บาทอ่อนค่า รับ กนง. คงดอกเบี้ย มองเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/2) ที่ระดับ 29.99/30.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (2/2) ที่ระดับ 29.97/98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก พร้อมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นเร็วกว่ายุโรป และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น โดยยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้การแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังดึงให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงกว่า 30 ดอลลาร์สหรัฐไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1,840 ดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย
ในส่วนของค่าเงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าเล็กน้อยจากปิดตลาดเมื่อวานนี้ (2/2) ตามความแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ สำหรับช่วงบ่ายวันนี้ (3/2) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.50 ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยคณะกรรมการประเมินว่า แม้ว่าในระยะสั้นเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดระลอกใหม่ แแต่แรงกระตุ้นของมาตรการภาครัฐและการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ไม่รุนแรงเท่ากับการระบาดระลอกแรก ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.00-30.05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.04/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/2) ที่ระดับ 1.2042/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (2/2) ที่ระดับ 1.2065/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงต่ำสุดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 หลังเมื่อวานนี้ (2/2) มีการเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 4 ของสหภาพยุโรป ออกมาที่ร้อยละ -0.7 (เทียบไตรมาสต่อไตรมาส) แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 12.7 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปที่ชะลอตัวลง ต่างจากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีการขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับการที่ผู้ผลิตวัคซีนจะส่งวัคซีนให้สหภาพยุโรปล่าช้าลง ยิ่งทำให้เป็นปัจจัยดดันว่าเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปอาจไม่ฟื้นตัวเร็วดังที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.200-1.2049 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2019/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/2) ที่ระดับ 104.94/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (2/2) ที่ระดับ 104.91/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนอ่อนค่าตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรับ นอกจากนี้นายโอชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนการที่จะขยายการประกาศภาวะฉุกเฉินออกไปในเขตโตเกียว โอซากา และจังหวัดอื่น ๆ อีก 8 จังหวัด จากที่เคยมีกำหนดสิ้นสุดในวันอาทิตย์นี้ เปลี่ยนไปเป็นวันที่ 7 มีนาคม เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการตัดสินใจครั้งนี้จะต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะทำงานด้านการจัดการเชื้อไวรัสโคโรนาของรัฐบาลก่อน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.90-105.10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และเปิดตลาดที่ระดับ 105.07/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซนเดือนมกราคม (3/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ เดือนมกราคม (3/2) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการก่อสร้างของสหราชอาณาจักรเดือนมกราคม (4/2), ดัชนียอดค้าปลีกของยูโรโซน เดือนธันวาคม (4/2), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (4/2), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานสหรัฐ (4/2), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือนมกราคม (5/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.15/0.25 ดอลลาร์าสหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 2.50/3.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ