ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ นักลงทุนจับตาดูตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังอยู่ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้น ก่อนที่เงินบาทจะปิดตลาดที่ระดับ 32.05/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 32.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (30/6) ที่ระดับ 32.04/06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยเมื่อคืนนี้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ รายงานการจ้างงานของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 692,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 550,000 ตำแหน่ง แต่น้อยกว่าตัวเลข 886,000 ตำแหน่งของเดือนพฤษภาคม
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในเขตชิคาโกอยู่ที่ระดับ 66.1 ในเดือนมิถุนายน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 70.0 และต่ำกว่าเดือนพฤษภาคมที่ระดับ 75.2 และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.0% แตะระดับ 114.7 ในเดือนพฤษภาคม สวนทางการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะหดตัวลง 0.8%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ในวันพรุ่งนี้ (2/7) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 683,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน โดยปรับตัวสูงกว่าในเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้นเพียง 559,000 ตำแหน่ง
ทั้งนี้นักลงทุนมองว่าข้อมูลแรงงานเหล่านี้จะเป็นปัจจัยบ่งชี้แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้แถลงต่อคณะอนุกรรมการที่ผ่านมาว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนตลาดแรงงานให้ฟื้นตัวเป็นวงกว้างและครอบคลุม และเฟดจะไม่ใช้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อเป็นแรงผลักดันให้ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนยังคงติดตามตัวเลขผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างใกล้ชิด โดยวันนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,533 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศอยู่ที่ 235,971 ราย
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.98-32.05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.05/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (1/7) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1852/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (30/6) ที่ระดับ 1.1890/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซนอยู่ที่ 1.90% ในเดือนมิถุนายน ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่ปรับตัวลงจากระดับ 2.0% ในเดือนพฤษภาคม
อัตราการว่างงานของเยอรมนีลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม สู่ระดับ 5.7% ในเดือนมิถุนายน ตัวเลขผู้ว่างงานลดลง 74,000 คนสู่ระดับ 2.614 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นการลดลงมากที่สุดของตัวเลขเดือนมิถุนายนในรอบ 10 ปี และดัชนียอดขายปลีกของเยอรมนีอยู่ที่ 4.2% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 5.0%
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1838-1.1860 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1/848/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (1/7) เปิดตลาดที่ระดับ 111.14/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (30/6) ที่ระดับ 110.51/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อเช้านี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุนในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นแตะระดับ 14 จากระดับ 5 ในไตรมาส 1 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 4 ไตรมาส
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาส 2 ยังเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 แต่ดัชนียังคงต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 17 ส่วนรายจ่ายลงทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในไตรมาส 2 อยู่ที่ระดับ 9.6% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 7.2% และสูงกว่าไตรมาส 1 ที่ระดับ 3.0%
อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ติดเชื้อในกรุงโตเกียวกลับมาเพิ่มขึ้น 714 รายหลังจากยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินโควิด-19 ไปเพียง 10 วันส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอาจจะเกิดการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวอีกครั้ง ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.04-111.45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.42/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (1/7), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนมิถุนายน (1/7), ดัชนียอดขายปลีกของเยอรมนีในเดือนพฤษภาคม (2/7), รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเดือนต่อเดือนของสหรัฐ (2/7), การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือนมิถุนายน (2/7) และอัตราการว่างงานของสหรัฐในเดือนมิถุนายน (2/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.35/+0.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +4.5/+7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ