เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

อ.นิติจุฬาฯชี้ เนื้อหาก่อความหวาดกลัว ไม่มีมาตรวัดชัดเจน

30 ก.ค. 2564 | 12:51น.
อ.นิติ จุฬา ปม ควบคุมสื่อ

อ.นิติ จุฬา ปม ควบคุมสื่อ

อ.นิติจุฬาฯเผย มาตรการควบคุมสื่อ จำกัดเสรีภาพมากเกินเหตุ เตือน กสทช. -เจ้าหน้าที่รัฐ หากดำเนินการต้องรับผิดตามกฎหมายด้วย ย้อนถาม กรณีรัฐแจ้งยอดผู้เสียชีวิตรายวันทำให้ประชาชนหวาดกลัวหรือไม่ ?

วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 กรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 29) โดยเนื้อหาระบุว่า ผู้ใดเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จทำให้ประชาชนหวาดกลัว หรือข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดสับสน ปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง จนเกิดความเสียหายร้ายแรงมากขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฯลฯ

จึงมีมาตรการ 2 ข้อ ข้อแรกห้ามผู้ใดเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ข้อสอง กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารตามข้อ 1 ในอินเทอร์เน็ต ให้ กสทช. แจ้งผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมทุกรายทราบ และให้ผู้รับใบอนุญาตังกล่าวทุกราย มีหน้าที่ตรวจสอบว่าข้อความหรือข่าวสารดังกล่าวมาจากเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ใด

ต่อมา ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Ponson Liengboonlertchai ว่า เรื่องข้อกำหนดฉบับที่ 29 นี้ ที่กำหนดว่า หากสื่อมีการนำเสนอ “ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว” นั้น ผมเห็นว่าเป็นข้อกำหนดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ (Unconstitutional) อย่างชัดเจน

เพราะการให้ดุลพินิจแก่รัฐเป็นผู้ชี้ว่าเนื้อหาใดเป็นเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัว ฯลฯ นั้น ไม่มีมาตรวัดที่ชัดเจนแน่นอน จนอาจนำไปสู่การใช้อำนาจตามอำเภอใจ “กำหนดเนื้อหาการใช้เสรีภาพของสื่อ” (Content based restriction) ได้ จึงย่อมเป็นการจำกัดเสรีภาพสื่อมากเกินสมควรแก่เหตุตามที่รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้แล้ว

ดังนั้น หากทาง กสทช. รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐใดดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าว จึงย่อมต้องรับผิดตามกฎหมายด้วยครับ

อนึ่ง ผมขอถามว่า กรณีการแจ้งยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายวันของรัฐเป็นข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวด้วยหรือไม่?

6 องค์กรสื่อ แถลงการณ์ร่วม หลังนายกฯสั่งปราบเฟกนิวส์

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ออกแถลงการณ์ร่วมอีกครั้ง หลังรัฐบาลเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องให้ทบทวนหรือแถลงถึงเหตุผลในการบังคับใช้ ข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 27) เรื่อง มาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งเรียกร้องไปเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 64

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กร ประกอบด้วย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และ สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย จึงลงความเห็นร่วมกันว่า รัฐต้องการจำกัดเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความเห็นของสื่อและประชาชนต่อสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ

จากนี้เป็นต้นไป องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนจะมีกิจกรรมที่แสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่ารัฐบาลจะเข้าใจและตระหนักได้ว่า การพยายามจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนย่อมนำไปสู่ความล่มสลายของรัฐบาลในที่สุด

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. ควบคุมอินเทอร์เน็ต