เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
Automotive กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
“ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
Politics “ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
ดูทั้งหมด

“สุชาติ ชมกลิ่น” เปิดเหตุผลตรวจโควิดเชิงรุกแรงงานต่างด้าวทั้งหมด

22 ม.ค. 2564 | 08:24น.
สุชาติ ชมกลิ่น

โควิด-19 ระลอกใหม่ ระบาดหนักหลายจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมอนิเตอร์เกือบตลอด 24 ชั่วโมงก็ว่าได้ จังหวัดสมุทรสาครถูกสั่ง “lockdown” หลังแรงงานต่างด้าวติดเชื้อการแพร่ระบาดเหมือนติดเทอร์โบ กระทรวงสาธารณสุขลุยลงพื้นที่เพื่อตรวจคัดกรองแรงงานทั้งหมด

แต่เมื่อดูจากสถานการณ์แล้วจะเห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว และได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราว เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าจำนวนคนตกงานจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่กระทรวงแรงงานไม่ต้องการให้ปัญหาถาโถมทั้งนายจ้าง-ลูกจ้าง “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อประคองภาคธุรกิจและแก้ปัญหาคนตกงานให้ทันต่อความเดือดร้อน

กระทรวงแรงงานยึดแนวเพื่อแก้ปัญหาก็คือ “ยืดเวลาปิดกิจการ” ในสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อคงการจ้างงานเอาไว้ให้ได้มากที่สุด “สุชาติ” ระบุว่า นโยบายของ ก.แรงงาน ชัดเจนมาตั้งแต่การระบาดในครั้งแรกแล้ว ดังนั้น การกลับมาระบาดระลอกใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และกระจายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ จากจำนวนผู้ติดเชื้อเพียงไม่กี่ราย

จนปัจจุบันมีตัวเลขการติดเชื้อที่ยังวิ่งไม่หยุด ในการหารือร่วมกันกับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (บอร์ดแพทย์) โดยนำเสนอให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 “เชิงรุก” โดยคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) อนุมัติงบฯ 200 ล้านบาทตรวจแรงงานในพื้นที่สมุทรสาครถึงหน้าโรงงาน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อคัดกรองผู้ที่ไม่ติดเชื้อให้กลับมาทำงาน ขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด

การเร่งรัดให้มีการตรวจเชิงรุกนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอธิบายว่า

1) จังหวัดสมุทรสาครถือเป็นหัวใจการ “ส่งออก” ของประเทศ เป็นภาคการผลิตสินค้าแปรรูปมากมาย หากปัญหาบานปลาย เศรษฐกิจของไทยจะย่ำแย่ลงอีกเมื่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทยที่ช่วยเคลียร์ข้อจำกัดในพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขที่ลุยรุกตรวจถึงในโรงงานได้ราว 1,000-2,000 คนต่อวัน เมื่อพบผู้ติดเชื้อได้เร็วก็คัดแยกและรักษาได้รวดเร็วมากขึ้นเช่นกัน

2) แรงงานเถื่อนที่มีจำนวนมาก ประกอบกับนายจ้างกลัวความผิด นายจ้างให้ความร่วมมือน้อยมาก และ ก.แรงงานไม่สามารถปล่อยให้แรงงานติดโควิด-19 แบบขยายวงมากขึ้น จึงต้องใช้การตรวจเชิงรุก พร้อมทั้งประกาศให้แรงงานเถื่อนมาขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว โดยให้ถือว่ายังไม่มีความผิด และในวันที่ 15 ม.ค. 64 ที่ผ่านมาได้เปิดให้นายจ้างที่มีแรงงานเถื่อนขึ้นทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้อีกด้วย

และ 3) การระบาดครั้งแรกช่วงต้นปี’63 นั้น เน้นแก้ปัญหาด้วยการใช้งบประมาณเยียวยา เช่น ลดภาระด้านเงินสมทบจากทั้งนายจ้างและลูกจ้างในระบบประกันสังคม ทำให้มีการใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมเป็นจำนวนมากเฉพาะค่าใช้จ่ายรักษาฟรี สำหรับผู้ประกันตนในภาวะปกติไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

“สุชาติ” ได้ลองคำนวณคร่าว ๆ ร่วมกับทีมงานของ ก.แรงงานพบว่า หากใช้การตรวจเชิงรุกจะสกัดการติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง หากแรงงานต่างด้าว 1 คนติดเชื้อโควิด-19 ต้องใช้เงินในการรักษากว่า 10,000 บาทต่อราย เริ่มต้นที่จำนวนแรงงานต่างด้าว 100,000 คนก่อน ต้องจ่ายออกเท่าไหร่

เมื่อรวมแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อื่นทั่วประเทศยังไม่นับรวมการจ่าย “ค่าหยุดงาน” รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการกักตัวอย่างน้อยอีก 14 วัน ล้วนเป็นต้นทุนที่เจ้าของสถานประกอบการต้องเป็นผู้รับภาระ ในรายที่ขาดสภาพคล่องก็เสี่ยงปิดกิจการ มาถึงจุดนี้ต่อให้กองทุนประกันสังคมมีเงินมากกว่าในปัจจุบันที่ 150,000 ล้านบาท ต่อให้มีกี่กองทุนเงินก็หมดขาดสภาพคล่อง รวมถึงกระทบต่อการดูแลผู้ประกันตนในมาตราอื่น ๆ ตามมาอีก

เมื่อมาดูสถิติของจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการอนุญาตให้ทำงานในประเทศตามการรายงานล่าสุด (พ.ย. 64) จากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ก.แรงงานพบว่า มีแรงงานต่างด้าวจำนวน 2.5 ล้านคน โดยในจำนวนดังกล่าวมีแรงงานต่างด้าวตามข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ (MOU) อยู่ที่ 815,848 ราย สำหรับประเภทกิจการที่ได้รับอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำงานมากที่สุดใน 3 อันดับแรก คือ กิจการการก่อสร้างที่ 168,325 คน รองลงมากิจการต่อเนื่องภาคการเกษตร 129,113 8 คน และในกิจการการให้บริการต่าง ๆ 75,686 คน

“เมื่อฝีแตกไปแล้ว เราก็ต้องเร่งรักษา เรามานั่งพิจารณาเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ และเพิ่มความเร็วในการทำแต่ละเรื่อง รวมถึงเป็นการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการร่วมกันทั้งกระทรวงแรงงานมหาดไทย และสาธารณสุข ข้อบทกฎหมายอะไรก็ตามที่ทำให้ติดขัดในการแก้ปัญหา ก็มีการผ่อนปรนอย่างรวดเร็ว หากตัดสินใจช้าความเสียหายต่าง ๆ จะมาอีกเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดกิจการและคนตกงานเพิ่มขึ้นอีก”

“สุชาติ” ระบุเพิ่มเติมอีกว่า จนถึงขณะนี้พื้นที่ จ.สมุทรสาครยังคงเร่งมือในการ “ตรวจเชิงรุก” และได้กลายเป็น “สมุทรสาครโมเดล” ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาหากเกิดการระบาดของโควิด-19 อย่างหนักไม่ว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ใดก็ตาม ในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิด-19 ได้อีกด้วย

อย่างกรณีที่พบการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ภาคตะวันออกนั้นก็นำไปเป็นโมเดลเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่เนื่องจากความแข็งแกร่งเชิงธุรกิจและระบบการบริหารของหน่วยงานรัฐ ทำให้พื้นที่ภาคตะวันออกสามารถควบคุมการระบาดได้ค่อนข้างดี

อย่างไรก็ตาม ก.แรงงานยังเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง เพราะ “รู้เร็วดีกว่ารู้ช้า” รวมถึงการสั่งการให้สำนักงานแรงงานจังหวัดทั่วประเทศยังคงต้องเกาะติดสถานการณ์ โดยเฉพาะการ “ประกบ” สถานประกอบการที่เสี่ยงปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่เข้าไปให้คำปรึกษา รวมถึงความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่สามารถดำเนินการได้ เช่น โครงการส่งเสริมผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ด้วยการอุดหนุนค่าจ้างให้ประมาณ 50% ของอัตราค่าจ้างในแต่เดือนเพื่อช่วยเหลืออีกด้วย รวมถึงมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ เช่น การลดเงินสมทบเข้าประกันสังคมจากทั้งนายจ้างจากเดิม 5% เหลือเพียง 3% ไปจนถึงเดือน มี.ค. 64

ส่วนกรณีที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชยที่ 70% ของค่าจ้างปีละไม่เกิน 200 วัน (จากเดิมที่ชดเชย 50% ไม่เกิน 180 วัน) ส่วนกรณีที่ “ลาออก” ได้รับชดเชย 45% ของค่าจ้างปีละไม่เกิน 90 วัน (จากเดิมที่ 30% ไม่เกิน 90 วัน)

ส่วนกรณีที่ว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ชดเชยที่ 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน สำหรับสถานประกอบการที่หยุดกิจการบางส่วนหรือหยุดทั้งหมดชั่วคราว ตามมาตรา 75 นายจ้างต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 75% ของค่าจ้าง ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 โครงการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด-19 เช่น โครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและเอกชน โครงการสินเชื่่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โครงการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนที่เข้าเกณฑ์สงสัยว่าจะป่วยโควิด-19 และการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ใช้งบประมาณน้อยลงแต่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน