เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเล็กน้อย ตลาดจับตาถ้อยแถลงของพาวเวลล์คืนนี้

22 มิ.ย. 2564 | 19:22น.
Baht-ดอลลาร์-1

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/6) ที่ระดับ 31.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (21/6) ที่ระดับ 31.60/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเทียบเงินสกุลหลักในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากที่ดอลลาร์พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านา ขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ซึ่งจะแถลงต่อคณะอนุกรรมการว่าด้วยวิกฤตการณ์โควิด-19 ประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ (22/6) เวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือเวลา 01.00 น. ของวันที่ 23 มิ.ย.ตามเวลาไทย

โดยนายพาวเวลล์แถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และการใช้นโยบายการเงินของเฟด ซึ่งรวมถึงกาปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยพาวเวลล์ระบุในแถลงการณ์ที่เตรียมเปิดเผยกับสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีทิศทางในเชิงบวก แม้เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นก็ตาม และย้ำว่าเฟดจะยังคงมีจุดยืนในการสนับสนุนเศรษฐกิจต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายรายในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หลังจากที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในปีหน้าเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐสาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ +0.29 ในเดือน พ.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ +0.32 จากระดับ -0.09 ในเดือน เม.ย.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ได้หารือร่วมกับผู้บริหารธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่งเป็นการเร่งด่วนเมื่อวานนี้ เพื่อสั่งการให้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งประชาชนรายย่อยและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยให้เสนอแผนงานกลับมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์

เบื้องต้นทุกธนาคารเห็นตรงกันว่าจะมีการพักชำระหนี้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไปจนสิ้นปี 64 จากปัจจุบันที่ช่วงเวลาพักหนี้ของธนาคารแต่ละแห่งไม่เท่ากัน และมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน โดยจะจัดทำเป็นมาตรการกลางแทน ซึ่งมีธนาคารของรัฐแห่งหนึ่งเสนอแผนช่วยเหลือลูกหนี้เป็นกรณีพิเศษ จากเดิมที่พักเงินต้นแต่ให้จ่ายดอกเบี้ยตามปกติหรือบางส่วน เป็นการพักชำระเงินต้นและลดดอกเบี้ยเหลือ 0% หรือ คิดแค่ 0.01% ต่อปีเท่านั้น ส่วนกรณีของธนาคารพาณิชย์ กระทรวงการคลังจะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร็ว ๆ นี้ เพื่อพิจารณาว่าสามารถทำได้หรือไม่ และทำได้มากน้อยแค่ไหน ในกลุ่มลูกค้าใดบ้าง โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.60-31.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (22/6) ที่ระดับ 1.1910/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (21/6) ที่ระดับ 1.1895/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อคืน (21/6) นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า เศรษฐกิจยูโรโซนอาจฟื้นตัวเร็วกว่าคาด เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมาทำการใช้จ่ายอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเธอย้ำว่า ECB จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ความเห็นของนางลาการ์ดทำให้ตลาดคลายวิตกในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดยบรรดานักลงทุนจะมุ่งความสนใจในขณะนี้ไปที่การเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจของยูโรโซนในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1891-1.1915 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1893/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/6) ที่ระดับ 110.38/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (21/6) ที่ระดับ 110.10/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนโดนกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะช่วยให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ และญี่ปุ่นกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐยังผลักดันให้นักลงทุนเทขายเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.21-110.53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 1010.47/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของเยอรมัน (23/6), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของเยอรมัน (23/6), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ (23/6), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ (23/6), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมของสหรัฐไตรมาสต่อไตรมาส (24/6), ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐ (24/6), ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ (25/6) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ (25/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.10/0.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ 3.50/4.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ