Skip to content

กรมควบคุมโรค เซ็นสัญญาซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดสสัปดาห์นี้

07 ก.ค. 2564 | 16:55น.
กรมควบคุมโรค เซ็นสัญญาซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดสสัปดาห์นี้

กรมควบคุมโรค เตรียมลงนามสัญญาสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ภายในสัปดาห์นี้ พร้อมแจงประสิทธิภาพวัคซีนอีกรอบ ย้ำทุกตัวใช้ในโลกจริงผลไม่ต่างกัน

วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงประเด็นเรื่องวัคซีนว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้มีการประชุมร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ สรุปผลการศึกษา และรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับวัคซีนโควิดที่มีใช้ในประเทศไทย ทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และกำลังจะนำเข้ามาเพิ่มเติม

“ซึ่งเมื่อวานนี้ (6 ก.ค.) ครม.ได้อนุมัติให้กรมควบคุมโรค ลงนามในสัญญาซื้อวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส และมีมติให้รับคำแนะนำของอัยการสูงสุดไปเจรจรากับบริษัทไฟเซอร์ ว่าสัญญาส่วนไหนที่จะสามารถปรับปรุงได้บ้าง ซึ่งกรมควบคุมโรคมีการนัดหมายกับไฟเซอร์ในวันที่ 8 ก.ค. และจะมีการลงนามในสัญญาสั่งซื้อภายในสัปดาห์นี้ เป็นไปตามกรอบเป้าหมายที่ ครม.ให้คำแนะนำ”

“ส่วนกรณีที่สหรัฐจะมีการบริจาคไฟเซอร์ให้ประเทศไทย 1.5 ล้านโดส กรมควบคุมโรคมีการลงนามแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (7 ก.ค.) จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป โดยวัคซีนจะเข้าสู่ประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ จะมีการแถลงอีกครั้ง”

นพ.โอภาสกล่าวย้ำถึงการพิจารณาจัดหาวัคซีนว่า วัคซีนทั้งหมดที่นำมาใช้มีข้อพิจารณา คือ 1.วัคซีนนั้นมีประสิทธิภาพในการลดการติดเชื้อ ลดการป่วยหนัก ของผู้ได้รับวัคซีน หรือไม่ 2.ความปลอดภัย

ฉะนั้นโดยหลักพื้นฐานวัคซีนที่นำมาฉีดในประเทศไทย จะต้องได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และขึ้นทะเบียนรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งวัคซีนที่เรามีใช้และกำลังจะนำเข้ามาล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.เรียบร้อย

ส่วนประสิทธิภาพของวัคซีน สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สรุปผลการศึกษารวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับวัคซีนหลักที่ใช้ในประเทศไทย คือ ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และที่จะนำเข้ามาคือไฟเซอร์ โดยดูถึงประสิทธิผลและผลข้างเคียงจากการใช้จริง ซึ่งทั่วโลกมีการใช้แล้วหลายพันล้านโดส

อย่างแอสตร้าเซนเนก้า การใช้จริงจากอังกฤษ พบว่าลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ 89% ลดการเสียชีวิตของผู้สูงอายุได้ 80% ในสกอตแลนด์ ลดการเข้า รพ. 88% อิตาลี ลดความเสี่ยงเสียชีวิตได้ 95% เป็นต้น

“เราเคยกังวลเรื่องลิ่มเลือด ซึ่งพบใน10 กว่ารายต่อการฉีด1ล้านโดส ขณะนี้ไทยฉีดไปแล้ว 4 ล้านกว่าโดส พบกรณีที่คิดว่าจะเป็นลิ่มเลือดอุดตันกับเกล็ดเลือดต่ำเพียง 2-3 รายเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดยังอยู่ในการสอบสวนหาสาเหตุอยู่ ฉะนั้นจะเห็นว่าการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน แทบไม่มีในคนไทยเลย แต่ต้องติดตามข้อมูล”

ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ จากการใช้จริง ป้องกันติดเชื้อได้ 95% ป้องกันเจ็บป่วยรุนแรงรักษาใน รพ.ได้ 97% ป้องกันเสียชีวิตได้ 96% เห็นว่าประสิทธิผลใกล้เคียงกับแอสตร้าเซนเนก้า แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องความปลอดภัย ศูนย์ป้องกันควบคุมโรค สหรัฐอเมริกา (CDC) ได้มีการรายงานว่า เกิดอาการข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีน ก็คือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น 8 ราย ต่อการฉีด 1 ล้านโดส เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้ใช้วัคซีนตัวนี้อย่างเป็นทางการก็กำลังจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

“แต่ข้อมูลทั้งหมดที่เราทราบก็จะพบว่าประโยชน์ของวัคซีน mRNA ซึ่งขณะนี้มี 2 ยี่ห้อในท้องตลาดคือไฟเซอร์กับโมเดอร์นา ถึงแม้จะมีโอกาสเกิดกล้ามเนื้อและเยื้อหุ้มหัวใจอักเสบในกลุ่มวัยรุ่นก็ตาม แต่ถ้าเทียบประโยชน์ยังถือว่ามีมากกว่า ขณะที่องค์การอนามัยโลก ก็ยังมีคำแนะนำให้ใช้อยู่ แต่ให้ระวังและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด”

ขณะที่วัคซีนซิโนแวค ผลใช้จริงในอินโดนีเซีย พบว่าสามารถป้องกันป่วยได้ 94% ลดการเจ็บป่วยนนอน รพ.ได้ 96% ป้องกันการเสียชีวิตได้ 98% ที่ชิลี ลดเจ็บป่วยรุนแรงได้ 89% บราซิล ป้องกันเสียชีวิตได้ 95% เป็นต้น ส่วนผลข้างเคียงยังไม่มีผลที่น่าห่วง ส่วนไทยฉีดไปเกือบ 7 ล้านโดส ยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรง ถือว่าซิโนแวคก็มีประสิทธิภาพใช้ได้จริง ที่สำคัญลดป่วยหนัก เสียชีวิตได้ ใกล้เคียงทั้งแอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์

นอกจากนี้ นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ทำให้เราต้องหาวัคซีนมาเพิ่มเติม ขณะนี้มีการติดตามสถานการณ์พบว่า หลาย ๆ บริษัทเริ่มมีการผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ ๆ ที่เรียกว่าวัคซีนรุ่นที่ 2 เช่น แอสตร้าเซนเนก้า ตอนนี้มีการพัฒนาขึ้นมา สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้นำเสนอในที่ประชุมเมื่อช่วงเช้าว่าอยู่ในระหว่างการพัฒนา ฉะนั้นหากมีการดำเนินการสำเร็จก็จะมีการนำมาใช้ในประเทศไทย ส่วนไฟเซอร์ขณะนี้ทราบข่าวว่ากำลังพัฒนาเช่นกัน แต่ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจน คงต้องติดตามความก้าวหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ตัว เมื่อเทียบประสิทธิภาพ อาการข้างเคียง ความปลอดภัย กับประโยชน์ และโทษนั้น การฉีดวัคซีนมีประโยชน์มากกว่า วันนี้ประเทศไทยฉีดแล้ว 11 ล้านโดส ก็จะเร่งดำเนินการฉีดต่อไป ซึ่งภายหลังจากนี้จะมีการปรับยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีน โดยเน้นฉีดให้กับกลุ่มพื้นที่สีแดงเข้มหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด และฉีดให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว เรื้อรังให้เร็วขึ้น ตั้งเป้าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.หรืออย่างช้าสุดเดือน ส.ค.นี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด ไฟเซอร์