อุตฯยานยนต์ “นิวนอร์มอล” วิกฤตในวิกฤตหรือโอกาสในวิกฤต
ปี 2563 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่หนักหนาสาหัสไม่ใช่เฉพาะแต่ “แวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”
แต่หากจะพูดว่า เป็นปีที่สาหัสสากรรจ์ สำหรับมวลมนุษยชาติ ก็ไม่ได้ดูเกินจริง เพราะต้องเผชิญกับโคโรน่าไวรัสอย่างไม่ทันตั้งรับ
ย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ ตั้งแต่ต้นปี 2563 ว่า แวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดอะไรขึ้นกันบ้าง
ประเดิมต้นปีด้วยความหวัง หลังจากครึ่งหลังของปี 2562 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตกอยู่ในภาวะ “ประคองตัว”
เพราะจากสภาพเศรษฐกิจ และบรรยากาศโดยรวมยังไม่เอื้ออำนวยต่อมู้ดจับจ่ายที่อ่อนตัว ปัญหาสงครามการค้าระหว่าง 2 มหาอำนาจค่าเงินบาทแข็งค่า และความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ไฟแนนซ์ในการปล่อยสินเชื่อ
ปัจจัยลบเหล่านี้ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเดินไปได้ก็จริง แต่ไม่เต็มกำลังเท่าที่ควร
สภาอุตสาหกรรมฯประเมินว่า ประเทศไทยจะมีกำลังผลิตราว ๆ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศ และตลาดส่งออกอย่างละครึ่ง
สำทับด้วย “มิจิโนบุ ซึงาตะ” นายใหญ่โตโยต้า ประเทศไทย ที่ประเมินยอดขายรถยนต์ทั้งปีแค่ 940,000 คัน ลดลง 6% จากปี 2562 ที่ทำได้ 1,007,552 คัน แม้ว่าช่วงเวลานั้นทุกคนยังมองภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สดใส ค่ายรถยนต์แต่ละค่ายได้เตรียมโปรดักต์ใหม่ทยอยออกมาสู่ตลาด
ช็อกจีเอ็มโบกมือลาไทยแลนด์
เข้าสู่เดือนที่ 2 ของปีได้เพียง 17 วัน ค่ายรถยนต์จากแดนมะกัน 1 ใน 3 บิ๊กทรี อย่าง “จีเอ็ม” ร่อนจดหมายประกาศยุติบทบาทการทำตลาดและการผลิตรถยนต์แบรนด์ “เชฟโรเลต” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังจากมีกระแสลือหนาหูในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
โดย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส จะยุติการทำตลาดและการจัดจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทย ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของจีเอ็มทั่วโลก
เรียกว่า “ช็อก” วงการรถยนต์เมืองไทยไปตาม ๆ กัน ทั้งลูกค้า-ผู้แทนจำหน่าย-พนักงาน เพราะย้อนหลังไปก่อนหน้าที่เชฟโรเลต เพิ่งเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง “แคปติวา” ออกสู่ตลาดเมืองไทยไปไม่นาน
ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านกันพอสมควร และยังเกิดปรากฏการณ์ “โชว์รูมแตก” เมื่อเชฟโรเลตประกาศเทสต๊อก ลดราคารถยนต์รุ่นใหม่อย่างแคปติวาลงไปกว่า 50% และยังลดราคาปิกอัพโคโลราโด และเทรลเบลเซอร์ เคลียร์สต๊อก หมดหน้าตัก
แต่งานนี้ เชฟโรเลตประกาศพร้อมดูแลบริการหลังการขายให้ลูกค้าต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจและให้ลูกค้าคลายกังวล ด้วยบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน จากตัวแทนจำหน่ายที่ยังคงสมัครใจที่จะรับดูแลลูกค้า โดยยังมีคลังอะไหล่และศูนย์กระจายอะไหล่ของเชฟโรเลตที่ จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นตามมาตรฐานระดับโลกของจีเอ็มประกอบด้วยอะไหล่แท้ของเชฟโรเลต และเอซีเดลโก้ (ACDelco) ไว้รองรับ
เกรท วอลล์ ใช้ไทยฐานผลิต
ท่ามกลางฝุ่นที่ยังไม่จางจากค่ายรถยนต์อเมริกัน ข่าวดีของประเทศไทย และอุตสาหกรรมยานยนต์ชัดเจนขึ้น เมื่อค่ายรถยนต์จากแดนมังกร อย่างเกรทวอลล์ ผู้นำด้านยานยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
ประกาศยกทัพเข้าเทกโอเวอร์ และซื้อโรงงานผลิตรถยนต์เชฟโรเลต ที่ จ.ระยอง ทันที
พร้อมประกาศความชัดเจน ต้องการใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์เอสยูวี ปิกอัพ รวมทั้งรถอีวี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน โดยได้พัฒนาปรับปรุงโรงงานของจีเอ็ม ระยอง เพื่อให้อัพเกรดระบบของโรงงานแห่งนี้ด้วยเครื่องจักรและนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อพัฒนาสู่การเป็น “smart factory” หรือ “โรงงานอัจฉริยะ” ตามระดับมาตรฐานสากล
ตามที่ “จาง เจียหมิง” ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย ได้กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรากฐานที่แข็งแกร่งและมีความพร้อมในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ เล็งเห็นถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่ผลิตรถยนต์เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก ไทยยังเปี่ยมไปด้วยแรงงานด้านยานยนต์มากฝีมือ มีโรงงานประกอบรถยนต์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก”
โควิดชัตดาวน์อุตฯยานยนต์
เข้าสู่เดือนมีนาคม การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าจากมณฑลอู่ฮั่น ประเทศจีน เริ่มส่งผลกระทบต่ออุตฯรถยนต์บ้านเรา โรงงานผลิตชิ้นส่วน (ซัพพลายเออร์) ในจีนต้องปิดโรงงานและหยุดผลิต ทำให้โรงงานผลิตรถยนต์ทั่วโลก รวมทั้งในไทย ต้องวางแผนรับมือ แถมการแพร่ระบาดในบ้านเราก็หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่การล็อกดาวน์ประเทศในที่สุด งานมอเตอร์โชว์เส้นเลือดใหญ่ของการขายรถยนต์ ประกาศเลื่อนการจัดงานออกไป หลายหน่วยงานต่าง ๆ ให้พนักงานเริ่มทำงานที่บ้าน ขณะเดียวกัน ค่ายรถยนต์ก็เริ่ม “ชัตดาวน์ หยุดการผลิต” หลังประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดอย่างต่อเนื่องในโรงงานผลิตรถยนต์ หลายบริษัทของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเริ่มปลดพนักงาน มีแพ็กเกจใหม่ ๆ คลอดออกมาเพื่อลดจำนวนพนักงาน ดีลเลอร์รถยนต์เองต่างก็ต้องปรับแผนงาน หันไปทำตลาดออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และปรับมาให้บริการลูกค้าทุกรูปแบบ แต่ยอดขายรถใหม่ก็ลดฮวบมากกว่า 70% เราได้เห็นภาพการทำแคมเปญต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ การพ่นยาฆ่าเชื้อ, โมบายเซอร์วิส ถึงบ้าน
มอเตอร์โชว์-นิวนอร์ม
เข้าสู่เดือนกรกฎาคม สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และด้วยความแข็งแกร่งของประเทศไทย อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทำให้เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทุกคนพร้อมเดินหน้า แม้ว่าตัวเลขยอดขายใน 6 เดือนแรก ทุกยี่ห้อทำได้ 328,604 คัน ลดลง 37.3% ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่าทั้งปียอดขายรถยนต์น่าจะอยู่ไม่เกิน 660,000 คัน หลังจากเจอวิกฤตโควิดแบบเฉียบพลัน แต่ใครจะคาดว่าเมื่อรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ ทุกคนต่างเดินหน้าทำตลาดกันชนิดไม่ปล่อยให้มีจังหวะเว้นว่างแถมยังมีการชงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังวิกฤตโควิดแนวคิด “รถเก่าแลกรถใหม่” ถูกหยิบยกขึ้นมาให้เป็นกระแส แถมอีเวนต์ใหญ่อย่างงานมอเตอร์โชว์ ภายใต้รูปแบบ “นิวนอร์มอล” ก็สามารถช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ดีเกินคาด
ค่ายรถไม่หยุดส่งรุ่นใหม่
ค่ายรถยนต์ต่างทยอยส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด หลังจากต้องเลื่อนการเปิดตัวในช่วงโควิด มีเพียง มาสด้า ซีเอ็กซ์-30 ที่ตัดสินใจเลือกเปิดตัวในรูปแบบออนไลน์ไปในช่วงเดือนมีนาคม หลังจากนั้นแนวคิดการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถูกเลื่อนออกมา ทั้งนิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์, เอ็มจี เอสเอส, ซูซูกิ เอ็กซ์แอล7, โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่, โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์, โตโยต้า โคโรลล่า ครอส และอีกหลายรุ่นจากหลายค่าย
ลุ้นโค้งท้ายปิดขาย 7.6 แสนคัน
ต้นเดือนธันวาคม ค่ายรถยนต์ได้ลืมตาอ้าปากอีกครั้งกับอีเวนต์ใหญ่ปลายปี งานมอเตอร์เอ็กซ์โปสามารถเรียกคืนยอดขายกันเป็นกอบเป็นกำ
แม้จะยังเหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะจบปี แต่บรรดาค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ยังไม่หยุดที่จะเดินหน้าสร้างยอดขาย ท่ามกลางกระแสการระบาดของโควิดระลอกใหม่
ยังต้องลุ้นกันอีกเฮือก…ว่าท้ายที่สุด ยอดขายรถยนต์ในปีนี้จะจบตามที่หลายคนคาดหวังกับ 750,000-760,000 คันหรือไม่
ส่วนปีหน้าฟ้าใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะผงกหัว ฟื้นตัวได้แบบสดใสในปีฉลูหรือไม่ ไม่อยากให้กะพริบตา

