สารพัดปัจจัยบวกหนุนช่วงสั้น ลุ้นหุ้นไทยยืนทดสอบ 1,600 จุดอีกครั้ง
ลุ้นดัชนีตลาดหุ้นไทยทดสอบ 1,600 จุดได้อีกครั้ง เคลื่อนไหวในกรอบ 1,585-1,610 จุด บนแรงหนุน OPEC+ มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว อุปสงค์น้ำมันยังมี บอนด์ยีลด์สหรัฐทิ้งตัวดิ่งต่ำกว่า 1.7% ตัวเลขเศรษฐกิจภาคการผลิตทั้งสหรัฐและยุโรปออกมาแข็งแกร่งมาก Dollar Index อ่อนค่าลงเล็กน้อย แรงส่งสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสั่น
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 เม.ย. 2564 ว่า ลุ้น 1,600 จุดอีกรอบ คาดเช้านี้จะแกว่งตัวขึ้นไปทดสอบ 1,600 จุด ด้วยกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1,585-1,610 จุด บนแรงหนุนจาก 1.OPEC+ มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว อุปสงค์น้ำมันยังมี ตลาดน้ำมันดิบ WTI ตอบรับด้วยการกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้อีกครั้ง
2.ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสหรัฐ (US Treasury Yield) อายุ 10 ปี ทิ้งตัวดิ่งลงไปต่ำกว่า 1.7% มาอยู่ที่บริเวณ 1.67% 3.ตัวเลขเศรษฐกิจภาคการผลิตทั้งสหรัฐและยุโรปออกมาแข็งแกร่งมาก และ 4.Dollar
Index อ่อนค่าลงเล็กน้อย ทางฝ่ายวิจัยจึงมองว่าปัจจัยเหล่านี้จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสั่น
โดย OPEC+ ตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบโลก เริ่ม พ.ค.นี้ อ้างอิงจากแหล่งข่าว Bloomberg ผลการประชุม OPEC+ วานนี้ส่งสัญญาณมั่นใจเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว ดังนั้น จึงจะอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ตลาดเพิ่มราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นอย่างน้อยและเริ่มทันที พ.ค.นี้
โดยรัฐมนตรีซาอุฯ เผย OPEC+ ตอนนี้กำลังทดสอบตลาดน้ำมันอยู่ หากมีความจำเป็นอาจกลับคำตัดสินใจได้ในการประชุมครั้งถัดไป 28 เม.ย.นี้ แม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาตลาดน้ำมันจะตอบรับเชิงบวกต่อการตัดสินใจของกลุ่ม OPEC+ แต่ทางฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองระมัดระวังต่อความผันผวนในตลาดน้ำมันระยะสั้น ซึ่งคาดจะแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อรอการยืนยันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ขณะที่ล่าสุดบางส่วนในกลุ่มประเทศยุโรปเริ่มกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกทั้งตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง อาจทำให้การฟื้นตัวไม่ได้มากเท่าที่คาด
ส่วน Dollar Index อ่อนค่าในระยะสั้น หนุนสินทรัพย์เสี่ยงใน Emerging Market วานนี้กลุ่มสหภาพยุโรปรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ PMI ภาคการผลิตขยายตัวสูงสุดในรอบ 24 ปี มาที่ระดับ 62.5 จุด สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 62.4 จุด ทำให้ค่าเงิน EUR แข็งค่าขึ้นเมือเทียบกับ USD และ Dollar Index จึงอ่อนค่าลงตามไปในช่วงระยะสั้น ๆ จึงประเมินว่าตลาดหุ้นใน Emerging Market อาจได้แรงหนุนเบา ๆ จากปัจจัยนี้ แต่ในภาพระยะกลางสิ่งที่ต้องระวังคือการกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้งในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งคาดว่าจะกระทบเชิงลบต่อทั้งภาคการผลิตและบริการ
โดยภาคการผลิตสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แต่การจ้างงานยังไม่ดีพอ ISM Manufacturing PMI ขยายตัวมาที่ 64.7 จุด สูงกว่าตลาดคาดที่ 61.3 จุด และเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วิกฤต COVID-19 ขณะที่จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานฯ เพิ่มขึ้น 7.19 แสนราย มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ 6.80 แสนราย
ตัวเลขเศรษฐกิจน่าติดตาม คืนนี้สหรัฐประกาศ 1.Nonfarm Payrolls (เดือน มี.ค.) ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 6.47 แสนราย ดีกว่าเดือนก่อนที่ 3.79 แสนราย และ 2.Unemployment Rate (เดือน มี.ค.) ตลาดคาดอยู่ที่ 6.0% ดีกว่าเดือนก่อนที่ระดับ 6.2%