เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศพุ่งสูงขึ้น

14 พ.ค. 2564 | 18:10น.
เงินบาทขยับกรอบแคบ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 10-14 พฤษภาคม 2564

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (10/5) ที่ระดับ 31.07/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (7/5) ที่ระดับ 31.14/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 266,000 ตำแหน่งในเดือน เม.ย. ต่ำกว่าที่คาดไว้ว่า อาจเพิ่มขึ้น 1,000,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.1% ในเดือน เม.ย. สวนทางกับที่คาดไว้ว่า อาจลดลงสู่ระดับ 5.8% ทำให้ตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ต่อมาในช่วงกลางสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้น หลังสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่าตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน พุ่งขึ้น 8% สู่ระดับ 8.12 ล้านตำแหน่งในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในเดือน ธ.ค. 2543

ด้าน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติมาตรการสร้างงานและช่วยเหลือครัวเรือนในสหรัฐวงเงินรวมกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยรัฐบาลสหรัฐออกร่างกฎหมาย American Jobs Plan วงเงิน 2.3 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และร่างกฎหมาย American Families Plan วงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาครัวเรือนสหรัฐจากผลกระทบของโควิด-19

ต่อมาในคืนวันพุธ (12/5 กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ดีดตัวขึ้น 0.8% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 4.2% ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2551 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% โดยการพุ่งขึ้นของดัชนี CPI ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าและทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้น

โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.654% ช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ด้านนายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ขยายตัวน้อยกว่าคาดและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือน เม.ย. จะไม่ทำให้เฟดเปลี่ยนแปลงแนวทางการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยรองประธานเฟดเชื่อว่า การพุ่งขึ้นของตัวเลขเงินเฟ้อจะเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น และเฟดจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะพิจารณาเรื่องการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือน เม.ย. 2564 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.5 เทียบกับระดับ 47.5 ในเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับตัวลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต ในทุกภาคและทุกอาชีพ

โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 40.2 มาอยู่ที่ระดับ 36.4 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต ปรับลดลงจากระดับ 52.3 มาอยู่ที่ระดับ 48.2 ในขณะที่สถานการณ์โควิด-19 จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นมาก และยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.05-31.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/5) ที่ระดับ 31.35/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดในวันจันทร์ (10/5) ที่ระดับ 1.2160/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (7/5) ที่ระดับ 1.2070/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากสหรัฐประกาศตัวเลขในตลาดแรงงานเป็นต่ำกว่าคาดการณ์มาก ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในช่วงสัปดาห์ สถาบันวิจัย Sentix ของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนพุ่งขึ้นในเดือน พ.ค. แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2561 ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง ขณะที่เศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

โดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของนักลงทุนพุ่งขึ้นแตะ 84.4 จุดในเดือน พ.ค. สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 72.0 จุด จากระดับ 70.7 จุดในเดือน เม.ย. ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (EU) จะขยายตัว 4.2% ในปี 2564 และ 4.4 ในปี 2565 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้า เมื่อเดือน ก.พ. ที่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของ EU จะขยายตัว 3.7% ในปี 2564 และขยายตัว 3.9% ในปี 2565 ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.2050-1.2182 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/5) ที่ระดับ 1.2112/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (10/5) ที่ระดับ 108.72/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (7/5) ที่ระดับ 109.13/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง โดยในวันอังคาร (11/5) กระทรวงฝ่ายกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่นรายงานว่า การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 6.2% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี

ซึ่งเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 18 เดือน เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคฟื้นตัวขึ้น หลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การขยายเวลาใช้ภาวฉุกเฉินและความล่าช้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ส่งผลให้การคาดการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ในความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มที่จะทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ภายใต้ความกดดัน ต่อมาในวันพฤหัสบดี (13/5)

นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ให้คำมั่นในระหว่างการแถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันนี้ว่า BOJ จะยังคงใช้มาตรการป้องกันผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมกับเตือนว่า ความเสี่ยงที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจนั้นยังคงมีอยู่ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องขยายเวลาการใช้ภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาด ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 108.35-109.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/5) ที่ระดับ 109.32/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ