เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนค่าทะลุ 32.60 หลังตัวเลขติดเชื้อโควิดในประเทศพุ่ง 9,000 ราย

09 ก.ค. 2564 | 19:59น.
คุมโควิดระบาด-เงินบาท

เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 32.60 บาท/ดอลลาร์ หลังตัวเลขติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศทะลุ 9,000 ราย ขณะที่ ศบค. ออกมาตรการสกัดกั้นการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ใน 10 จังหวัด ก่อนที่เงินบาทจะปิดตลาดที่ระดับ 32.53/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (5/7) ที่ระดับ 32.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/7) ที่ระดับ 32.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นเกินคาดก็ตาม โดยในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (2/7) กระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น 850,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 706,000 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามอัตราการว่างงานสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.9% ในเดือนมิถุนายน สวนทางกับนักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลงสู่ระดับ 5.6% หลังจากอยู่ที่ระดับ 5.8% ในเดือนพฤษภาคม โดยการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐเป็นเรื่องที่มีการคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้าแล้ว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินมากนัก

ค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นในวันอังคาร (6/7) หลังจากนักลงทุนกลับเข้าถือครองค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินปลอดภัย และได้รับแรงหนุนต่อเนื่องในวันพุธ (7/7) ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐมีการเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายน โดยระบุว่า กรรมการเฟดได้หารือกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการปรับลดวงเงินในโครงการ QE โดยกรรมการเฟดส่วนหนึ่งมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวรวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในขณะนี้ยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของเฟดที่ต้องการเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเริ่มกลับมาดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงิน

นอกจากนี้ กรรมการเฟดยังเล็งเห็นว่า แม้อัตราเงินฟ้อพุ่งขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่เชื่อว่าเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น

ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐและทั่วโลก โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของยูโรและการเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอของสหรัฐ

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 373,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว จากระดับ 371,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 350,000 ราย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องและทำสถิติสูงสุดใหม่ในทุกวัน ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์และแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 ปีกว่าที่ระดับ 32.65บาท/ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ (9/7) เช่นเดียวกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศที่พุ่งทะลุ 9,000 ราย

โดยหลังจากที่มีการพูดคุยในส่วนของมาตรการสกัดกั้นเชื้อโควิด-19 ในประเทศของหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ ในวันนี้ (9/7) ที่ประชุม ศบค.ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมกำหนดระยะเวลายกระดับมาตรการ 14 วัน จำกัดการเดินทางตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) เป็นต้นไป โดยมีผลเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑล 6 จังหวัด พร้อมกำหนดเป้าหมายลดผู้ป่วยภายใน 2-4 สัปดาห์และให้ขยาย พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน อีก 2 เดือน คือ สิงหาคม-กันยายน

โดย ศบค.ขอให้เวิร์กฟรอมโฮม (WFH) 100% ยกเว้นงานบริการที่จำเป็นและงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค และขอให้ประชาชนงดการเดินทางโดยไม่จำเป็น ยกเว้นเดินทางไปซื้ออาหาร ไปโรงพยาบาล และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด

พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 6 จังหวัด ไม่ออกนอกเคหะสถานช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เว้นแต่มีความจำเป็น โดยให้ห้างสรรพสินค้าเปิดได้เฉพาะส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ด ส่วนร้านสะดวกซื้อจะมีกำหนดเวลาเปิด-ปิด

ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.10-32.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (9/7) ที่ระดับ 32.53/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (5/7) ที่ระดับ 1.1860/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/7) ที่ระดับ 1.1827/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซนประจำเดือนมิถุนายน อยู่ที่ระดับ 59.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 57.1 ในเดือนพฤษภาคม

ก่อนที่ค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์จากการเปิดเผยตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าในภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งลดลง 3.7% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.9%

รวมทั้งการที่สถาบันโรเบิร์ต คอช (RKI) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลเยอรมนีในการควบคุมโรคติดเชื้อได้ออกมาเปิดเผยว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเยอรมนีลดลง 10.7% ที่ระดับ 616,396 รายในช่วงสุดสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2

อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งในคืนวันพฤหัสบดี (8/7) ภายหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศปรับเป้าหมายเงินเฟ้อ พร้อมกับเปิดเผยบทบาทใหม่ของทางธนาคารในการร่วมมือแก้ไขปัญหาโลกร้อน ซึ่งถือเป็นการยกเครื่องนโยบายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 23 ปีของการก่อตั้ง ECB

โดย ECB เปิดเผยว่า ทางธนาคารจะเปลี่ยนแปลงเป้าหมายเงินเฟ้อจากเดิมที่กำหนดให้ “อยู่ใกล้แต่ไม่เกินระดับ 2%” โดยปรับเป็น “อยู่ที่ระดับ 2%” แต่ ECB จะใช้ความยืดหยุ่น โดยจะอนุญาตให้เงินเฟ้อ หรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สามารถดีดตัวขึ้นสูงกว่า 2% หากมีความจำเป็น

อย่างไรก็ดี ECB ชี้แจงว่า ภายใต้บางสถานการณ์ที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินอย่างเข้มข้นและอย่างต่อเนื่อง เงินเฟ้อสามารถดีดตัวขึ้นชั่วคราวเหนือระดับเป้าหมาย

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1784-1.1865 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (9/7) ที่ระดับ 1.1841/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (5/7) ที่ระดับ 111.08/09 เยน/ดอลลาร์สหรับ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/7) ที่ระดับ 111.44/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งนักลงทุนยังเข้าถือเยนในฐานะสกุลปลอดภัย ภายหลังตลาดผิดหวังกับอัตราการว่างงานของสหรัฐ

ทางด้านกระทรวงฝ่ายกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 11.6% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากขยายตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนเมษายน แต่หากเทียบเป็นรายเดือน การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนพฤษภาคม ลดลง 2.1% จากเดือนเมษายน และเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนถือเป็นดัชนีชี้วัดการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อย่างไรก็ตาม ตลาดยังวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนวัคซีนจากรัฐบาลกลางญี่ปุ่น จนอาจส่งผลให้การฉีดวัคซีนทั่วประเทศล่าช้า

โดยค่าเงินเยนกลับมาแข็งค่าในวันอังคาร (6/7) หลังจากนายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นได้แถลงการณ์ว่า ญี่ปุ่นจะทำข้อตกลงทวิภาคีเพื่อแก้ปัญหาความต้องการวัคซีนเร่งด่วน หลังจากพบปัญหาวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาที่ผลิตในญี่ปุ่นยังไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับการใช้ในโครงการโคแวกซ์ (COVAX) โดยคาดว่าการขนส่งวัคซีนผ่านโครงการโคแวกซ์ครั้งแรกของญี่ปุ่นจะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนนี้

ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (8/7) นายอาซูโตชิ นิชิมูระ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวไปจนถึงวันที่ 22 สิงหาคม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่

ขณะที่ผู้จัดงานโตเกียว โอลิมปิกพิจารณาที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ชมเข้าร่วมชมการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกที่จะเริ่มต้นขึ้นในอีกราว 2 สัปดาห์ โดยกรุงโตเกียวพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันสูงถึง 920 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.58-111.18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (9/7) ที่ระดับ 110.03/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท