เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภจี’ บุกวอชิงตันเร่งปิดดีล ART สหรัฐขอเวลาพิจารณาข้อเสนอไทย
Economic ‘ศุภจี’ บุกวอชิงตันเร่งปิดดีล ART สหรัฐขอเวลาพิจารณาข้อเสนอไทย
FINNO ยื่นไฟลิ่งเข้า SET ขาย IPO 300 ล้านหุ้น ลุยขยาย WealthTech
Finance FINNO ยื่นไฟลิ่งเข้า SET ขาย IPO 300 ล้านหุ้น ลุยขยาย WealthTech
เลิกเพดานน้ำมันลิตร 35 บาท กองทุนอ่วมอุ้ม B20-ตรึงLPG
Economic เลิกเพดานน้ำมันลิตร 35 บาท กองทุนอ่วมอุ้ม B20-ตรึงLPG
พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค. 69) ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
ตัดถนนใหม่ ‘วงแหวนรอบ 3’ 4 แสนล้านเชื่อม 9 จังหวัดมุ่งเข้ากรุงเทพฯ
Real Estate ตัดถนนใหม่ ‘วงแหวนรอบ 3’ 4 แสนล้านเชื่อม 9 จังหวัดมุ่งเข้ากรุงเทพฯ
จี้รัฐเร่งมาตรการสร้างสมดุล ‘ยานยนต์’ หวั่นนำเข้าอีวีทำฐานผลิตสะดุด
Automotive จี้รัฐเร่งมาตรการสร้างสมดุล ‘ยานยนต์’ หวั่นนำเข้าอีวีทำฐานผลิตสะดุด
ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นายกฯ หวัง 153 นักธุรกิจไทยเยือนจีน สร้างโอกาสลงทุน ลั่น รบ.จะเป็น “กำแพง” หนุน
Politics นายกฯ หวัง 153 นักธุรกิจไทยเยือนจีน สร้างโอกาสลงทุน ลั่น รบ.จะเป็น “กำแพง” หนุน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.15% อยู่ที่ 63,913 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.15% อยู่ที่ 63,913 เหรียญสหรัฐ
จับตาปลด ‘ประธาน กสทช.’ เขย่าองค์กรสะเทือนบิ๊กดีลโทรคมนาคม
Tech จับตาปลด ‘ประธาน กสทช.’ เขย่าองค์กรสะเทือนบิ๊กดีลโทรคมนาคม
ดูทั้งหมด

กนง. ประเมินจุดเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ห่วงฐานะการเงิน ธุรกิจ-ครัวเรือน

07 เม.ย. 2564 | 12:43น.
ธปท-กนง

ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยแพร่รายงาน กนง. ประเมินจุดเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ห่วงฐานะการเงิน “ธุรกิจ-ครัวเรือน”

วันที่ 7 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 2/2564 ที่ประชุมเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2564 โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่า ในระยะข้างหน้าประมาณการเศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากหลายปัจจัย ได้แก่

(1) การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยที่อาจล่าช้าจากข้อจำกัดในการกระจายวัคซีนป้องกัน COVID-19 เช่น ความเพียงพอของวัคซีน ความกังวลของประชาชนในการฉีดวัคซีน และการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส

(2) แรงกระตุ้นจากภาครัฐอาจน้อยกว่าคาด หากมีความล่าช้าในการอนุมัติโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ที่เหลือ ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดลงในไตรมาสที่ 3 ปี 2564

(3) ฐานะทางการเงินของภาคธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการ ทำให้จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น โดยธุรกิจและแรงงานจะกลับมาฟื้นตัวช้าแม้การระบาดสิ้นสุดลง (scarring effects)

และ (4) การผิดนัดชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่อาจสูงขึ้นมากภายหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าและมีความแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างภาคเศรษฐกิจ (uneven recovery) ภาครัฐจึงควรออกแบบมาตรการให้ตรงจุดและเพียงพอ รวมทั้งเร่งดำเนินมาตรการเพื่อช่วยลด scarring effects ในระบบเศรษฐกิจ โดยควรเร่งแก้ปัญหาเรื่องฐานะทางการเงินของภาคเอกชนที่มีความเปราะบางมากขึ้น ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

รวมถึงตลาดแรงงานที่ยังอ่อนแออยู่ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป มาตรการการคลัง จึงควรเร่งเบิกจ่ายมาตรการเยียวยาและมาตรการพยุงเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อรักษาความ ต่อเนื่องของแรงกระตุ้นภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับภาคครัวเรือน

มาตรการทางการเงินและสินเชื่อ ควรผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งปรับโครงสร้างหนี้ทั้งของลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจ รวมถึงเร่งกระจายสภาพคล่องให้ตรงจุดเพื่อช่วยลดภาระหนี้ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการเร่งดำเนินมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) และโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ (asset warehousing)

ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือที่ (1) สร้างแรงจูงใจให้สถาบันการเงินส่งผ่านสภาพคล่องไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ตรงจุด และสอดคล้องกับปัญหาและศักยภาพของธุรกิจ

(2) ลดภาระการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยชั่วคราวให้ธุรกิจที่ต้องใช้เวลาฟื้นตัว โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ในกรณีเลวร้ายที่สถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด คณะกรรมการฯ เห็นว่าภาครัฐควรเตรียมพร้อมชุดมาตรการการเงินและการคลัง (policy package) เพิ่มเติมไว้รองรับความเสี่ยงดังกล่าว โดยเฉพาะหากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาไทยในปี 2564 น้อยกว่าที่คาด

คณะกรรมการฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นของนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่จะช่วยยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว โดยเห็นว่า ศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งการระบาดของ COVID-19 ยังอาจซ้ำเติมปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม เช่น ปัญหาสังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำของรายได้ให้เลวร้ายลง คณะกรรมการฯ จึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่จะช่วยยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย

โดยเฉพาะการปรับรูปแบบการทำธุรกิจและพัฒนาทักษะแรงงาน (upskill/reskill) ให้สอดคล้องกับบริบทหลัง COVID-19 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน และเพิ่มรายได้ประชาชนในระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนลดภาระหนี้สินได้เร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้อภิปรายเกี่ยวกับแนวทางการผสมผสานเครื่องมือเชิงนโยบายต่าง ๆ อย่างเหมาะสม (integrated policy) เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะสั้นและการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่า

(1) นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่องและมาตรการการเงินการคลังที่ตรงจุดจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเคลื่อนไหวกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย

(2) มาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential) และมาตรการกำกับดูแลรายสถาบันการเงิน (microprudential) จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน (low for long) เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง

และ (3) ภาครัฐควรเร่งผลักดันและเร่งดำเนินนโยบายเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง.