เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

ส่องกฎเหล็กแก้รถติด “สิงคโปร์” มีตังค์ซื้อก็ขับไม่ได้

25 ต.ค. 2560 | 01:37น.

การจัดอันดับประเทศที่มีจราจรคับคั่งในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเย็นมากที่สุดในปี 2017 ของบริษัทผลิตอุปกรณ์จีพีเอสติดรถยนต์ยี่ห้อ TomTom สัญชาติฮอลแลนด์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร ของไทยถูกจัดอยู่อันดับที่ 1 อันดับสองเป็น กรุงแม็กซิโก ซิตี้ ของแม็กซิโก ตามมาด้วย กรุงบูคาเรส ของโรมาเนีย เป็นอันดับ 3 จาการ์ตาร์ของ อินโดนีเซีย อันดับ 4 และมอสโค ของรัสเซีย อันดับ 5

แต่จากการจัดอันดับรถติดเวลาเร่งด่วนล่าสุดของ TomTom เจ้าเดิม ปรากฏว่าสถานการณ์รถติดของไทยอยู่อันดับดีขึ้นมา 1 อันดับ โดยหล่นลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 ตามหลังกรุงกรุงแม็กซิโก ซิตี้ ขณะที่กรุงจาการ์ตาร์ของ อินโดนีเซีย อันดับ 3 เมืองฉงชิ่งของจีน ตามมาเป็นอันดับ 4 และอันดับ 5 คือกรุง กรุงบูคาเรส ของโรมาเนีย

โฟกัสเฉพาะกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของไทย ปัญหารถติดในชั่วโมงเร่งด่วนยังเป็น “ปัญหากรุงแตก” แม้ว่าทุกครั้งที่กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับเบอร์ต้นๆ ของโลก แต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนแบกรับความดีความชอบ หรือพึงพอใจกับสถิติ ทว่า.. ยิ่งแก้ไขเหมือนลิงแก้แห ยิ่งแก้กลับยิ่งติด

หากลองชะโงกดูประเทศในอาเซียนอย่าง “สิงคโปร์” ซึ่งการจัดอันดับของ TOMTOM นั้นอยู่อันดับที่ 55 แต่เมื่อการจราจรเริ่มหนาแน่น ประเทศที่มีกฎหมายเป็นกฎเหล็กที่เข้มงวด อย่างสิงคโปร์ จึงเตรียมออกกฎหมายใหม่ขึ้นมา 1 ฉบับ ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น โดยให้ประชาชนเป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวได้ยากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์ ประเทศแห่งเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเป็นทางการว่า จะไม่อนุญาตให้มีการเพิ่มจำนวนรถที่วิ่งบนท้องถนน โดยจะระงับการออกใบอนุญาตการเป็นเจ้าของรถยนต์ เนื่องจากปัญหาจราจรติดขัด

ปัจจุบัน สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ประชาชนจะสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ยากอยู่แล้ว ผู้ขับขี่จะต้องซื้อใบอนุญาตพิเศษจากรัฐบาล ราคาราว 5 หมื่นเหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 37,000 เหรียญสหรัฐ หากคิดเป็นเงินไทยก็จะอยู่ราวๆ 1,190,000.00 เพื่อแลกกับการเอารถมาวิ่งบนท้องถนนได้ โดยใบอนุญาตมีอายุ 10 ปี

บวกกับราคารถที่แพงระยับ นึกภาพง่ายๆ ว่ารถยนต์โตโยต้า อัลติส 1 คัน ในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นจะอยู่ราวๆ 8 แสนบาทเศษ แต่ถ้าซื้อขายกันในประเทศสิงคโปร์ ราคาจะอัพขึ้นหลายเท่า ตัวเลขกลมๆ อยู่ที่ 2.5 ล้านบาท หรืออย่าง ฮอนด้า ซิตี้ ที่เมืองไทยราคาประมาณ 5 – 6 แสนบาท  2 – 2.5 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าใบอนุญาตใบละเกือบ 1.2 ล้านบาท

ทั้งที่ราคารวมกันแพงหูฉี่แต่รถก็ยังแน่นขนัดในเมืองเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ ทั้งที่รัฐบาลอนุญาตให้มีรถออกมาวิ่งบนท้องถนนได้ราว 0.25% ต่อปีเท่านั้น ดังนั้น ในกุมภาพันธ์ปีหน้า รัฐบาลจะระงับการออกใบอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล หมายความว่า หากใครต้องการใบอนุญาตใบใหม่ ต้องรอเจ้าของใบอนุญาตเดิมยกเลิกเสียก่อน

เจ้าพนักงานด้านการขนส่งทางบกของสิงคโปร์ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่จราจรในประเทศเริ่มแออัดมากขึ้น และมีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับรถทุกคัน รัฐบาลต้องการให้ประชาชนโดยสารรถสาธารณะ และเตรียมจะใช้เงินกว่า 21 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในการสร้างและพัฒนารางรถไฟ เครือข่ายรถบัส ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ กฎใหม่นี้จะไม่กระทบต่อรถบรรทุกและรถบัส โดยจะยังให้เพิ่มจำนวนได้ 0.25% ต่อปี อย่างไรก็ตามการระงับการออกใบอนุญาตรถยนต์ส่วนตัวดังกล่าวไม่ได้เป็นกฎหมายถาวร รัฐบาลระบุว่าจะมีการพิจารณาระเบียบใหม่อีกครั้งในปี 2020 ปัจจุบันสิงคโปร์มีรถยนต์ส่วนตัว 6 แสนคัน และมีประชากร 5.6 ล้านคน

ไทยซึ่งมีการจราจรติดขัดขนาดนี้… แต่เชื่อได้ว่าไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำเหมือนสิงคโปร์เป็นแน่แท้