เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
ดูทั้งหมด

โรงพยาบาลเอกชนชิงดำวัคซีนโควิด ดิ้นขอเอี่ยวเค้กหมื่นล้าน

28 ม.ค. 2564 | 07:44น.
วัคซีนโควิด

โรงพยาบาลเอกชนฝุ่นตลบแย่งเค้กวัคซีนโควิด-19 หมื่นล้าน หลังนายกฯปลดล็อกเปิดให้เอกชนนำเข้าได้ภายใต้เงื่อนไขต้องขออนุญาต อย. สมาคม รพ.เอกชน เร่งเซอร์เวย์ความต้องการสมาชิก 380 โรง โอดขั้นตอน-เอกสารหลายพันหน้า หวั่นไม่ทันการ-ตลาดวาย อ้อนขอพ่วงต่อจากรัฐบาลที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ค่ายใหญ่เดินสายเจรจาผู้ผลิตยักษ์ “ไฟเซอร์-โมเดอร์นา-ซิโนฟาร์ม-สปุตนิก” รับดีมานด์ตลาด จับตาวัคซีนดันหุ้นโรงพยาบาล มีรายได้ทดแทนผู้ป่วยต่างชาติวูบ

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศนโยบายให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ได้ โดยผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนวัคซีนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมเน้นย้ำวัคซีนนำเข้าต้องปลอดภัย มีคุณภาพมาตรฐาน และมีประสิทธิผล เนื่องจากวัคซีนที่ อย.รับขึ้นทะเบียนเป็นวัคซีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินที่ต้องมีระบบกำกับติดตาม เฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนเริ่มมีการเคลื่อนไหวในการจัดหา เพื่อนำมารองรับความต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19

สมาคม รพ.เร่งสำรวจดีมานด์

นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (บีซีเอช) ในฐานะนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ให้ความเห็นกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นโยบายดังกล่าวถือเป็นการปลดล็อกและเปิดให้เอกชนนำวัคซีนโควิด-19 เข้ามาได้ โดยผ่านการพิจารณาและอนุญาตของ อย. เมื่อ อย.อนุญาต เอกชนก็จะทำตลาดได้ ดังนั้น หากเอกชนรายใดจะนำวัคซีนของบริษัทผู้ผลิตรายไหนมาขึ้นทะเบียนก็ต้องไปดำเนินการเอกสารจากประเทศต้นทาง และนำมายื่นขออนุญาตจาก อย. หากถามว่าจะใช้เวลามากน้อยแค่ไหน โดยหลักขึ้นอยู่กับขั้นตอนของ อย.

เบื้องต้นสมาคมอยู่ระหว่างเซอร์เวย์สมาชิกกว่า 380 โรงพยาบาลว่า มีความต้องการวัคซีนโควิด-19 มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการเซอร์เวย์นี้จะไม่ระบุชื่อว่าเป็นวัคซีนของบริษัทผู้ผลิตรายใด เพราะการสั่งซื้อในจำนวนมากจะได้ราคาที่ลดลง อีกทางหนึ่ง หากโรงพยาบาลใดจะนำเข้าวัคซีนก็ทำได้ หรืออาจจะจับมือจับคู่เป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลก็สามารถทำได้

ที่ผ่านมาศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ทาบทามมายังสมาคมให้โรงพยาบาลเอกชนมีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกและเสริมบริการโรงพยาบาลของรัฐบาล
รพ.เอกชน เจรจาผู้ผลิตวัคซีน

แหล่งข่าวระดับสูงจากกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมากลุ่มโรงพยาบาลเอกชนได้เริ่มติดต่อกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ทั้งไฟเซอร์, โมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม และสปุตนิก เบื้องต้นมีผู้ผลิตบางรายปฏิเสธจะขายวัคซีนให้กับเอกชน โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาล

นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี กล่าวว่า ขั้นตอนอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนวัคซีน ขึ้นอยู่กับ อย.เป็นสำคัญ เนื่องจากเอกสารข้อมูลการยื่นขอขึ้นทะเบียนจะมีหลายพันหน้า หากการยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนซิโนแวกขององค์การเภสัชกรรม ผ่านหรือได้อนุญาตจาก อย. ซึ่งมีถึง 2 ล้านโดส กลุ่มธนบุรีต้องการจะขอพ่วงต่อจากตรงนี้ด้วย เพื่อลดขั้นตอนเรื่องเอกสารที่ใช้เวลานานและไม่ต้องยื่นขออนุญาตถึง 2 ครั้ง ทั้ง ๆ ที่เป็นวัคซีนตัวเดียวกัน

ทางออกของกลุ่มธนบุรีอีกทางหนึ่งคือ พรุ่งนี้ (26 มกราคม) จะเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนสปุตนิกของรัสเซีย ที่มีประสิทธิภาพถึง 85% โดยจะขอให้มาจดทะเบียนที่ อย. โดยกลุ่มธนบุรีพร้อมจะสั่งซื้อวัคซีนของสปุตนิก

“ตอนนี้ทุกคนอยากฉีด ตลาดมีความต้องการมาก เพราะโควิดกำลังระบาด ช่วงแรกเราวางแผนจะสั่งวัคซีนประมาณล้านโดส และดูแนวโน้มการระบาดว่าจะไปในทิศทางใด ส่วนวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าดีจริง แต่ต้องรอถึงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ถึงช่วงนั้นเราก็ไม่สนใจแล้ว เพราะจะมีวัคซีนออกมามาก ดังนั้น เราเลือกใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นแอสตร้าเซนเนก้า”

จับตาดีมานด์ตลาด

ผู้บริหารระดับสูงโรงพยาบาลเอกชนรายหนึ่ง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้โรงพยาบาลอยู่ระหว่างศึกษาการนำเข้าวัคซีน แม้ทางการจะให้เอกชนนำเข้ามาเองได้ โดยมีเงื่อนไขต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนจาก อย.ให้ถูกต้อง ในทางปฏิบัติอาจต้องใช้เวลานาน โดยเฉพาะเรื่องเอกสารขอขึ้นทะเบียน ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งก็ได้ศึกษาเรื่องนี้มาระยะหนึ่ง และเริ่มหารือกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนในต่างประเทศมาเป็นระยะ ๆ

สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลเราเองที่เป็นกลุ่มไม่ใหญ่ ยอมรับว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุความต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ชัดเจน เนื่องจากยังไม่นิ่ง เช่น หลังมีข่าวในต่างประเทศว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนมีไซด์เอฟเฟ็กต์ที่บางรายถึงขั้นเสียชีวิต ทำให้คนจำนวนหนึ่งเกิดความกังวล ประกอบกับขณะนี้การจัดหาวัคซีนของรัฐบาลอาจยังไม่นิ่ง การขึ้นทะเบียนของซิโนแวกอาจจะล่าช้าออกไป และรัฐบาลอาจต้องหาวัคซีนอื่นมาทดแทนหรือไม่ อย่างไร เป็นต้น

“เราเป็นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็ก หากสั่งซื้อ1-2 หมื่นโดสก็น่าจะพอ ต้องดูปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจ-กำลังซื้อด้วย และยังไม่รู้ว่า หลังรัฐบาลทยอยฉีดให้ประชาชนไปแล้ว ดีมานด์ที่แท้จริงในตลาดจะเป็นอย่างไร”

วัคซีนโควิดตลาดหมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้แม้ยังไม่มีการประเมินมูลค่าตลาดรวมวัคซีนโควิด-19 ในไทยอย่างเป็นทางการ แต่จากการพิจารณาภาพรวมของการใช้งบประมาณและการตั้งราคาวัคซีนของโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งที่สูงถึง 6,000-10,000 บาท (ฉีด 2 เข็ม) ตัวเลขมูลค่าวัคซีนโควิค-19 เบื้องต้นอาจมีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7,349 ล้านบาท เริ่มจากกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณ 6,049 ล้านบาท สำหรับโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

แบ่งเป็นการจัดสรรให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ทำสัญญาการจัดหาวัคซีนโดยจองล่วงหน้า 2,379 ล้านบาท และกรมควบคุมโรคจัดทำสัญญาจัดซื้อและบริหารจัดการวัคซีน 3,670 ล้านบาท ถัดมาต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ครม.มีมติอนุมัติงบฯกลาง 1,300 ล้านบาทให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนโควิด-19 จำนวน 2 ล้านโดส

เมื่อปลายปีโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ประกาศรับจองวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา ราคา 4,000 บาท ค่าวัคซีนฉีด 2 เข็ม ราคา 6,000-10,000 บาท (รวมค่าแพทย์-ค่าบริการ) แต่ตอนหลัง สธ.ได้สั่งให้โรงพยาบาลดังกล่าวยกเลิกการจองที่ประกาศไป เนื่องจากวัคซีนยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนจาก อย.

ก่อนหน้านี้ สธ.ระบุถึงจำนวนวัคซีนตามแผนงานเบื้องต้นที่ได้จัดหาเพื่อนำมาฉีดให้ครอบคลุมประชาชนกว่า 30 ล้านคน รวม 65 ล้านโดส เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันและลดการแพร่เชื้อ โดยหลักการแล้วการฉีดวัคซีนเพื่อหยุดการระบาดของโรคในชุมชนไม่จำเป็นต้องฉีดให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันทั้ง 100% แต่ฉีดเพื่อให้สังคมและชุมชนมีภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นมาในระดับหนึ่ง 60-70% ก็จะช่วยหยุดโรคระบาดได้

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในรายการตอบโจทย์ ทางช่องไทยพีบีเอส เมื่อ 25 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ความต้องการวัคซีนโรคโควิด-19 ในไทยน่าจะอยู่ที่ 80-100 ล้านโดส เท่ากับฉีดได้ 40-50 ล้านคน เพียงพอสำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ทั้งนี้อัตราการฉีดด้วยจำนวนสถานพยาบาลทุกขนาดทั้งของรัฐ-เอกชน น่าจะฉีดได้รวมกัน 2-5 ล้านโดสต่อเดือน

ลุ้นวัคซีนโควิดดันรายได้ รพ.

นางสาวปิยะฉัตร รัตนสุวรรณ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากนโยบายรัฐดังกล่าวถือเป็นผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล แต่อาจเร็วเกินไปที่จะประเมิน เพราะยังไม่แน่ใจว่าการสั่งวัคซีนเข้ามาจะซื้อได้กี่โดส

แม้แต่รัฐบาลแต่ละประเทศก็ยังไม่สามารถหาวัคซีนได้เร็ว จึงเป็นคำถามว่า โรงพยาบาลเอกชนจะหาได้หรือไม่ คงจะเห็นผลเชิงบวกจริง ๆ ปลายปี’64 เมื่อวัคซีนเริ่มผลิตได้จำนวนมาก กรณีโรงพยาบาลวิภาวดีจองซื้อวัคซีนโควิดโมเดอร์นา (Moderna) ไว้แล้วนั้น จะได้รับจริง ๆ ช่วงเดือน ต.ค. 64 ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะได้กี่โดสเหมือนกัน

ส่วนในแง่กำไรของกลุ่มโรงพยาบาล เดิมรายได้การฉีดวัคซีนปกติ (ไม่รวมวัคซีนโควิด) คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของรายได้ทั้งหมด มีราคาเฉลี่ย 500-1,000 บาทต่อครั้ง แต่ถ้าเป็นวัคซีนโควิด-19 จะมีราคา 4,000-5,000 บาท ตามที่โรงพยาบาลวิภาวดีได้ตั้งแพ็กเกจราคาไว้ ถ้าขายในราคาดังกล่าวจริงก็อาจมีนัยยะต่อรายได้ของหุ้นโรงพยาบาล

คาดว่า บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) น่าจะเป็นโรงพยาบาลผู้นำในการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 เป็นรายแรก เพราะสั่งซื้อลอตใหญ่ได้ ในแง่ต้นทุนการซื้อน่าจะทำได้ถูกกว่า

จับตา รพ.กรุงเทพชิงดำ

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า BDMS น่าจะเป็นผู้นำเข้าวัคซีนเป็นรายแรก มีโรงพยาบาลในเครือมากกว่า 50 แห่ง คาดว่ากำไรจากการฉีดวัคซีนน่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจจากรายได้ที่ผู้ป่วยต่างชาติลดลง

โดยประเมินกำไรปนี้ของหุ้นโรงพยาบาล (4 บริษัท) รวม 13,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถ้ามองปัจจัยพื้นฐานเลือก บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) เพราะมูลค่าหุ้นไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์มีรายได้จากลูกค้าประกันสังคม คาดกำไรอยู่ที่ 1,423 ล้านบาท เพิ่ม 12% จากปีก่อนทำได้ 1,270 ล้านบาท BDMS คาดกำไร 8,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.25% จากปีก่อนทำได้ 6,751 ล้านบาท ขณะที่ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) คาดกำไร 2,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.95% จากปีก่อนทำได้ 1,371 ล้านบาท เป็นการฟื้นตัวจากฐานต่ำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด