมีการจับกุมชาวอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอื่น ๆ อย่างเข้มข้น โดยมีรายงานว่า ชนกลุ่มน้อยหลายแสนคนโดนส่งเข้าค่ายเพื่อไป “ปรับทัศนคติ” ในซินเจียง โดยรัฐบาลจีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ต่อต้านการก่อการร้าย”

อาวุธสำคัญที่จีนนำมาใช้ ได้แก่ เทคโนโลยีที่ช่วยมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหว เช่น ระบบจดจำใบหน้า กล้องเฝ้าระวังไปจนถึงการตรวจสอบพันธุกรรม

การปราบปรามชนกลุ่มน้อยของจีนส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งปกติระแวงบริษัทเทคโนโลยีจากจีนอยู่แล้ว เพิ่มเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าไปอีกข้อในการสั่งแบนบริษัทจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในอเมริกา

ปลายปีที่แล้ว มีเทคสตาร์ตอัพจีน 28 ราย โดนแบล็กลิสต์โทษฐานที่เชื่อได้ว่ามีเอี่ยวกับการปราบปรามชาวอุยกูร์ในซินเจียง แต่ทางการจีนไม่ยี่หระ แถมตอกหน้ากลับด้วยว่าในอเมริกาก็มีความขัดแย้งทางเชื้อชาติมพร้อมทั้งเดินหน้าสนับสนุนบริษัทน้อยใหญ่ในจีนให้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเด็ด ๆ มาช่วยควบคุมประชากรในประเทศของตนต่อไป

ปฏิบัติการซินเจียงยังได้รับการยกให้เป็นแม่แบบของ “ความสำเร็จ” ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย

The Guardian อ้างการศึกษาหัวข้อ “The Rise of Surveillance Capitalism” ของ Shoshana Zuboff นักศึกษาฮาร์วาร์ดว่า การปราบปรามชาวอุยกูร์ของรัฐบาลจีนทำให้เทคสตาร์ตอัพของจีนเติบโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพียงแค่ 2 ปี รัฐบาลอัดฉีดเงินลงทุนให้สตาร์ตอัพหลายรายพัฒนา และติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในซินเจียงไปแล้วกว่า 7.2 พันล้านเหรียญ

เชื่อกันว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างให้ประเทศเผด็จการอื่น ๆ เจริญรอยตาม เช่น ปี 2018 รัฐบาลซิมบับเวทำสัญญาสั่งซื้ออุปกรณ์และซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าจาก CloudWork สตาร์ตอัพที่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีน มาแล้วกว่า 300 ล้านเหรียญ เพื่อรับมือภัยคุกคามต่อ “ความมั่นคง” ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบจดจำใบหน้า และระบบระบุอัตลักษณ์แบบ biometric ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของประชาชนในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะที่สนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีรถเมล์ อยู่ใน “สายตา” ของรัฐตลอดเวลา

หากใช้ศัพท์ในวงการสตาร์ตอัพ ต้องบอกว่า “ซินเจียง” บ้านเกิดชาวอุยกูร์เป็น “incubator” ของสตาร์ตอัพสายพันธุ์ใหม่ไปแล้ว เมื่อประสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่จากบิ๊กเทคอย่างอาลีบาบา หรือหัวเว่ย ก็ยิ่งติดปีกให้ภาครัฐกำราบชนกลุ่มน้อยได้เร็วและครอบคลุมขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ