เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

เพื่อไทย-ก้าวไกล พักรบศึกใน ฝ่ายค้านแท็กทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประยุทธ์

16 ส.ค. 2564 | 07:30น.
รายงานพิเศษ

พรรคฝ่ายค้านล็อกเป้า 16 สิงหาคม 2564 ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บวกรัฐมนตรีอีก 4-5 คน

คาดการณ์ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นกันยายน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของรัฐบาล แต่รอบนี้ฝ่ายค้านหมายมั่นปั้นมือว่าศึกซักฟอกจะสร้างแผ่นดินไหวสะเทือนบัลลังก์อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ และเครือข่ายในสภา อาจไม่หวังเสียงโหวตพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นกำลังค้ำยัน แต่หวังเป็น “แรงส่ง” ให้มวลชนนอกสภาช่วยขย่ม

หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ “ชกไม่เต็มหมัด” ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ พรรคฝ่ายค้านต้องไปถึงปีสมัยประชุมหน้า หลัง 22 พฤษภาคม 2565

“ประชาชาติธุรกิจ” เช็กความพร้อมศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จาก 2 หัวหอกฝ่ายค้านเพื่อไทย-ก้าวไกล

เพื่อไทย พร้อมมาก

เริ่มต้นจาก “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ในฐานะหัวหน้าทีมรวบรวมข้อมูลซักฟอก เผยถึงความพร้อมฝ่ายค้านที่จะออกรบว่า

พร้อมกว่าทุกครั้ง เราเตรียมตัวกันมานาน ประเด็นที่พูดสอดคล้องกับสังคม และพูดไม่ยาก สังคมเชื่ออยู่แล้ว ณ วันนี้คือจบแล้ว ประเด็นที่จะอภิปรายและบุคคลที่อภิปราย เหลือแต่เพียงจัดระบบข้อมูลและซ้อมให้แม่นยำมากขึ้น คาดว่าเหลือเวลาอีก 10 กว่าวัน สบายมาก

การอภิปรายครั้งนี้ เป็นการอภิปรายที่สังคมมีอารมณ์ร่วม เป็นการอภิปรายคู่ขนานระหว่างในสภากับนอกสภาก็ได้ หมายความว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมในการอภิปรายมากที่สุด

1.ขั้นตอนการเสนอข้อมูล เปิดให้ประชาชนส่งข้อมูลเข้ามาและรับฟังข้อเสนอแนะตลอด

2.ขณะที่สภาอภิปราย สังคมจะติดตามมากเป็นพิเศษ ดีไม่ดีอาจมีการอภิปรายนอกสภาควบคู่ จึงอยู่ในความสนใจมาก

3.การลงมติในสภา ก็ทำไป แต่เราเชื่อว่ากระบวนการนอกสภาน่าจะมีกระบวนการที่จะหาข้อสรุปที่เป็นมติมหาชนด้วย ว่าไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ เห็นควรให้รัฐบาลอยู่ต่อ ไม่อยู่ต่อ

“คิดว่าประเด็นทางสังคมน่าจะเข้มข้นกว่าในสภาด้วย ดังนั้น การลงคะแนนในสภาความหมายแทบจะน้อยกว่าข้างนอกด้วย ฝ่ายค้านหวังผลได้เลย ครั้งนี้นอกสภาอภิปรายก่อนฝ่ายค้านด้วย เขาเคลื่อนก่อนเราอีก”

ประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลัก ๆ จะเป็นเรื่องบริหารจัดการโควิด-19 เรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้จะแยกย่อยเป็น item

ข้อมูลมากกว่าโค่นประยุทธ์ได้

คิดว่าจะโค่น พล.อ.ประยุทธ์ได้หรือไม่ “สุทิน” กล่าวว่า โดยเนื้อหาสาระอย่าว่าแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจเลย แม้แต่ยังไม่อภิปรายถือว่า พล.อ.ประยุทธ์เสื่อมสุด ๆ เขาไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่แล้ว ถ้าเป็นรัฐบาลอื่นก็ถือว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ยิ่งอภิปรายอีก ถามว่าโค่นได้ไหม…มากกว่าโค่นได้ แต่อย่างว่าล่ะเขาอาจจะอยู่ได้ด้วยอะไรของเขา เป็นกรณีพิเศษมากกว่ากรณีอื่น ๆ แต่อย่างไรเสีย ทานต่อแรงกดดันยาก

“คาร์ม็อบ คาร์ปาร์ก จะเข้มข้นขึ้น พอเราอภิปรายปั๊บก็จะเป็นแรงกระตุ้นแบบคลื่นสูง คลื่นแรงแน่นอน”

“สุทิน” ประเมินปัจจัยการ “อยู่หรือไป” ของรัฐบาลประยุทธ์ว่า 1.คุณภาพในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2.พรรคร่วมรัฐบาลยังจะอุ้มรัฐบาลต่อไหม 3.กระแสสังคมรอบนอก

3 กระแส แม้ว่าพรรคร่วมดูแล้วจะอุ้มต่อ แต่ก็ไม่แน่ พรรคร่วมเขาก็คิดได้ว่าจะยอมตายด้วยกันหรือว่าจะหนีตาย เพราะสถานการณ์ขณะนี้คือ ตาย แต่จะร่วมตาย หรือจะหนีตาย ซึ่งผมเชื่อว่าโอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลจะถอนตัวมีอยู่สูงเหมือนกัน

ฝ่ายค้านเป็นเอกภาพ

ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกล-พรรคเพื่อไทย มักเดินคนละคีย์กับพรรคเพื่อไทยในหลายประเด็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะ “แยกกันเดิน” หรือไม่

“สุทิน” ตอบทันทีว่า ไม่หรอก…ต้องแยกแยะบางประเด็น เราอาจเห็นไม่ตรงกัน จึงทำให้ดูเหมือนคนละคีย์ เช่น การคืนงบฯกลาง 1.6 หมื่นล้าน แต่เรื่องที่เห็นตรงกัน เช่น ดำเนินคดีและถอดถอน พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเห็นตรงกันอยู่แล้ว ดังนั้น สนธิกำลังร่วมมือกันอยู่แล้ว

แต่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกในปี 2563 เกิดประเด็นที่พรรคอนาคตใหม่ก่อนที่จะมาเป็นพรรคก้าวไกล ไม่พอใจที่การอภิปรายของพรรคเพื่อไทยกินเวลาจนหมดไม่เหลือให้พรรคอนาคตใหม่ได้อภิปราย “สุทิน” บอกว่าเคยมีประวัติครั้งแรกก็ผ่านไปแต่ครั้งที่ 2 ร่วมมือกันดีมาก เพราะครั้งแรกก็ใหม่ แต่ละคนไม่มีประสบการณ์ ส.ส.ป้ายแดงกันทั้งนั้น แต่ครั้งหลังมาก็ดี เป็นเอกภาพ

“ส่วนใหญ่เราทำงานไปด้วยกัน มีส่วนน้อยบางเคสที่เห็นต่าง การเห็นต่างทุกคนก็ตรวจสอบกันเต็มที่ ก็ธรรมดา ไม่มีปัญหา”

ก้าวไกล ขอทำเต็มที่

ด้าน “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ก็ยืนยันสอดคล้องกับ “สุทิน” เรื่องความขัดแย้งระหว่างเพื่อไทย-ก้าวไกล ไม่ใช่อุปสรรคต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“อภิปรายไม่ไว้วางใจก็คงต้องเป็นเอกภาพ ยังไงพรรคก้าวไกลจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่เหมือนเดิม เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คงไม่กระทบกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ”

“บิ๊กตู่” เอาชีวิตคนเป็นเดิมพัน

ส่วนความพร้อมของพรรคก้าวไกล อยู่ในขั้นตอนการสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เพราะเราตั้งใจไม่อภิปรายสะเปะสะปะ จึงเน้นรัฐมนตรีไม่ต้องมาก

แน่นอนว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด พรรคก้าวไกลเน้นการอภิปรายเพื่อเปิดโปงให้เห็นถึงความผิดพลาดร้ายแรงของรัฐบาล ภายใต้การนำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

ไม่ใช่แค่ว่าประมาทเลินเล่อ หรือไม่มีวิสัยทัศน์ แต่เป็นการใช้อำนาจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองและประโยชน์ส่วนตนโดยเอาชีวิตของคนทั้งประเทศมาเป็นเดิมพัน คิดว่าเรื่องนี้เป็นการจงใจใช้อำนาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นอกจากนั้น ชัดเจนมากว่ารัฐบาลชุดนี้มองประชาชนเป็นศัตรู ทั้งที่รัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ต่างหากที่ประชาชนทั้งประเทศมองว่าเป็นภัยต่อประชาชน “พยายามโฟกัส เอาเรื่องที่สำคัญจริง ๆ ในการอภิปราย”

การอภิปรายครั้งนี้ ให้เวลาผู้อภิปรายแต่ละคนเยอะหน่อย พยายามไม่ให้เกิน 6 คน แม้น้อยกว่าการอภิปรายทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะจะได้อภิปรายอย่างเต็มที่

ประชาชนไม่ยอมให้ “บิ๊กตู่” อยู่ต่อ

สำหรับแคมเปญของพรรคก้าวไกลที่ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของ “พล.อ.ประยุทธ์” นั้น “ชัยธวัช” ให้เหตุผลแนวคิด
เบื้องหลังว่า ด้วยความรู้สึกของประชาชนในปัจจุบัน ประกอบกับสิ่งที่เราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะอยู่ร่วมรัฐบาลต่อเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป แต่ก้าวไกลเชื่อว่าประชาชนไม่น่าจะยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว คงจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังจากนั้น

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ก้าวไกลสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการการเมืองและวงการตำรวจ ด้วยการเปิดประเด็นเรื่อง “ตั๋วตำรวจ” มาครั้งนี้จะมีหมัดเด็ดทำนองเดียวกับตั๋วช้างอีกหรือไม่

“ชัยธวัช” ไม่ได้ตอบคำถามตรง ๆ แต่บอกว่า ขอให้รอฟังข้อมูลของพรรคก้าวไกลที่จะนำเสนอ

“ตอนนี้ในสภาก็ต้องหนักแน่น อารมณ์ของสังคมมาถึงจุดที่สูงสุดแล้วล่ะ อารมณ์ในสภากับนอกสภาเกี่ยวเนื่องกัน”

ดังนั้น สถานการณ์รัฐบาลหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ชัยธวัช” ทำนายว่าเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง คือ นายกฯลาออก หรือยุบสภาผมคิดว่าบรรยากาศในสังคมจะเป็นปัจจัยสำคัญ จริง ๆ ตอนนี้คนก็ไล่รัฐบาลทุกวันอยู่แล้ว

การอภิปรายไม่ไว้วางใจเตรียมระเบิดศึกในอีกไม่ช้า…

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายค้าน