เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
Finance สรรพสามิต ประเมินค่ายรถอีวีนำเข้า ใช้เวลา 1-2 ปี ตัดสินใจลงทุนผลิตในประเทศไทย
ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
Finance ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
การศึกษา วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
Biz Movement เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
สรรพสามิต ชงขอใช้เงินกู้ลุย ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่-อุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ รวม 1.2 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิต ชงขอใช้เงินกู้ลุย ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่-อุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ รวม 1.2 หมื่นล้าน
‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
Politics ‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ แจงไม่มีอำนาจก้าวล่วงศาล สั่งปล่อยตัวแกนนำ ม.112 ได้

09 มี.ค. 2564 | 15:58น.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม

ประยุทธ์ แจงให้-ไม่ให้ประกันแกนนำ เป็นดุลพินิจศาล ย้ำไม่เคยห้ามม็อบ แต่จะไม่ละเว้นใช้กฏหมาย 

วันที่ 9 มีนาคม 2564 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการะทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความเป็นเป็นห่วงในการความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการชุมนุมทางการเมือง เพราะเท่าที่ประเมินสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมยกระดับความรุนแรงมากขึ้น เพื่อเรียกร้องปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับกุม ม.112 ว่า ถ้าเป็นรัฐบาล เป็นศาล หรือเป็นอะไรต่าง ๆ คิดว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งต้องคิดถึงคดีความต่าง ๆ ของคนอื่นด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะทำกฎหมายเสียหายไปทั้งหมด เมื่อทำความผิดก็ต้องดูว่าตัวเองไปต่อสู้คดีให้ได้ ก็จะมีการคุ้มครองสิทธิให้ และเมื่อเข้าสู่กระบวนการทางคดีไปแล้วจะทำอะไรได้

“สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าให้ตัวเองไปทำผิดกฎหมายก็เท่านั้นเอง ซึ่งรัฐบาลไม่เคยไปห้ามการชุมนุม แต่ถ้าชุมนุมแล้วมีความรุนแรงเกิดขึ้น ถ้าศาลเห็นว่าเป็นการทำกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็เป็นเรื่องของศาลตัดสินออกมา รวมทั้งการจะให้ประกันหรือไม่ให้ประกันก็เป็นเรื่องของศาลเช่นเดียวกัน ผมไม่มีอำนาจไปก้าวล่วง และไม่ได้ต้องการไปใช้กฎหมาย ทำร้ายใคร เพราะกฎหมายเป็นของทุกคน เป็นของสังคม และเป็นของประชาชนโดยรวม ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะละเว้นกฎหมายได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการจับกุมมือประกอบระเบิดไปป์บอม ได้กำชับฝ่ายมั่นคงให้เข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบระเบิดอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มีการกำชับมาตลอดอยู่แล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่จับกุมได้ และไม่ควรจะมีคำถามว่าเป็นการจัดฉากของภาครัฐหรือไม่

ยืนยันว่าตนไม่เคยมีนโยบายให้ไปทำเรื่องเหล่านี้ คงไม่กล้าทำและทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทุกอย่างมีหลักฐาน ซึ่งเห็นอยู่แล้วว่าจับใครและคนนั้นก็รับสารภาพว่าเป็นคนทำและทำมาจากบ้าน แล้วอย่างนี้เจ้าหน้าที่จะทำได้อย่างไร ถามแปลกๆ ขออย่าสร้างความเข้าใจแบบนี้ มันไม่ดี