เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

“เจ เวนเจอร์ส” เปิดเกมใหญ่ ต่อยอดเทคโนโลยีพลิกการเงินดิจิทัล

25 มิ.ย. 2564 | 20:47น.

ไม่กี่ปีที่ผ่านมาการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ที่บรรดานักลงทุนรุ่นใหม่ให้ความสนใจทั่วโลก

ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้มีแค่คริปโท ยังมี “ดิจิทัลโทเค็น” เพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) ซึ่งปัจจุบันมีไม่กี่บริษัทในไทยที่ออก Utility Token ได้ หนึ่งในนั้นคือ “เจ เวนเจอร์ส” ที่เคยเสนอขาย ICO (Initial Coin Offering)

หรือการระดมทุนผ่านการขายดิจิทัลโทเค็นบนบล็อกเชนในชื่อ “JFIN Coin” ถือเป็นรายแรก ๆ ในไทยโดยบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อต้นปี 2561

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่นด้านฟินเทคในเครือเจมาร์ท ถึงกระแสการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล และอีกหลายแง่มุมเกี่ยวกับแนวโน้มและโอกาสดิจิทัลโทเค็น

Q : การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม

บริษัทเป็นผู้พัฒนา 3 แพลตฟอร์มหลักที่เอามาใช้ในอีโคซิสเต็มของเจมาร์ท เริ่มจากสินเชื่อดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง JFIN DDLP (Decentralized Digital Lending Platform) บนเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ปล่อยกู้ต่าง ๆ ตามด้วยแพลตฟอร์มค้าปลีก แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ โซเชียลคอมเมิร์ซ อีคอมเมิร์ซ

และรีเทลคอมเมิร์ซ ส่วนที่ 3 พัฒนาบล็อกเชนแพลตฟอร์มซึ่งถือเป็น แพลตฟอร์มเสริมที่เจมาร์ทสร้างขึ้น แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ เอ็นเตอร์ไพรส์โซลูชั่น หรือการนำบล็อกเชนมาใช้กับบริษัทต่าง ๆ ที่เห็นได้ชัดเจน คือ

การทำดิจิทัลไอดีด้วยการทำระบบ J.ID ที่เป็นพื้นฐานในการยืนยันตัวตนของทุก ๆ ธุรกรรม หรือการโหวตติ้งต่าง ๆ เช่น AGM (Annual General Meeting) ซึ่งเป็นเอ็นเตอร์ไพรส์โซลูชั่นทั้งหมด

และการให้บริการทางการเงินบนระบบบล็อกเชน (DeFi) เพื่อประโยชน์ในการบันทึกและดำเนินธุรกรรมอัตโนมัติทั้ง J REPO ที่เป็นกลไกการทำ decentralized finance

Q : บริษัทไทยตื่นตัวในการนำบล็อกเชนมาใช้

เมื่อ 2-3 ปีก่อนที่เราเริ่มทำบล็อกเชนแรก ๆ คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าบล็อกเชนคือการออกโทเค็นเท่านั้น แต่ความจริงแล้วบล็อกเชนคือระบบที่เอามาทำงานได้หลายอย่าง เป็นเรื่องของเทคโนโลยี

แต่คนยังไม่เข้าใจว่าบล็อกเชนคืออะไร แต่ปัจจุบันผู้บริโภคเห็นภาพมากขึ้นอย่างกรณีของบริษัทนำบล็อกเชนมาออกดิจิทัลโทเค็นขายภายใต้ชื่อ “JFIN Coin” เป็น Utility Token

เมื่อถึงจุดนี้ถ้าทุกบริษัทเริ่มคิดแบบนี้ก็จะสนุกขึ้นในการนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ปีนี้เป็นจังหวะที่ดีเพราะคนรู้จักเรื่องการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องคริปโทเคอร์เรนซี

ส่วนธุรกิจก็เริ่มขยับมากขึ้นในการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ เช่น แสนสิริ ออริจิ้นฯ โดยกลุ่มแสนสิริเตรียมออกเหรียญ “SIRIHUB” ถือเป็นกลุ่มอสังหาฯที่ขยับตัวเร็ว ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ทั้งสายการบิน ร้านอาหาร ก็ออกดิจิทัลโทเค็นของตัวเองได้

Q : ทิศทางธุรกิจเจ เวนเจอร์ส

แพลตฟอร์มค้าปลีกและสินเชื่อดิจิทัลถือว่าแข็งแรงขึ้น ปีนี้เราจะโฟกัสที่บล็อกเชนแพลตฟอร์มมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคให้ความสนใจเรื่องการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ปีนี้หลาย ๆ บริษัทเริ่มให้ความสนใจว่า

ถ้าออก Utility Token แล้วจะเอาไปต่อยอดทำอะไรได้ เช่น สายการบิน อาจขายเหรียญล่วงหน้าและให้นำมาใช้ซื้อตั๋วโดยสาร

ทิศทางปีนี้ชัดเจนว่า ทุกองค์กรเริ่มมองหาโซลูชั่นใหม่ ๆ ในการนำบล็อกเชนมาใช้ จึงเป็นโอกาสของบริษัทด้วยเช่นกัน เนื่องจากเราสร้างดิจิทัลโทเค็นได้ ซึ่งในไทยมีแค่ 2 บริษัท คือ เจ เวนเจอร์ส

และบิทคับ (Bitkub) การสร้างเหรียญออกมามีอีกหลายมุม ไม่ใช่แค่สร้างโทเค็นอย่างเดียว แต่ต้องรู้ว่า business use case ทำอย่างไร สร้างดีมานด์ซัพพลายอย่างไร และต้องเสียภาษีหรือไม่ ผู้กำกับคือหน่วยงานไหนดูแล ซึ่งบริษัทมีความรู้ด้านนี้เพราะศึกษาและทำมาอย่างต่อเนื่อง

มีหลายบริษัทตื่นตัวมาก เรียกว่ารับโทรศัพท์ทุกวัน วันละ 1-2 ราย ให้เราไปช่วยสร้างดิจิทัลโทเค็น ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวแล้ว การออกดิจิทัลโทเค็นเป็นเหมือนการนำพอยต์มาใช้

ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตัวหนึ่ง เมื่อหลาย ๆ บริษัทออกดิจิทัลโทเค็นพร้อมกันในอนาคตจะเกิดการสวอปกันในกลุ่มธุรกิจ เช่น ถ้าผู้บริโภคมีเหรียญของร้านอาหาร A จำนวนมากแต่ไม่ได้ใช้ก็อาจเข้าไปใช้กับสายการบิน B ได้ นั่นหมายถึงโอกาสของบริษัทก็เพิ่มขึ้นด้วย

เรายังมีแผนจะเปิดตัว JNFT เป็นเสมือนอีมาร์เก็ตเพลซในการไปเทรดของที่เป็น NFTs (Non-Fungible Token) คือการแปลงงานดิจิทัลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และไม่สามารถแทนด้วยสิ่งอื่นได้ให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชน โดยระบบจะระบุที่มาและเจ้าของจริงได้

Q : JFIN Coin ซื้ออะไรได้

เราพยายามทำให้ JFIN Coin เป็นกลไกในการซื้อขายในกลุ่มเจมาร์ท ค่อย ๆ สร้างอีโคซิสเต็มของ JFIN Coin ซึ่งอยู่ในตลาดมา 3 ปีแล้ว ปัจจุบันนำเหรียญ JFIN Coin มาใช้ในกลุ่มเจมาร์ทได้ทุกส่วน พร้อมออกแคมเปญ “ลด แลก แจก ออม” ให้เบิร์นเหรียญ

สำหรับการลด คือ ลูกค้านำไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อบ้านของบริษัทในกลุ่มเจมาร์ทได้ ส่วนการแลก คือ นำมาแลกโทรศัพท์ในร้านเจมาร์ทโมบาย ตามด้วย “แจก” โดยแจกเหรียญให้พนักงานเป็น Employee Token Program

และ Employee Commission Program แจกเป็นโบนัส ค่าคอมมิสชั่น และการออมเสมือนลงทุนซื้อทอง แต่เป็นการออมทองแบบสินทรัพย์ดิจิทัลกับซิงเกอร์

Q : อนาคตของ “JFIN Coin”

ปัจจุบันเรามีเหรียญ JFIN Coin อยู่ในตลาดประมาณ 100 ล้านโทเค็น จากทั้งหมด 300 ล้านโทเค็น อีก 200 ล้านโทเค็นที่เหลือ เดิมมีแผนจะขายออกแต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาว่า

อาจไม่ขายออกแล้วเพื่อดูซัพพลายดีมานด์ของเหรียญว่าเป็นอย่างไร หากไม่ขายเหรียญออกแล้ว ถ้าเป็นไปตามกลไกตลาด ราคาของเหรียญก็น่าจะเพิ่มขึ้น ปัจจุบันราคาเพิ่มไปกว่า 6.60 บาทต่อเหรียญแล้ว

เศรษฐศาสตร์ของ JFIN Coin คือ เพิ่มดีมานด์และลดซัพพลาย เราจะไม่ระดมทุนเพราะต้องการสร้างกลไกของเหรียญให้แข็งแรงมากขึ้น ฉะนั้น เหรียญที่เหลืออีก 200 ล้านโทเค็นอาจไม่ขายแล้ว เพื่อทำให้ซัพพลายลดลง ซึ่งในแง่ของราคาก็อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด