เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
Economic ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
Uncategorized IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
Politics ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
Politics อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
News นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
Politics ‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
Politics ‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
Politics ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
Real Estate SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
ดูทั้งหมด

ค้าน้ำมันแข่งเดือดเปิดศึกชิงปั๊มแย่งแชร์

16 พ.ย. 2560 | 21:00น.

บริษัทน้ำมันแข่งเดือด แห่ขยายปั๊มทุกวิถีทาง หลัง ปตท.เบอร์ 1 นำโด่ง รายอื่นตามไม่ทัน “เชลล์-บางจาก” เพิ่มค่าการตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำยอดขายทะลุขั้นต่ำ ได้กำไรแบบขั้นบันได “เอสโซ่” ตามจีบ “เพียว” พรวดเดียวได้อีก 49 ปั๊ม พีทีส่งทีมพิเศษตีท้ายครัวแถม “ค่าหน้าดิน” ให้อีก

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ขณะนี้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ต่างเร่งขยายสถานีบริการน้ำมันในทุกรูปแบบและทุกช่องทาง เพื่อให้ครอบคลุมควาต้องการของผู้ใช้บริการ รวมทั้งเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (market share) เอาไว้ให้ได้มากที่สุด โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวพบเห็นได้มากจากผู้ค้าน้ำมันที่มีจำนวนสถานีบริการน้ำมันอยู่ในอันดับ 2 และอันดับถัด ๆ ลงมา เนื่องจากผู้ค้าน้ำมันเบอร์ 1คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นั้น มีจำนวนสถานีบริการน้ำมันรวมกันถึง 1,721 แห่ง และยังมีแผนขยายสถานีบริการน้ำมันไม่ต่ำกว่าปีละ 100 แห่ง

จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันหลายแบรนด์และหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีบริการน้ำมันที่อยู่ในทำเลทองต่างยอมรับว่า มีผู้ค้าน้ำมันหลายรายส่ง “ทีม” เข้ามาติดต่อขอให้เปลี่ยนแบรนด์มาใช้แบรนด์ของตัวด้วยการยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าแบรนด์เดิมและจูงใจสุด ๆ โดยบริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด กับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอให้ “ค่าการตลาด” หรือ “ผลประโยชน์” อื่น ๆ ที่สูงกว่าที่ได้จากแบรนด์ปัจจุบัน ยกตัวอย่าง

1) ให้ค่าการตลาด (marketing margin) ที่ค่อนข้างสูงเฉลี่ยที่ 1.20-1.45 บาท/ลิตร 2) ในกรณีที่ผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) สามารถทำยอดขายน้ำมันได้มากกว่ายอดขายรับรองก็จะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นแบบ “ขั้นบันได” 3) กรณีที่ผู้ค้าเป็นผู้ลงทุนสร้างสถานีบริการน้ำมันเองก็จะได้รับเงินสนับสนุนในส่วนของค่าตกแต่งและค่าหัวจ่ายน้ำมัน ภายหลังจากผู้ค้ารายนั้นได้เริ่มจำหน่ายน้ำมันไปแล้ว 6 เดือน โดยจะให้ในรูปแบบ “ส่วนลด” ราคาน้ำมันและจ่ายเป็นเงินก้อน และ 4) การกำหนดยอดรับรองการขายน้ำมันที่ไม่สูงมากนัก หรือเฉลี่ยที่ 150,000 ลิตร/เดือน เพื่อให้เจ้าของสถานีบริการน้ำมันสามารถทำยอดขายไปถึงยอดรับรองได้

ขณะที่บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ใช้วิธีลัดด้วยการดึง “พันธมิตร” มาร่วมทำสถานีบริการน้ำมันในแบรนด์ของ ESSO ล่าสุดได้ร่วมกับบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด ซึ่งเป็นในเครือบริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) นำสถานีบริการน้ำมันเพียวรวม 49 แห่ง เปลี่ยนมาจำหน่ายน้ำมันภายใต้แบรนด์ ESSO ส่งผลให้จำนวนสถานีน้ำมันของเอสโซ่โตขึ้นแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่มี 542 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มเป็น 591 แห่ง แต่ไม่มีข้อเสนอจูงใจพิเศษอื่น ๆ มีแค่ค่าการตลาดเฉลี่ยที่ 1.20 บาท/ลิตรเท่านั้น

ด้านบริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ PT แม้จะให้ “ค่าการตลาด” ที่ประมาณ 1.20 บาท/ลิตรเท่ากับ ESSO แต่บริษัทใช้กลยุทธ์ส่ง “ทีมพิเศษ” ลงพื้นที่เป้าหมายเพื่อเจรจากับเจ้าของสถานีบริการน้ำมันแบรนด์อื่น ๆ โดยเฉพาะในรายที่มีปัญหาเรื่องผลประกอบการหรือยอดจำหน่ายน้ำมันรับรองไม่ได้ตามสัญญาหรือลูกหลานไม่อยากทำแล้ว โดยทีมพิเศษจะให้เงื่อนไขพิเศษกว่าผู้ประกอบการน้ำมันแบรนด์อื่น ๆ อาทิ

ให้อัตราค่าเช่าที่ดินที่ค่อนข้างสูงมาก ยกตัวอย่าง ในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันตั้งอยู่ ที่มีทำเลทองที่ดีเลิศและมียอดขายน้ำมันตั้งแต่ 300,000-500,000 ลิตร/เดือนก็จะให้ค่าเช่าที่อัตรา 150,000 บาท/เดือน และยังให้ค่าเช่าพิเศษที่เรียกว่า “ค่าหน้าดิน” ตลอดอายุสัญญารวม 30 ล้านบาทด้วย โดยจะทยอยจ่ายให้ทุกปีจนครบตามสัญญา “กลยุทธ์การส่งทีมพิเศษเข้าตีท้ายครัวของปั๊มน้ำมัน PT ดำเนินการอย่างได้ผลในพื้นที่ภาคใต้ บางเส้นทางที่เคยเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท.ก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นปั๊มน้ำมันพีทีไปแล้วส่วนหนึ่ง และคาดว่าจะมีปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่จะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นอีกอย่างน้อย 30-50 แห่ง เนื่องจาก ปตท.ถือว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำของประเทศ ไม่ยอมปรับขึ้นค่าการตลาด จึงถูกตีกินไปเรื่อย ๆ” อดีตผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท.รายหนึ่งสะท้อนปัญหา

ทั้งนี้ แม้จะมีสถานีบริการน้ำมัน ปตท.จำนวนหนึ่งถูกผู้ค้าน้ำมันรายอื่น “ตีกิน” ไป แต่ “แบรนด์ ปตท.” ก็ยัง “ดึงดูด” ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมันมาก่อนเข้ามาในธุรกิจนี้อยู่ดี จากปัจจุบันที่ ปตท.ยังมีโครงการขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการขยายที่มีผู้สนใจยื่นขอพัฒนาค้างการพิจารณาเป็นจำนวนมาก “ผมว่า ตอนนี้ ปตท.ควรคิดใหม่ได้แล้ว เพราะให้ค่าการตลาดที่ต่ำมาก ๆ หรือ 90 สตางค์/ลิตร แต่เนื่องจาก ปตท.มีจุดแข็งที่ธุรกิจเสริม (nonoil) อื่น ๆ มาสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าปั๊ม อาทิ ร้านกาแฟอเมซอน ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น จึงทำให้มีผู้สนใจลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่โมเดลนี้เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้ผู้ค้าน้ำมันรายอื่น ๆ ที่เป็นเบอร์ 2-3-4 ต่างก็มี nonoil เหมือน ๆ กัน จุดแข็งตรงนี้กำลังจะหมดไป เมื่อเทียบกับการลงทุนระดับ 100 ล้านเพื่อสร้างปั๊ม ปตท.แต่ละแห่ง” แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ ปตท.จะมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในปัจจุบัน และยังมีปัญหาการตั้งสถานีบริการน้ำมันซ้ำซ้อน มีระยะห่างกันไม่มากจนเกิดปรากฏการณ์ “แย่งแชร์กันเอง” บน 2 ฝั่งถนนสายหลัก แต่ ปตท.ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมัน “ทดแทน” ของเดิม เนื่องจากบริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีกจำกัด หรือ PTTRM (ซื้อกิจการมาจากบริษัทโคโนโค่ ฟิลลิปส์ ด้วยจำนวนสถานีบริการน้ำมัน 146 แห่ง) ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เช่าที่ทยอยหมดอายุสัญญา ดังนั้นจึงต้องหาพื้นที่ขยายสถานีบริการน้ำมันใหม่

ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า การขยายจำนวนสถานีบริการอย่างต่อเนื่องของผู้ค้าน้ำมันก็เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะขยายตัวดีขึ้น เท่ากับว่า ความต้องการใช้น้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ค้าน้ำมันทุกแบรนด์จึงต้องขยายเครือข่ายเพื่อรองรับสำหรับอนาคต นอกจากนี้จะเห็นว่า ภาพของธุรกิจน้ำมันได้ “เปลี่ยนวิธีการลงทุน” จากเดิมที่ผู้ค้าน้ำมันเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด มาเป็นให้ผู้แทนจำหน่ายเป็นผู้ลงทุน ทำให้มีการปรับ “ค่าการตลาด” ให้จูงใจผู้สนใจลงทุนเฉลี่ยไม่เกิน 1.70 บาท/ลิตร ในขณะที่ค่าการตลาดเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 1.50 บาท/ลิตร (หน้า 1, 13)