เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
Economic ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
Finance AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
News ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
ทองคำเดือนตุลาคมจะลงต่อเป็นเดือนที่ 2 หรือกลับมาขึ้นแรง
Finance ทองคำเดือนตุลาคมจะลงต่อเป็นเดือนที่ 2 หรือกลับมาขึ้นแรง
5 ทศวรรษ ‘ปรีชา กรุ๊ป’ กางโรดแมปปั๊มรายได้ 1,000 ล้าน
Real Estate 5 ทศวรรษ ‘ปรีชา กรุ๊ป’ กางโรดแมปปั๊มรายได้ 1,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

วัคซีนป้องกันโควิด-19 มีกี่ชนิด

11 พ.ค. 2564 | 21:44น.
วัคซีนโควิด-19
สุขภาพดีกับรามาฯ
พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด

 

วัคซีนป้องกันโควิด-19 มีหลายชนิด ได้แก่

1.วัคซีนชนิดเชื้อเป็น แต่อ่อนฤทธิ์ (live-attenuated vaccine) เป็นการใช้เชื้อที่ปรับแต่งพันธุกรรมให้มีฤทธิ์อ่อนลง ที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ แต่ไม่สามารถทำให้เกิดโควิด-19 ได้ เป็นวัคซีนที่มีการพัฒนาทั้งการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และให้วัคซีนผ่านทางจมูก เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเนื้อเยื่อบุต่าง ๆ

2.วัคซีนชนิดเชื้อตาย (inactivated or killed vaccine) เป็นการผลิตโดยการเพาะเซลล์ไวรัสแล้วนำสารเคมีมาทำให้เชื้อตาย ภูมิคุ้มกันจะทำลายทั้งโปรตีนหนาม (spike protein) และส่วนอื่น ๆ ของไวรัส ส่วนมากมักฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ขณะนี้มีการพัฒนาในจีน อินเดีย และคาซัคสถาน เช่น วัคซีนซิโนแวก ซิโนฟาร์ม เป็นต้น ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย

3.วัคซีนแบบใช้พาหะของไวรัสอื่น (viral vector vaccine) เป็นการใช้ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ มาเป็นพาหะ (vector) โดยการนำสารพันธุกรรมที่ตัดต่อเอาเฉพาะส่วนที่จะถอดรหัสเป็นหนาม (spike) ของไวรัสซาร์โควี-สอง เข้าไปในเซลล์ของมนุษย์ เมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ทำให้ร่างกายสามารถใช้ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายจดจำเอาไว้จากวัคซีนมาทำลายไวรัสที่เข้ามาสู่ร่างกายได้ ได้แก่ วัคซีนจากสหราชอาณาจักร ชื่อ Oxford -AstraZeneca จากบริษัท Johnson and Johnson’s Janssen (JNJ-78436735) และจากรัสเซีย ชื่อ Gamaleya

4.วัคซีนที่ฉีดสารพันธุกรรม ได้แก่

4.1 ดีเอ็นเอวัคซีน (DNA vaccine) คือ วัคซีนที่มีสารพันธุกรรมหลักนิวเคลียสของเซลล์ (nucleus) สามารถผลิตได้ง่ายและได้ปริมาณมากโดยใช้แบคทีเรียบางชนิด เช่น อีคอไล (E.coli) แต่อาจมีการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในผู้ที่ได้รับวัคซีนที่ไม่ค่อยสูงได้

4.2 เอ็มอาร์เอ็นเอวัคซีน (mRNA vaccine)
ซึ่งย่อมาจากคำว่า messenger RNA เป็นอาร์เอ็นเอที่ได้จากการถอดรหัสของยีน (gene) สำหรับสังเคราะห์เป็นโปรตีนต่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการเปลี่ยนถ่ายข้อมูลพันธุกรรม โดยตัวมันเองอยู่นอกนิวเคลียสของเซลล์ (nucleus) ทำให้วัคซีนไม่ได้มีผลกับดีเอ็นเอ ทำให้ผลิตได้ง่ายในห้องปฏิบัติการ ในขณะนี้มีการใช้วัคซีนชนิดนี้ในสหรัฐอเมริกา ชื่อ mRNA 1273 (Moderna COVID-19 vaccine) และ COVID-19 mRNA vaccines BNT162b2 (Pfizer-BioNTech COVID-19 vaccine)

5.วัคซีนที่ผลิตจากการตัดต่อโปรตีน (recombinant protein vaccine) เป็นการรวมโปรตีนที่ผลิตออกมาจากสารพันธุกรรมของไวรัส ซึ่งมีหลายแบบที่ขณะนี้กำลังพัฒนา ได้แก่ กลุ่มที่เน้นที่โปรตีนหนามเป็นหลัก (recombinant spike-protein vaccine) หรือใช้อนุพันธ์โครงสร้างที่เหมือนไวรัส (virus-like particle vaccine ; VLP vaccine)

สำหรับวัคซีนที่มีในประเทศไทยในขณะนี้คือ

1.ซิโนแวก (Sinovac) มีการศึกษาในประเทศบราซิลว่าประสิทธิภาพประมาณ 50.4% ซึ่งมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยในประเทศไทย

2.ออกซฟอร์ด แอสตร้าเซเนก้า (Oxford/AstraZeneca COVID-19 vaccine) หรือเรียกว่า AZD1222 มีประสิทธิภาพ 63.9% ต่อการติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการ โดยมีการศึกษาพบว่าการให้ระยะเวลาระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สองห่างกัน 8-12 สัปดาห์จะยิ่งทำให้วัคซีนประสิทธิภาพดีขึ้น โดยความเสี่ยงในการหญิงตั้งครรภ์ยังไม่ทราบชัดเจน ให้พิจารณาว่าวัคซีนนั้นมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่ตั้งครรภ์อาจมีประโยชน์ในการป้องกันมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น

หมายเหตุ : อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีน​โควิด-19​