“มิตซูบิชิโฟร์กลิฟต์” ตั้งเป้าปีหน้าฟันยอดขายพันล้าน
Logisnext ชู 3 กลยุทธ์หลังควบรวมธุรกิจ ดันยอดขาย “มิตซูบิชิ โฟร์กลิฟต์” ทะลุ 1.38 แสนล้านบาท ในปี”63ด้าน “UMWS” รับอานิสงส์นโยบาย EEC หนุนออร์เดอร์ปี”60 พุ่ง 850ล้านบาท แตกไลน์ให้เช่า-พร้อมขยายฐานสู่เพื่อนบ้านอาเซียน
นายนาโอยูกิ มาสึมูระ รองผู้อำนวยการฝ่ายขายต่างประเทศและการตลาดประจำภูมิภาค บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสเน็กซ์ จำกัด (Logisnext) ผู้ผลิตอุปกรณ์และรถลำเลียง (Forklift โฟร์กลิฟต์) เปิดเผยว่า จากการที่บริษัท มิตซูบิชิ นิชิยู โฟร์กลิฟต์ จำกัด ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท ยูนิแคร์รี่เออร์ คอร์ปอเรชั่น และเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท มิตซูบิชิ โลจิสเน็กซ์ จำกัด เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 เพื่อสริมศักยภาพธุรกิจ ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายในปีนี้ได้ 1.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ซึ่งมียอดขาย 81,300 ล้านบาท และในด้านปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น1.2 ล้านคัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์จาก 2 ปีก่อนที่จำหน่ายได้ 1 ล้านคัน
“มิตซูบิชิ นิชิยูฯ มีจุดแข็งในการผลิตรถโฟร์กลิฟต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนของรถโฟร์กลิฟต์ไฟฟ้า มอร์เตอร์และคอลโทรลเลอร์ ขณะที่ยูนิแคร์รี่เออร์ มีจุดแข็งในการผลิตรถโฟร์กลิฟต์ขนาดใหญ่สำหรับใช้ที่ท่าเรือ รถรุ่นพิเศษ ชิ้นส่วนอะไหล่ และรถโฟร์กลิฟต์ที่ใช้ก๊าซโซลีน การควบรวมธุรกิจครั้งนี้ เป็นความท้าทายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ ทั้งในระดับท้องถิ่น (local) และตลาดสากล (global) ตลาด glocal”
ทั้งนี้ ปัจจุบันรายได้หลัก 70% มาจากการส่งออก ไปทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป และเอเชีย ส่วนยอดขายที่เหลืออีก 30% เป็นการจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น
“ผลดีจากการควบรวมยังช่วยให้บริษัทสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 สัดส่วน 34% รองจากโตโยต้า ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 42%”
โดยหลังจากควบรวมธุรกิจบริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายให้ได้ 1.38 แสนล้านบาทในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือปี 2563 โดยมีกลยุทธ์จะจัดสรรงบประมาณในการออกแบบ วิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ โดยจะมีการตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มุ่งเน้นการลดการใช้แรงงาน การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
“ขณะนี้บริษัทได้พัฒนารถโฟร์กลิฟต์ไร้คนขับ AGF ซึ่งออกแบบให้ใช้ระบบเลเซอร์ควบคุมทิศทางในการทำงาน สะดวกต่อการใช้งาน ส่งผลให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องลงทุนวางไลน์การผลิตใหม่ สามารถปรับเปลี่ยนไลน์การผลิตได้ง่ายมากขึ้น เริ่มทดลองจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นก่อน”
ด้านนางกมลทิพย์ เงินรวง ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการเงินและบริหารงานทั่วไป บริษัท ยูไนเต็ดมอร์เตอร์เวิกส์ (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ UMWS ตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายรถมิตซูบิชิ โฟร์กลิฟต์ รายเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์จำหน่ายในช่วง 3 ไตรมาสแรกขยายตัวดี จึงคาดว่ายอดขายทั้งปี 2560 จะเป็นไปตามเป้าหมาย 850 ล้านบาท เป็นผลจากตลาดในประเทศซึ่งมีสัดส่วน 95% ได้รับผลดีจากนโยบายส่งเสริมการลงทุน ไทยแลนด์ 4.0 และการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้มีการลงทุนภาคการผลิต และโลจิสติกส์ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“ปีหน้า ทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะผลักดันยอดขายให้ถึง 1,000 ล้านบาทให้สำเร็จ เพื่อเตรียมตัวกลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯอีกครั้ง โดยมีกลยุทธ์จะร่วมทุนกับบริษัทฮิตาชิ แคปปิตอล จากประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท ยูไนเต็ด แคปปิตอล อิควิปเม้นท์ จำกัด หรือ UCE เพื่อนำเข้าและให้เช่าและจัดจำหน่ายรถโฟร์กลิฟต์ รถกระเช้าทั้งใหม่และมือสอง (Used Car) ให้กับลูกค้าที่ต้องการไม่ต้องลงทุนซื้อรถชนิดนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดในไทยเป็นอันดับ 2 รองจากโตโยต้า แต่นโยบายของมิตซูบิชิไม่ได้มุ่งเน้นแข่งขันด้านปริมาณ แต่เน้นจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพสูง รถโฟร์กลิฟต์ของมิตซูบิชิมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 9 ปี และเน้นบริการหลังการขายให้กับลูกค้าเป็นหลัก
ในด้านตลาดส่งออกปัจจุบัน UMWS ได้ส่งไปจำหน่ายในประเทศลาวผ่านบริษัท DK Lao จำกัด มา 3-4 ปี ได้รับผลตอบรับดี ทางบริษัทจึงจะเข้าไปร่วมลงทุน (joint venture) กับตัวแทนจำหน่ายในลาว โดย UMWS ถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่า 50% คาดว่าจะสำเร็จเป็นรูปธรรมภายในกลางปี 2561
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะขยายตลาดส่งออกใหม่โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนในเมียนมาทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 2561
“ตลาดอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตดีหลังจากการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะลาวค่าแรงยังต่ำกว่าประเทศอื่น ส่วนในเมียนมาก็ยังไม่มีผู้ให้บริการรถประเภทนี้จึงเป็นโอกาสที่จะขยายออกไป”
ปัจจุบัน UMWS เป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายรถขนถ่ายสินค้า คิดเป็นสัดส่วน 70% รถยนต์บรรทุกในคลังสินค้า และยังมีสินค้าอื่นที่ไม่ใช่อุปกรณ์ลำเลียง เช่น รถกระเช้า, อุปกรณ์ที่ใช้ในศูนย์ซ่อมรถยนต์, รถขุด, แบตเตอรี่ในรถโฟร์กลิฟต์ และรถกอล์ฟด้วย