เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
Biz Movement วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

27 มิ.ย. 2564 | 08:39น.
เงินบาท-หุ้นไทย

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือน ที่ระดับ 31.98 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่หุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,600 จุด ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้าน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า สถานการณ์โควิด การล็อกดาวน์บางพื้นที่ รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนพ.ค. ประเด็นการเมืองภายในประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือนที่ระดับ 31.98 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนปลายสัปดาห์ โดยเงินบาททยอยอ่อนค่าลง ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนเป็นระยะจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดที่สะท้อนความเป็นไปได้ว่าสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อาจมาเร็วกว่าที่คาด

นอกจากนี้เงินบาทยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากความกังวลต่อความสามารถในการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ในประเทศ และมุมมองของ กนง. ที่ระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้า

ในวันศุกร์ (25 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.80 เทียบกับระดับ 31.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 มิ.ย.)

baht-27june

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (28 มิ.ย.-2 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ และรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนพ.ค. ของไทย

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนมิ.ย. ของจีน และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน และอังกฤษด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,582.67 จุด ลดลง 1.88% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 79,969.58 ล้านบาท ลดลง 13.80% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.37% มาปิดที่ 498.57 จุด

set-27 มิ.ย.64

หุ้นไทยร่วงลงตลอดสัปดาห์ ตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายประการ อาทิ ความกังวลเกี่ยวกับการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดการณ์เดิมของเฟด สถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ในประเทศที่ยังยืดเยื้อและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

การปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยโดยกนง. ตลอดจนโอกาสในการล็อกดาวน์บางพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด 19 ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงเทขายหุ้นเป็นวงกว้างในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในสัปดาห์นี้

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (28 มิ.ย.-2 ก.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,570 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,600 และ 1,615 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด 19 ตลอดจนความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนโควิด 19 ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงประเด็นการเมืองภายในประเทศ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ตลอดจนข้อมูลนำเข้าและส่งออกเดือนพ.ค.

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ดัชนี PMI เดือนมิ.ย. ของจีน และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน